หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กำแพงกั้นแนวชายแดนระหว่างประเทศที่ทรงพลังที่สุด


โพสท์โดย Fukurou

คำว่า "น่าสนใจที่สุด" ของกำแพงกั้นชายแดนอาจมองได้หลายมิติ ทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ ความตึงเครียดทางการเมือง หรือแม้แต่ความแปลกประหลาดที่ขัดกับภาพจำของคำว่า "กำแพง" 

นี่คือ 5 กำแพงและแนวกันชนชายแดนระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าน่าสนใจและทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

1. เขตปลอดทหารเกาหลี (Korean DMZ) – เกาหลีเหนือ / เกาหลีใต้
แนวชายแดนที่ตึงเครียดและมีกำลังทหารหนาแน่นที่สุดในโลก แม้จะไม่ใช่กำแพงคอนกรีตยาวตลอดแนวเหมือนที่อื่น แต่ DMZ คือแนวกันชนยาว 250 กิโลเมตรที่เต็มไปด้วยลวดหนามไฟฟ้า ทุ่นระเบิด หอคอยระวังภัย และทหารติดอาวุธนับแสนนาย จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ **หมู่บ้านปันมุนจอม (Panmunjom)** ซึ่งมีเพียงแท่งคอนกรีตเตี้ย ๆ บนพื้นดินเป็นเส้นแบ่งเขตแดนอย่างเป็นทางการ ความย้อนแย้งของที่นี่คือ การไม่มีมนุษย์เข้าไปอยู่อาศัยเป็นเวลานานกว่า 70 ปี ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าและพืชพรรณหายากที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียโดยปริยาย

2. กำแพงเบอร์ลิน (Berlin Wall) – เยอรมนี (ในอดีต)
สัญลักษณ์ของการแบ่งแยกและประวัติศาสตร์ยุคสงครามเย็น คงไม่มีกำแพงไหนในโลกที่สะท้อนความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมืองได้ชัดเจนเท่ากำแพงเบอร์ลินอีกแล้ว มันไม่ได้กั้นระหว่างสองประเทศ แต่กั้นกลางเมืองเบอร์ลินเพื่อแยกฝั่งตะวันออก (คอมมิวนิสต์) และตะวันตก (ทุนนิยม) ออกจากกันอย่างเด็ดขาดในปี พ.ศ. 2504 ปัจจุบันแม้จะถูกทำลายไปเกือบหมดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 แต่ซากกำแพงที่เหลืออยู่ เช่น **East Side Gallery** ได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะระดับโลก เพื่อเตือนใจคนรุ่นหลังถึงคุณค่าของเสรีภาพ

3. กำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐฯ - เม็กซิโก (US-Mexico Border Wall)
ความขัดแย้งยุคปัจจุบันและภาพสะท้อนทางเศรษฐกิจที่ตัดกันอย่างสุดขั้ว
นี่คือกำแพงที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหน้าข่าวการเมืองยุคปัจจุบัน โครงสร้างมีหลากหลายรูปแบบตั้งแต่รั้วเหล็กสูง กำแพงคอนกรีต ไปจนถึงระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ ความน่าสนใจอยู่ตรงภาพถ่ายทางอากาศในหลาย ๆ จุด เช่น บริเวณระหว่างเมืองซานดิเอโก (สหรัฐฯ) และเมืองติฮัวนา (เม็กซิโก) ที่เราจะเห็นฝั่งหนึ่งเป็นพื้นที่โล่งหรือบ้านเมืองที่เป็นระเบียบ ตัดกับอีกฝั่งที่เป็นชุมชนแออัดหนาแน่นอย่างชัดเจน รวมถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศที่ตัดขาดเส้นทางอพยพของสัตว์ป่าในทะเลทราย

4. รั้วกั้นชายแดนสเปน - โมร็อกโก ณ เมืองเซวตา (Ceuta Border Fence)
ประตูเชื่อมต่อระหว่างทวีปแอฟริกาและยุโรป
เซวตา (Ceuta) เป็นเมืองท่าขนาดเล็กของสเปน แต่ตั้งอยู่บนแผ่นดินของทวีปแอฟริกาตอนเหนือ (ติดกับโมร็อกโก) รัฐบาลสเปนจึงต้องสร้างรั้วเหล็กสูงสองชั้นขนานกัน พร้อมติดตั้งลวดหนาม ใบมีด และกล้องตรวจจับความร้อน เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดน ความน่าสนใจคือมันทำให้ "ยุโรป" และ "แอฟริกา" มาบรรจบกันบนเส้นรั้วนี้ และเป็นจุดที่ผู้อพยพจากทั่วทวีปแอฟริกาพยายามเสี่ยงชีวิตปีนข้ามเพื่อหวังจะเข้าสู่เขตแดนของสหภาพยุโรป

