หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมพระแม่กาลีจึงแลบลิ้น ความหมายลึกกว่าความดุร้าย


เขียนโดย Zummarikun

ภาพพระแม่กาลีที่มีลิ้นสีแดงแลบออกมา อาจดูน่าเกรงขามในสายตาคนที่เพิ่งเห็นครั้งแรก แต่ในคติฮินดู สัญลักษณ์นี้ไม่ได้หมายถึงความดุร้ายอย่างเดียว

พระแม่กาลีเป็นหนึ่งในรูปสำคัญของพลังสตรีศักดิ์สิทธิ์ หรือศักติ มักถูกเชื่อมโยงกับเวลา ความตาย การทำลายความชั่วร้าย และพลังที่ปกป้องผู้ศรัทธา ภาพของพระองค์จึงมักออกมาเข้มข้นกว่าภาพเทพีทั่วไป ทั้งผิวกายสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม พวงมาลัยศีรษะ อาวุธในมือ และท่าทางที่ดูรุนแรง

สรุปเร็ว

 

ตำนานที่หลายคนรู้จัก เล่าว่าหลังจากพระแม่กาลีออกต่อสู้กับอสูรร้าย พลังแห่งการทำลายของพระองค์ยังไม่สงบลง จนโลกเริ่มสั่นสะเทือน พระศิวะจึงทอดพระวรกายลงบนพื้น เพื่อหยุดพลังที่กำลังรุนแรงนั้น

เมื่อพระแม่กาลีก้าวเหยียบลงบนพระศิวะ แล้วตระหนักว่าผู้ที่อยู่ใต้พระบาทคือพระสวามี พระองค์จึงตกใจและแสดงความละอายออกมา ภาพ “แลบลิ้น” จึงถูกเล่าว่าเป็นสัญลักษณ์ของการรู้ตัว การยับยั้ง และการหยุดพลังที่กำลังเกินขอบเขต

พูดง่าย ๆ คือ ภาพนี้ไม่ได้เล่าแค่ความโกรธ แต่เล่าช่วงเวลาที่พลังรุนแรงถูกดึงกลับมาด้วยสติ

อีกการตีความหนึ่งมองว่า ลิ้นของพระแม่กาลีสื่อถึงพลังดิบของธรรมชาติ การกลืนกินความชั่วร้าย ความหลง และอวิชชา เพื่อให้สิ่งเก่าที่เสื่อมสลายถูกทำลาย แล้วเปิดทางให้เกิดการเริ่มต้นใหม่

สิ่งที่หลายคนอาจเข้าใจผิดคือ รูปลักษณ์น่าเกรงขามของพระแม่กาลีไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้กลัวเพียงอย่างเดียว ในงานศิลปะและคติความเชื่อ ภาพดุดันของพระองค์มักใช้แทนพลังที่จัดการกับสิ่งมืดมนภายในมนุษย์ เช่น อัตตา ความหลง ความยึดติด และความชั่วร้ายที่ฉุดรั้งชีวิต

ถ้าจำแบบสั้น ๆ ความหมายของภาพพระแม่กาลีแลบลิ้นอาจแยกได้แบบนี้

ด้วยเหตุนี้ ภาพพระแม่กาลีที่แลบลิ้นจึงเป็นภาพที่มีความหมายซ้อนกันหลายชั้น ด้านหนึ่งคือความดุดันของเทพีผู้ทำลายความชั่วร้าย แต่อีกด้านหนึ่งคือการเตือนให้มนุษย์รู้จักหยุด รู้ตัว และไม่ปล่อยให้พลังด้านมืดในใจนำทางชีวิต

ภาพที่ดูน่ากลัวที่สุด จึงอาจไม่ได้กำลังพูดถึงความโกรธเพียงอย่างเดียว แต่อาจกำลังบอกว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องมีสติคอยกำกับเสมอ

แหล่งที่มา: Encyclopaedia Britannica / British Museum / The Metropolitan Museum of Art
อ้างอิง: https://www.britannica.com/topic/Kali, https://www.britishmuseum.org/collection/object/A_2022-3005-1, https://www.metmuseum.org/zh/perspectives/household-gods-kali-lithography
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Zummarikun's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 133 ครั้ง
เขียนโดย Zummarikun
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Zummarikun
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ที่มาชื่อเขตสะพานสูง จากสะพานไม้ข้ามคลองในอดีต10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำลัคนาราศีพิจิก (Scorpio) กรกฎาคม 2569: สัมผัสที่หกแรงกล้า ฝันให้โชคพารวยทรัพย์ก้อนโตเหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาทมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายร่องรอยความหลังเหมืองแร่ทังสเตนตํานานที่ยังหายใจในปิล๊อกทําไมสมุทรสงครามถึงเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุดคนซื้อหวยไม่เคยถูก(เพราะอะไร)เจาะลึกดวงการเงินลัคนาราศีกันย์ (Virgo) กรกฎาคม 2569: โชคลาภจากมิตรสหายและเลขมงคลคนใกล้ตัวเบื้องหลังทําไมชาวจีนยุคใหม่เลือกห้วยขวางเป็นบ้านในกรุงเทพย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ให้ภาพเล่าเรื่อง
ติ่งหู ที่ใครๆ คิดว่าไม่มีความสำคัญ?เปลี่ยน "ความอิจฉา" เป็น "พลังเรียนรู้" : เคล็ดลับสู่ความสำเร็จที่แท้จริง“แมงกินฟัน” มีจริงไหม? เข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของฟันผุเลิกอิจฉาคนอื่น แล้วเปลี่ยนพลังนั้นมาสร้างความสำเร็จของตัวเอง
ตั้งกระทู้ใหม่