หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

2 ศาสนสถานหินแกะสลัก ที่เหมือนซ่อนอยู่ในความมืดมานานหลายศตวรรษ


เขียนโดย puypuy

บางสถานที่ไม่ได้สร้างขึ้นด้วยการก่ออิฐทีละชั้น แต่เกิดจากการค่อย ๆ สกัดภูเขา ขุดหิน และเปลี่ยนพื้นที่มืดใต้ชั้นผาหรือในถ้ำให้กลายเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ จนเวลาผ่านไปหลายร้อยปี ก็ยังทำให้คนยุคใหม่ยืนมองด้วยความทึ่ง

ถ้าพูดถึงศาสนสถานที่ให้ความรู้สึกเหมือน “ซ่อนอยู่ในความมืด” สองกลุ่มที่มักถูกยกขึ้นมาพูดถึง คือ กลุ่มโบสถ์หินแห่งลาลิเบลา ในเอธิโอเปีย และ หมู่ถ้ำอชันตา–เอลโลรา ในอินเดีย ทั้งหมดไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว แต่มีจุดร่วมสำคัญคือ มนุษย์ใช้หิน ภูเขา และความมืดเป็นส่วนหนึ่งของงานศรัทธา

ลาลิเบลา เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขุดลงไปในหิน

ที่เอธิโอเปีย มีกลุ่มโบสถ์หินแห่งลาลิเบลา ซึ่งยูเนสโกระบุว่าเป็นโบสถ์หินแบบโมโนลิทิก 11 แห่งจากคริสต์ศตวรรษที่ 13 และยังเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญของคริสต์ศาสนาเอธิโอเปียจนถึงปัจจุบัน

เสน่ห์ของลาลิเบลาอยู่ตรงที่หลายอาคารไม่ได้ตั้งเด่นขึ้นจากพื้นเหมือนโบสถ์ทั่วไป แต่ถูกแกะลงไปในหิน เหมือนคนโบราณค่อย ๆ เอาหินส่วนเกินออก แล้วปล่อยให้โบสถ์ปรากฏขึ้นจากก้อนหินเดิม

หนึ่งในภาพจำที่โด่งดังมากคือ Biete Ghiorgis หรือโบสถ์เซนต์จอร์จ ซึ่งมีผังเป็นรูปไม้กางเขน เมื่่อมองจากด้านบนจะเห็นตัวโบสถ์อยู่ลึกลงไปในหลุมหิน รายละเอียดนี้ทำให้ลาลิเบลาดูเหมือนเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้ถูกสร้างบนแผ่นดิน แต่ถูกค้นพบจากภายในแผ่นดินเอง

ยูเนสโกระบุด้วยว่า โบสถ์เหล่านี้เชื่อมโยงกันด้วยร่อง ทางเดิน และระบบระบายน้ำ บางส่วนมีทางเชื่อมไปยังถ้ำของนักบวชและพื้นที่ใต้ดินอื่น ๆ จึงไม่ใช่แค่โบสถ์เดี่ยว ๆ แต่เป็นภูมิทัศน์ทางศาสนาที่ออกแบบร่วมกับชั้นหินโดยตรง

 

อชันตา ถ้ำพุทธที่ซ่อนภาพเขียนไว้ในความมืด

ฝั่งอินเดีย ถ้ำอชันตา ให้ความรู้สึกต่างออกไป ที่นี่ไม่ใช่โบสถ์คริสต์แบบลาลิเบลา แต่เป็นหมู่ถ้ำพุทธศาสนาที่เก่าแก่มาก ยูเนสโกระบุว่าถ้ำพุทธกลุ่มแรกของอชันตาย้อนกลับไปถึงราวศตวรรษที่ 2–1 ก่อนคริสต์ศักราช และมีการเพิ่มถ้ำที่ตกแต่งอย่างวิจิตรในยุคคุปตะช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5–6

สิ่งที่ทำให้อชันตาพิเศษคือภาพเขียนและประติมากรรมภายในถ้ำ หลายภาพอยู่ในพื้นที่แสงน้อยมาก แต่ยังสะท้อนฝีมือทางศิลปะและความเชื่อของชุมชนพุทธในยุคนั้นได้อย่างชัดเจน

หน่วยงานโบราณคดีของอินเดียระบุว่า ถ้ำอชันตาถูกพบโดยนายทหารอังกฤษในปี 1819 ระหว่างออกล่าสัตว์ ก่อนจะกลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีชื่อเสียงระดับโลก จุดนี้ทำให้อชันตามักถูกเล่าในภาพของถ้ำที่หลับอยู่ในป่าและความมืด ก่อนกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งในยุคใหม่

 

