คนที่ดูถอยห่างในความรัก อาจไม่ได้ไร้ความรู้สึกเสมอไป
บางคนไม่ได้ไม่รู้สึก แต่เรียนรู้มานานว่าการแสดงความต้องการอาจทำให้ตัวเองเจ็บกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่คนบางกลุ่มในความสัมพันธ์อาจดูนิ่ง เฉย หรือถอยห่างทันทีเมื่อความใกล้ชิดเริ่มมากขึ้น
ในทางจิตวิทยา รูปแบบนี้มักถูกพูดถึงในชื่อ Avoidant Attachment หรือความผูกพันแบบหลีกเลี่ยง หมายถึงแนวโน้มที่คนคนหนึ่งรู้สึกไม่สบายใจกับความใกล้ชิดทางอารมณ์ และพยายามรักษาระยะห่างเพื่อให้ตัวเองรู้สึกปลอดภัย
แนวคิดเรื่อง Attachment Style มาจากงานของ John Bowlby และ Mary Ainsworth ซึ่งอธิบายว่าความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ดูแลในช่วงต้นชีวิตมีผลต่อวิธีที่คนเรามองความใกล้ชิด ความไว้ใจ และการพึ่งพาคนอื่นเมื่อโตขึ้น คณะจิตวิทยา จุฬาฯ อธิบายว่า รูปแบบความผูกพันเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของผู้เลี้ยงดู และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ในวัยผู้ใหญ่ได้ แม้ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะถูกกำหนดตายตัวตั้งแต่วัยเด็ก
คนที่มีแนวโน้มหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดจึงอาจไม่ได้เย็นชาอย่างที่เห็นเสมอไป หลายครั้งพวกเขาใช้การพึ่งตัวเองมาก ๆ เป็นเกราะป้องกันใจ เพราะเคยเรียนรู้ว่าการต้องการใครสักคนอาจนำไปสู่ความผิดหวัง
สัญญาณที่พบได้ เช่น รู้สึกอึดอัดเมื่ออีกฝ่ายต้องการความชัดเจนมากขึ้น ไม่ค่อยพูดความรู้สึกลึก ๆ ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนตัวสูงมาก หรือเริ่มมองหาข้อเสียของอีกฝ่ายเมื่อความสัมพันธ์เริ่มจริงจังขึ้น งานสรุปของ R. Chris Fraley จาก University of Illinois อธิบายว่า ผู้ใหญ่ที่มี attachment avoidance สูงมักไม่อยากพึ่งพาคนอื่นหรือเปิดใจมากนัก
แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนที่รักอิสระหรือไม่ชอบแสดงความรู้สึกคือคนที่มี Avoidant Attachment บางคนอาจแค่เป็นคนเก็บตัว โตมาในครอบครัวที่ไม่ค่อยพูดเรื่องอารมณ์ หรือยังไม่เจอความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยพอ
อีกด้านหนึ่ง งานวิจัยด้าน adult attachment ยังชี้ว่า คนที่ดูนิ่งหรือหลีกเลี่ยงอาจมีความเครียดภายในได้ แม้ภายนอกดูควบคุมตัวเองดี Fraley สรุปงานทดลองที่พบว่า คนกลุ่ม dismissing-avoidant บางส่วนมีความตื่นตัวทางร่างกายเมื่อพูดถึงการสูญเสียคู่รัก แต่สามารถกดหรือปิดการรับรู้อารมณ์บางส่วนได้ดีกว่าคนบางกลุ่ม
เส้นทางที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นไม่ได้เริ่มจากการบังคับให้ใครเปิดใจทันที แต่เริ่มจากความปลอดภัย ความสม่ำเสมอ และการสื่อสารที่ไม่กดดัน เช่น บอกความต้องการด้วยประโยคสั้น ๆ ไม่ใช้การประชด ไม่ไล่ต้อนให้อีกฝ่ายตอบทันที และค่อย ๆ สร้างพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายพูดความรู้สึกได้โดยไม่ถูกตัดสิน
สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองมีแนวโน้ม avoidant จุดเริ่มต้นที่ทำได้จริงคือสังเกตช่วงเวลาที่ตัวเองอยากหายไปจากความสัมพันธ์ ลองถามตัวเองว่า “ฉันไม่รักเขาแล้วจริง ๆ หรือฉันกำลังกลัวการใกล้ชิดเกินไป” คำถามนี้อาจช่วยแยกความรู้สึกจริงออกจากกลไกป้องกันตัวได้ดีขึ้น
ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์ ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยสุขภาพจิต หากรูปแบบความสัมพันธ์ทำให้ทุกข์มาก กระทบชีวิตประจำวัน หรือมีประวัติบาดแผลทางใจ ควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตโดยตรง
คนที่ถอยห่างในความรักอาจไม่ได้ต้องการทำร้ายใคร บางครั้งพวกเขาแค่ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ใกล้ใครโดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเสี่ยงเจ็บได้อย่างไร และการเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า เมื่อความเข้าใจมาพร้อมขอบเขตที่ปลอดภัยทั้งสองฝ่าย
อ้างอิง: https://www.psy.chula.ac.th/th/feature-articles/attachment-style/ , https://labs.psychology.illinois.edu/~rcfraley/attachment.htm
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

