โรคระบำปี 1518 ปริศนาเมืองสตราสบูร์กที่คนเต้นจนหมดแรง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กลางเดือนกรกฎาคม ปี 1518 เมืองสตราสบูร์กในยุโรปตะวันตกเกิดเหตุการณ์ที่ยังถูกพูดถึงมาจนถึงปัจจุบัน หญิงคนหนึ่งเริ่มเต้นบนถนนโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ก่อนที่คนอื่น ๆ จะค่อย ๆ ทำตาม จนกลายเป็น “โรคระบำ” ที่นักประวัติศาสตร์ยังถกเถียงกันอยู่
เมืองสตราสบูร์กในเวลานั้นยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสแบบปัจจุบัน แต่เป็นเมืองในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ บริเวณแคว้นอัลซาส เหตุการณ์เริ่มจากหญิงที่ถูกบันทึกชื่อว่า Frau Troffea เธอเดินออกมาบนถนนและเต้นต่อเนื่องอย่างผิดปกติ ไม่ใช่การเต้นรำในงานฉลอง ไม่ใช่ขบวนเทศกาล และไม่มีคำอธิบายง่าย ๆ ว่าเธอกำลังทำไปเพื่ออะไร
เรื่องน่าประหลาดไม่ได้จบที่คนคนเดียว หลังจากนั้นไม่นาน มีคนเริ่มเข้าร่วมเพิ่มขึ้น จากไม่กี่คนกลายเป็นหลายสิบคน และในบางบันทึกระบุว่าจำนวนผู้มีอาการอาจเพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยคนในช่วงปลายฤดูร้อน แหล่งอ้างอิงอย่าง Britannica ระบุว่าเหตุการณ์นี้กินเวลาราวสองเดือน และเชื่อมโยงกับความเชื่อเรื่องนักบุญวิตัส ซึ่งผู้คนในยุคนั้นมองว่าเกี่ยวข้องกับอาการเต้นรำผิดปกติ
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นี้ยิ่งแปลก คือวิธีรับมือของทางการท้องถิ่น แพทย์และเจ้าหน้าที่ในเวลานั้นไม่ได้มองว่าเป็นโรคในแบบที่คนปัจจุบันเข้าใจ แต่เชื่อว่าอาการอาจเกิดจาก “เลือดร้อน” หรือความไม่สมดุลในร่างกาย วิธีแก้ที่ถูกเลือกจึงไม่ใช่การให้หยุดพัก แต่กลับเป็นการเปิดพื้นที่ จัดเวที และให้ดนตรีประกอบ เพื่อให้ผู้มีอาการเต้นต่อไปจนกว่าจะหายเอง
ผลที่ตามมากลับเลวร้ายลง ผู้คนจำนวนหนึ่งเต้นจนหมดแรง ล้มลง หรือบาดเจ็บจากการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เรื่อง “มีผู้เสียชีวิตจากการเต้น” มักถูกเล่าต่อกันอย่างแพร่หลาย แต่ประเด็นนี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะนักประวัติศาสตร์ยังถกเถียงกันว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงมีมากน้อยแค่ไหน และบันทึกบางส่วนอาจถูกขยายความในภายหลัง
หลังจากสถานการณ์ยืดเยื้อ ทางการจึงเปลี่ยนแนวทาง ผู้ที่ยังมีอาการถูกพาไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับนักบุญวิตัส มีการประกอบพิธีทางศาสนา สวดภาวนา และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคลายอาการ จากนั้นเหตุการณ์ค่อย ๆ ซาลงในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง
ทฤษฎีที่ถูกพูดถึงมากในยุคปัจจุบันคือ “ภาวะจิตใจหมู่” หรือ mass psychogenic illness นักประวัติศาสตร์ John Waller เสนอว่าเมืองสตราสบูร์กช่วงนั้นเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งความอดอยาก โรคภัย และความไม่มั่นคงทางสังคม เมื่อคนในชุมชนมีความเชื่อร่วมกันว่าอาการเต้นรำอาจเป็นคำสาปหรือการลงโทษ ความกลัวจึงอาจแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้เหมือนไฟลาม