เอลโลรา และวิหารไกลาสที่เหมือนแกะภูเขาทั้งลูก

ถัดจากอชันตา อีกชื่อที่ถูกพูดถึงคู่กันเสมอคือ ถ้ำเอลโลรา โดยเฉพาะ วิหารไกลาส หรือ Cave 16 หน่วยงานโบราณคดีของอินเดียระบุว่าเอลโลราเป็นหนึ่งในกลุ่มถ้ำวัด–อารามหินขนาดใหญ่ของโลก และวิหารไกลาสเป็นงานขุดสกัดหินโมโนลิทิกเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เอลโลราน่าสนใจตรงที่ไม่ได้มีศาสนาเดียว ภายในพื้นที่มีถ้ำและศาสนสถานของพุทธ ฮินดู และเชน อยู่ร่วมกัน หน่วยงานโบราณคดีของอินเดียระบุว่ากลุ่มถ้ำที่มีชื่อเสียงมี 34 ถ้ำ แบ่งเป็นถ้ำพุทธ 1–12 ถ้ำพราหมณ์/ฮินดู 13–29 และถ้ำเชน 30–34

เมื่อเทียบกันง่าย ๆ ลาลิเบลาให้ภาพของเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขุดลงไปในหิน อชันตาให้ภาพของถ้ำพุทธที่เก็บภาพเขียนและประติมากรรมไว้ในความมืด ส่วนเอลโลราให้ภาพของภูเขาที่ถูกสกัดจนกลายเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่

คำว่า “ซ่อนอยู่ในความมืด” จึงเหมาะจะใช้ในเชิงภาพเล่า มากกว่าจะหมายความว่าทุกแห่งถูกปิดตายหรือถูกลืมนานที่สุดในโลกแบบมีอันดับชัดเจน เพราะแต่ละแห่งมีประวัติ วิธีใช้งาน และช่วงเวลาที่ต่างกัน

สิ่งที่ทำให้สถานที่เหล่านี้ยังน่าทึ่ง ไม่ใช่แค่ความเก่าแก่ แต่คือวิธีที่คนโบราณมองหินไม่ใช่อุปสรรค พวกเขาไม่ได้แค่สร้างอาคารบนภูเขา แต่เปลี่ยนภูเขา ถ้ำ และความมืดให้กลายเป็นพื้นที่ศรัทธาที่คนยังเดินทางไปเห็นกับตาได้จนถึงวันนี้

เนื้อหาโดย: puypuy
แหล่งที่มา: UNESCO World Heritage Centre / Archaeological Survey of India
อ้างอิง: UNESCO Lalibela , UNESCO Ajanta , Archaeological Survey of India: Ajanta และ Ellora
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
puypuy's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 244 ครั้ง
เขียนโดย puypuy
นักเขียนสาย Hot Topic และคอนเทนต์จัดอันดับ ถ่ายทอดเรื่องใกล้ตัวและประเด็นที่คนสนใจให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว พร้อมมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: puypuy
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ย้อนรอย 6 ห้างดังในกรุงเทพฯ ที่เคยคึกคัก ตั้งแต่ไทยไดมารู เมอร์รี่คิงส์ ถึงนิวเวิลด์และตั้งฮั่วเส็ง วันนี้เหลืออะไรไว้บ้างAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69กินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย8 หมวกแคปแถมสินค้ายุค 90s ที่วันนี้กลายเป็นแฟชั่นวินเทจเลขเด็ด อ.น๊อตตี้ งวด 16 ก.ย. 69นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจาประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกนักกีฬาจากเกาหลีเหนือเดินทางถึงญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันเอเชียนเกมส์แล้วเห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไรความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้ส่องแนวทางหวยลาวพัฒนา งวด 11 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นายกเทศมนตรีญี่ปุ่น ประกาศทำสงครามนินจาถ้าผมเล่าเรื่อง UFO แล้วใครจะเชื่อผมกินข้าวคนเดียวบ่อยๆ ไม่ใช่แค่เหงา แล้วทำไมอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง ?7 ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เงินหมุนเวียนมหาศาลในไทยอำเภอไหนมีร้านหมูกระทะและชาบูจดทะเบียนมากที่สุด"โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ" บนเขื่อนขนาดใหญ่ เขายึดแผงโซลาร์เซลล์นับแสนแผงยังไงไม่ให้ไหลตามกระแสน้ำ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สัตว์ที่แยกกลิ่นได้หลากหลายชนิดที่สุดคือ7 ย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน ที่เงินหมุนเวียนมหาศาลในไทย7 รถยนต์สภาพซากจมน้ำ ที่ประมูลได้ราคาสูงจนน่าตกใจ"โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ" บนเขื่อนขนาดใหญ่ เขายึดแผงโซลาร์เซลล์นับแสนแผงยังไงไม่ให้ไหลตามกระแสน้ำ?
ตั้งกระทู้ใหม่