ทำไมทางเดินโรงแรมถึงหน้าตาคล้ายกัน ทั้งพรม ไฟ และประตูเรียงยาว
เคยไหม ออกจากลิฟต์โรงแรมแล้วเจอภาพเดิมแทบทุกครั้ง ทางเดินยาว ๆ พรมลายซ้ำ ประตูห้องเรียงเป็นแถว ไฟไม่สว่างจ้าเกินไป และบรรยากาศที่ดูคุ้นตา แม้จะเป็นโรงแรมคนละเมืองหรือคนละประเทศ
ความคล้ายกันนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญอย่างเดียว แต่เป็นผลจากการออกแบบที่คิดไว้แล้วว่า แขกควรเดินหาห้องได้ง่าย รู้สึกปลอดภัย และไม่ต้องใช้พลังคิดมากเกินไปหลังจากเดินทางมาเหนื่อย ๆ
ทางเดินโรงแรมมีหน้าที่ต่างจากล็อบบี้อย่างชัดเจน ล็อบบี้อาจเป็นพื้นที่โชว์บรรยากาศของโรงแรม มีโซฟา งานศิลป์ กลิ่นหอม แสงสวย หรือมุมถ่ายรูป แต่ทางเดินคือพื้นที่พาคนจากลิฟต์ไปถึงห้องพักให้เร็วและไม่หลง
เพราะแบบนี้ นักออกแบบจึงมักเลือกความเรียบ คาดเดาได้ และไม่ซับซ้อนมากกว่าความหวือหวา ถ้าทางเดินมีรายละเอียดเยอะเกินไป แขกอาจจำทางยากขึ้น โดยเฉพาะโรงแรมขนาดใหญ่ที่มีหลายชั้นและมีห้องจำนวนมาก
สิ่งที่ดูธรรมดาอย่างพรมก็มีเหตุผลของมัน พรมในทางเดินโรงแรมมักใช้ลายซ้ำหรือสีที่ไม่สว่างเกินไป เพราะเป็นพื้นที่ที่มีคนลากกระเป๋า เดินผ่านทั้งวัน และอาจมีคราบหรือรอยสึกง่าย ลวดลายบนพรมจึงช่วยให้รอยใช้งานไม่เด่นจนเกินไป และยังทำให้บรรยากาศดูนุ่มลงกว่าพื้นแข็ง
แสงไฟก็ถูกเลือกให้พอดีกับการเดิน ไม่มืดจนรู้สึกไม่ปลอดภัย และไม่สว่างจ้าจนเหมือนสำนักงาน โรงแรมจำนวนมากจึงใช้แสงอุ่นหรือแสงนุ่ม ๆ เพื่อให้พื้นที่ระหว่างทางไปห้องพักดูสงบลง
อีกเรื่องที่สำคัญคือจิตวิทยาของความคุ้นเคย เวลาเราอยู่ในสถานที่ไม่คุ้นตา สมองจะชอบสิ่งที่เป็นระเบียบและเดาทางได้ง่ายมากกว่าอะไรที่ซับซ้อนเกินไป ทางเดินที่มีรูปแบบซ้ำกัน ประตูเรียงเป็นจังหวะ และป้ายห้องชัดเจน จึงช่วยให้คนรู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น
สำหรับโรงแรมเครือใหญ่ ความคล้ายกันยังเกี่ยวกับมาตรฐานของแบรนด์ด้วย แขกที่เคยพักสาขาหนึ่งมาก่อน เมื่อไปอีกสาขาแล้วเจอบรรยากาศใกล้เคียงกัน ก็จะรู้สึกว่าประสบการณ์ไม่แปลกหน้าเกินไป เหมือนรู้คร่าว ๆ แล้วว่าต้องเดินไปทางไหน ใช้อะไรตรงไหน และควรคาดหวังอะไรจากที่พักแห่งนั้น
ในมุมของโรงแรม การใช้วัสดุและรูปแบบที่ใกล้เคียงกันยังช่วยให้ดูแลรักษาง่ายขึ้น พื้น ผนัง ไฟ ป้าย และพรมในทางเดินต้องทนต่อการใช้งานหนัก ซ่อมง่าย เปลี่ยนง่าย และไม่ต้องดูแลซับซ้อนเหมือนพื้นที่โชว์ตัวหลักของโรงแรม
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทางเดินโรงแรมทุกแห่งต้องน่าเบื่อเสมอไป โรงแรมบางแห่งตั้งใจทำทางเดินให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เช่น ใช้งานศิลปะ แสงเงา สีจัด หรือวัสดุท้องถิ่น เพื่อให้แขกรู้สึกถึงเอกลักษณ์ของสถานที่มากขึ้น เพียงแต่การทำแบบนั้นมักต้องแลกกับต้นทุน การดูแล และความเสี่ยงที่บางคนอาจรู้สึกว่ามากเกินไปสำหรับพื้นที่ที่ใช้เดินผ่านไม่นาน
สุดท้ายแล้ว ทางเดินโรงแรมที่ดูคล้ายกันจึงไม่ใช่เพราะนักออกแบบไม่มีไอเดีย แต่เพราะพื้นที่นี้ถูกออกแบบให้ทำงานเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง ให้แขกเดินถึงห้องง่าย รู้สึกคุ้นเคย พักสายตาได้ และไม่ต้องเหนื่อยกับการหาทางมากกว่าที่จำเป็น
แหล่งที่มา: Mental Floss / Architectural Digest / arXiv
อ้างอิง: https://www.mentalfloss.com/random-facts/why-hotel-hallways-look-the-same, https://www.architecturaldigest.com/story/beautiful-hotel-hallways, https://arxiv.org/abs/1706.08891
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
5 หนังที่ถูกปฏิเสธเรตในอังกฤษ เพราะเนื้อหารุนแรงเกินขอบเขต
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
ผลตรวจ DNA ยืนยัน เด็กในครรภ์ของ “ฟารีดา” เป็นลูกของ “ติณติณ” ปิดฉากทุกข้อสงสัย
นิสสันเรียกคืนรถไฮบริดกว่า 600,000 คัน หลังพบปัญหาระบบแบตเตอรี่
รอยเลื่อนโกฟาร์ ปริศนาแผ่นดินไหวใต้สมุทรที่เดินตามจังหวะเวลา
4 หนังเกาหลี ที่พิสูจน์ว่าเกาหลีใต้เป็นมหาอำนาจ ทางด้านหนัง
“ปลาอินทรีกินสดก็อร่อย แต่ทำไมคนไทยกลับจำในแบบปลาเค็ม”
ญี่ปุ่นจับเครือข่ายลอบนำเข้าทองคำ ซุกในตุ๊กตายาง มูลค่ากว่าพันล้านเยน
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน
5 หนังที่ถูกปฏิเสธเรตในอังกฤษ เพราะเนื้อหารุนแรงเกินขอบเขต
รอยเลื่อนโกฟาร์ ปริศนาแผ่นดินไหวใต้สมุทรที่เดินตามจังหวะเวลา
ผลตรวจ DNA ยืนยัน เด็กในครรภ์ของ “ฟารีดา” เป็นลูกของ “ติณติณ” ปิดฉากทุกข้อสงสัย
SEC จะเป็นอย่างไรต้องดู EEC
10 โทรศัพท์มือถือยุค 2000 ต้น ที่ล้ำที่สุดมีรุ่นไหนบ้าง
“ปลาอินทรีกินสดก็อร่อย แต่ทำไมคนไทยกลับจำในแบบปลาเค็ม”



