นักวิทยาศาสตร์อธิบายวิธีลากหินพีระมิด แค่พรมน้ำบนทรายอาจช่วยลดแรงต้าน
มหาพีระมิดแห่งกิซาไม่ได้ท้าทายสายตาแค่เพราะความใหญ่โต แต่ยังท้าทายคำถามพื้นฐานมากว่า ชาวอียิปต์โบราณเคลื่อนย้ายหินหนักหลายตันได้อย่างไร ในยุคที่ไม่มีรถบรรทุก เครน หรือเครื่องจักรสมัยใหม่
หนึ่งในคำอธิบายที่ได้รับความสนใจคือการใช้ “เลื่อนไม้” ลากก้อนหินหรือวัตถุขนาดใหญ่ไปบนพื้นทราย วิธีนี้ดูเรียบง่าย แต่ปัญหาคือทรายแห้งไม่ได้ช่วยให้ของหนักเคลื่อนที่ง่ายเสมอไป
เมื่อลากเลื่อนบนทรายแห้ง น้ำหนักของวัตถุจะทำให้เลื่อนกดลงไปในพื้น เม็ดทรายด้านหน้าจะค่อย ๆ กองเป็นเนินเล็ก ๆ ทำให้ต้องใช้แรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งวัตถุหนัก แรงต้านก็ยิ่งมาก
งานวิจัยด้านฟิสิกส์ที่เผยแพร่ในวารสาร Physical Review Letters เมื่อปี 2014 เสนอคำอธิบายว่า การเติมน้ำในปริมาณพอดีลงบนทรายสามารถลดแรงเสียดทานของการลากเลื่อนได้อย่างชัดเจน เพราะน้ำช่วยสร้างแรงยึดเหนี่ยวเล็ก ๆ ระหว่างเม็ดทราย ทำให้พื้นทรายแข็งและเรียบขึ้นกว่าทรายแห้ง
พูดให้เห็นภาพง่าย ๆ คล้ายกับทรายเปียกที่ปั้นเป็นปราสาททรายได้ดีกว่าทรายแห้ง เม็ดทรายไม่ได้ไหลหนีง่ายเหมือนเดิม พื้นผิวจึงรองรับการลากของหนักได้ดีขึ้น
แต่จุดสำคัญคือ ต้องเป็น “น้ำในปริมาณพอดี” ไม่ใช่ยิ่งเปียกยิ่งดี งานวิจัยระบุว่า หากมีน้ำมากเกินไป โครงสร้างระหว่างเม็ดทรายจะอ่อนลง และแรงเสียดทานอาจเพิ่มกลับมาได้อีก
สิ่งที่ทำให้ทฤษฎีนี้น่าสนใจยิ่งขึ้นคือภาพเขียนในสุสานของเจฮูติโฮเทป ขุนนางอียิปต์โบราณ ซึ่งแสดงภาพคนจำนวนมากกำลังลากรูปปั้นขนาดใหญ่บนเลื่อนไม้ และมีคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าเหมือนกำลังเทของเหลวลงบนพื้น ภาพนี้เคยถูกตีความได้หลายทาง ทั้งพิธีกรรมและการใช้งานจริง แต่เมื่อนำมาเทียบกับผลทดลองทางฟิสิกส์ นักวิจัยบางส่วนจึงมองว่าของเหลวนั้นอาจเป็นน้ำที่ใช้ลดแรงต้านขณะลากเลื่อน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ควรสรุปแบบฟันธงว่าเป็น “วิธีสร้างพีระมิดทั้งหมด” เพราะการพรมน้ำบนทรายอธิบายได้ดีในขั้นตอนการลากวัตถุหนักบนพื้นราบหรือพื้นทราย แต่ไม่ได้ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการก่อสร้าง เช่น การยกหินขึ้นสู่ระดับสูง การจัดวางหิน หรือระบบแรงงานและการวางแผนก่อสร้างทั้งหมด
อีกข้อที่ควรระวังคือ หลักฐานภาพเขียนที่ถูกอ้างถึงไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกับการสร้างมหาพีระมิดแห่งกิซาโดยตรง จึงควรมองทฤษฎีนี้ในฐานะ “คำอธิบายที่มีน้ำหนัก” มากกว่า “ข้อพิสูจน์สุดท้าย”
ถึงอย่างนั้น ทฤษฎีทรายเปียกยังมีจุดแข็งตรงที่เชื่อมโยงหลักฐานสองด้านเข้าด้วยกัน คือการทดลองทางฟิสิกส์กับภาพจากอียิปต์โบราณ ทำให้เห็นว่าเทคนิคง่าย ๆ อย่างการพรมน้ำ อาจช่วยลดจำนวนแรงงานและทำให้การลากวัตถุหนักเป็นไปได้มากขึ้น
ปริศนาการสร้างพีระมิดจึงไม่ได้มีคำตอบเดียว แต่ทฤษฎีนี้ช่วยเตือนว่า วิศวกรรมโบราณอาจไม่ได้พึ่งพาเครื่องมือซับซ้อนเสมอไป บางครั้งความเข้าใจพื้นฐานเรื่องวัสดุ พื้นผิว น้ำหนัก และแรงเสียดทาน ก็เพียงพอที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างที่อยู่ข้ามยุคสมัยมาได้หลายพันปี
แหล่งที่มา: Mental Floss / Physical Review Letters / University of Amsterdam
อ้างอิง: https://www.mentalfloss.com/article/56670/how-did-egyptians-move-heavy-rocks-pyramids , https://doi.org/10.1103/PhysRevLett.112.175502 , https://iop.uva.nl/content/news/2014/00/prl-egyptian-pyramids.html
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
เชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย
ฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด
10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงภัยแล้งสูงสุดของประเทศไทย
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
เมืองสแกมริมชายแดน เมื่อ “งานดีเกินจริง” กลายเป็นกับดักคนเปราะบาง
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญต่อเกษตรกรไทย
แนวทางหวยลาว 24 มิถุนายน 2569 ส่องเลขเด่นจากหลายสำนัก เลขไหนถูกจับตามองมาดูกัน
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
ฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด
10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงภัยแล้งสูงสุดของประเทศไทย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
แนวทางหวยลาว 24 มิถุนายน 2569 ส่องเลขเด่นจากหลายสำนัก เลขไหนถูกจับตามองมาดูกัน
เมืองสแกมริมชายแดน เมื่อ “งานดีเกินจริง” กลายเป็นกับดักคนเปราะบาง
ก่อนมีธนบัตร คนไทยใช้อะไรแทนเงินบ้าง ย้อนดูของมีค่าที่เคยใช้ซื้อขาย