อีกทฤษฎีหนึ่งคือธัญพืชที่ปนเปื้อนเชื้อรา ergot ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการทางประสาทหรือหลอนได้ ทฤษฎีนี้ฟังดูน่าสนใจ แต่ก็มีข้อจำกัด เพราะพิษจาก ergot มักทำให้เกิดอาการชัก เจ็บปวด หรือระบบไหลเวียนผิดปกติ มากกว่าจะทำให้คนจำนวนมากเต้นเป็นจังหวะต่อเนื่องหลายวัน นักวิชาการจำนวนหนึ่งจึงให้น้ำหนักกับปัจจัยทางสังคม ความเชื่อ และความเครียดมากกว่า
สิ่งที่น่าสนใจคือ “โรคระบำ” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะปี 1518 เท่านั้น ในยุโรปยุคกลางเคยมีรายงานเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันหลายครั้ง เพียงแต่กรณีสตราสบูร์กโดดเด่นเพราะมีบันทึกเกี่ยวกับผู้คนจำนวนมาก ทางการเมือง และการรับมือของเจ้าหน้าที่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของปรากฏการณ์พฤติกรรมหมู่ในประวัติศาสตร์
ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ควรอ่านในฐานะประวัติศาสตร์ที่ยังมีช่องว่าง ไม่ใช่ข้อสรุปทางการแพทย์แบบปิดจบ รายละเอียดบางอย่างมาจากบันทึกยุคเก่าและการตีความภายหลัง จึงต้องแยกระหว่าง “สิ่งที่เกิดขึ้นแน่ ๆ” กับ “คำอธิบายที่นักวิชาการเสนอขึ้นเพื่อทำความเข้าใจ”
กว่า 500 ปีผ่านไป โรคระบำปี 1518 ยังชวนให้คนยุคใหม่ตั้งคำถามว่า มนุษย์ภายใต้ความกลัว ความอดอยาก และความเชื่อร่วมกัน อาจตอบสนองต่อโลกที่กดดันได้รุนแรงแค่ไหน บางครั้งปริศนาทางประวัติศาสตร์ไม่ได้แปลว่าไม่มีคำตอบเลย แต่อาจหมายความว่าคำตอบนั้นซ่อนอยู่ระหว่างร่างกาย จิตใจ และสังคมของผู้คนในเวลานั้น
อ้างอิง:
https://www.britannica.com/event/dancing-plague-of-1518
https://www.thelancet.com/article/S0140-6736(09)60386-X/fulltext
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18602695/
https://www.mentalfloss.com/history/mystery/medieval-mystery-city-danced-death
10 ต้นผลไม้ที่สามารถปลูกหน้าบ้านได้ ให้ร่มเงา กินได้ และยังเป็นมงคล
นมบัญเจาะของกัมพูชา ยังไม่ขึ้นยูเนสโก ปมเส้นหมักคล้ายขนมจีนไทย
จุดพักรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ฝรั่งไส้แดง 4 สายพันธุ์ต่างกันตรงไหน เลือกแบบไหนให้อร่อยถูกใจ
ข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากัน
ไวกิ้งใส่หมวกมีเขาจริงไหม ภาพจำดังมาจากไหนกันแน่
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สายน้ำ 7 ชั้นใกล้กรุงเทพฯ กลางผืนป่ามวกเหล็ก
10 ประเทศปลอดภัยน่าเที่ยวปี 2026 เนเธอร์แลนด์ขึ้นอันดับ 1
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 คนทำงานควรรู้อะไรก่อนลงทะเบียน
3 ประเทศที่อินเทอร์เน็ตช้าที่สุดในโลก
ทำไมฝรั่งถามว่า Cat got your tongue? สำนวนแมวกับลิ้นที่ยังหาต้นตอไม่เจอ
ยูไนเต็ดบินกลับนวร์ก หลังชื่อบลูทูธบนเครื่องถูกมองเป็นภัยคุกคาม
นมบัญเจาะของกัมพูชา ยังไม่ขึ้นยูเนสโก ปมเส้นหมักคล้ายขนมจีนไทย
ฝรั่งไส้แดง 4 สายพันธุ์ต่างกันตรงไหน เลือกแบบไหนให้อร่อยถูกใจ
เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569 คนทำงานควรรู้อะไรก่อนลงทะเบียน
ทำไมฝรั่งถามว่า Cat got your tongue? สำนวนแมวกับลิ้นที่ยังหาต้นตอไม่เจอ
แมวพันธุ์ไหนขี้อ้อนที่สุด รู้จัก 5 สายพันธุ์ติดคนและเลือกให้เหมาะกับบ้าน
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย สายน้ำ 7 ชั้นใกล้กรุงเทพฯ กลางผืนป่ามวกเหล็ก