5. แนวรั้วกั้น บาร์เล-แฮร์ตอก และ บาร์เล-นัสเซา (Baarle-Hertog / Baarle-Nassau) – เบลเยียม / เนเธอร์แลนด์
"กำแพง" ที่ตลกและเป็นมิตรที่สุดในโลก หากคุณเบื่อกำแพงที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ที่นี่คือขั้วตรงข้าม ชายแดนระหว่างเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ในหมู่บ้านนี้มีความซับซ้อนจนแผ่นดินของทั้งสองประเทศตัดสลับกันไปมาเป็นรอยปะ (Enclaves) รัฐบาลไม่ได้สร้างกำแพงสูง แต่ใช้เพียง **แนวอิฐบล็อกหรือเส้นสีขาวที่พ่นไว้บนพื้น** เท่านั้น เส้นแบ่งแดนนี้ตัดผ่านกลางถนน ร้านกาแฟ ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้กระทั่งตัดผ่านกลางบ้านของคน! มีเรื่องเล่าตลก ๆ ว่า ถ้าเส้นนี้ตัดผ่านประตูหน้าบ้านคุณอยู่ฝั่งไหน คุณต้องเสียภาษีให้ประเทศนั้น หรือถ้าผับฝั่งเนเธอร์แลนด์ต้องปิดตามกฎหมาย ลูกค้าก็แค่ย้ายโต๊ะไปนั่งฝั่งเบลเยียมที่อยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว

ความแปลกประหลาดนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคกลาง (ศตวรรษที่ 12) เกิดจากการซื้อขาย แลกเปลี่ยน และการจำนองที่ดินระหว่างผู้ปกครองสองตระกูล คือ ขุนนางแห่งเบรดา (Lord of Breda - ฝั่งเนเธอร์แลนด์) และ ดุ๊กแห่งบราบันต์ (Duke of Brabant - ฝั่งเบลเยียม)

เมื่อเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมแยกประเทศกันอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2374 (ค.ศ. 1831) ทั้งสองฝ่ายพยายามจะขีดเส้นแบ่งแดนให้ชัดเจน แต่ที่ดินตรงนี้หยั่งรากลึกเกินกว่าจะแยกได้ จึงมีการเซ็นสัญญาแบ่งเขตแดนอย่างเป็นทางการตามกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมในที่สุดเมื่อปี พ.ศ. 2538

แต่ละแห่งมีเบื้องหลังที่สะท้อนถึงธรรมชาติของมนุษย์ ทั้งในแง่ของความกลัว ความมั่นคง และความพยายามที่จะเชื่อมต่อกันได้อย่างน่าคิด

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่:
https://youtu.be/5LquMfG0vcY?si=wgeAjCLvYkDkrjC1
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Fukurou's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 157 ครั้ง
โพสท์โดย Fukurou
ผู้เขียนเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การทหาร ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้า การตลาด เศรษฐกิจ กฎหมายกฎเกณฑ์ข้อบังคับจริยธรรม พลังงาน รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศ ความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมถึงเรื่องด้านศาสนาและความเชื่อส่วนบุคคล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดีจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่างทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาเซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือนรหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569ทำไมเวลาเผลอเหยียบเท้าหมาหรือแมวถึงต้องรีบพูดขอโทษด้วยเสียงสองประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุดความลับพริกน้ำปลา ทำไมบางร้านวางหลายวันแล้วพริกยังดูสดไม่ดำคล้ำแบตเตอรี่ AA / AAA จริง ๆ หมายถึงอะไร รหัสที่เราเห็นกันทุกวัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด MISCELLANEOUS-จิปาถะ
ซี.พี.ติดลำดับ 5 % แรกของบริษัทกลุ่มอุตสาหกรรมของโลกเหตุใดนโยบายหรือเรื่องที่เกิดขึ้นในอเมริกาจึงมักจะกระทบไปประเทศอื่นทั่วโลก?ธุรกิจและอุตสาหกรรมอะไรที่ทำให้ Elon Musk กลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก?ข่าวกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมในจังหวัดนนทบุรีกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่