ช่องแคบเดรก เส้นทางทะเลสุดโหดสู่แอนตาร์กติกา
ช่องแคบเดรก หรือ Drake Passage เป็นหนึ่งในน่านน้ำที่นักเดินเรือทั่วโลกพูดถึงด้วยความเกรงใจ เพราะนี่คือเส้นทางระหว่างปลายทวีปอเมริกาใต้กับแอนตาร์กติกา จุดที่ลมแรง กระแสน้ำใหญ่ และคลื่นสูงมักมารวมตัวกันแบบไม่ค่อยปรานีใคร
ช่องแคบนี้อยู่ระหว่างแหลมฮอร์น ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ กับหมู่เกาะเซาท์เชตแลนด์ ใกล้คาบสมุทรแอนตาร์กติกา ทำหน้าที่เชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน ความกว้างโดยทั่วไปอยู่ราว 600 ไมล์ หรือประมาณ 1,000 กิโลเมตร ไม่ได้แคบแบบช่องแคบเล็ก ๆ แต่ก็ยังเป็น “คอขวด” สำคัญของมหาสมุทรใต้
เหตุผลที่เดรกขึ้นชื่อว่าโหด ไม่ได้มาจากคลื่นอย่างเดียว แต่เป็นเพราะพื้นที่แถบนั้นแทบไม่มีแผ่นดินใหญ่คอยขวางลมและกระแสน้ำรอบขั้วโลกใต้ ลมตะวันตกจึงพัดวนได้ไกลและแรง ส่วนกระแสน้ำ Antarctic Circumpolar Current ก็ไหลวนรอบโลก เป็นกระแสน้ำหลักของมหาสมุทรใต้และเป็นกระแสน้ำเดียวที่ไหลล้อมรอบโลกได้ครบวง
เมื่อมวลน้ำขนาดมหาศาลถูกบีบผ่านบริเวณช่องแคบเดรก ความเร็วและพลังของกระแสน้ำจึงเพิ่มขึ้น คลื่นในพื้นที่นี้อาจเปลี่ยนจากทะเลปกติเป็นทะเลสะเทือนเรือได้รวดเร็ว นักท่องเที่ยวสายแอนตาร์กติกาจึงมีคำเรียกเล่น ๆ ว่า “Drake Shake” ในวันที่เรือโยนหนัก และ “Drake Lake” ในวันที่ทะเลนิ่งจนเหมือนทะเลสาบ ซึ่งอย่างหลังถือว่าโชคดีมากกว่าเป็นเรื่องปกติ
ชื่อของช่องแคบนี้มาจาก เซอร์ฟรานซิส เดรก นักเดินเรือชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 16 แต่ตามข้อมูลประวัติศาสตร์ ผู้ที่ได้รับการยกว่าล่องผ่านช่องแคบนี้จริงเป็นกลุ่มแรกคือคณะเดินเรือเฟลมิชที่นำโดย วิลเลม สเคาเทน ในปี ค.ศ. 1616
อีกเรื่องที่ทำให้เดรกน่าสนใจคือ มันไม่ได้เป็นแค่เส้นทางทรหดของนักเดินเรือ แต่ยังเป็นประตูสู่แอนตาร์กติกาสำหรับเรือนักท่องเที่ยวและเรือสำรวจจำนวนมาก โดยเส้นทางยอดนิยมมักเริ่มจากเมืองอูชัวยา ประเทศอาร์เจนตินา แล้วใช้เวลาข้ามเดรกประมาณ 2 วัน ก่อนเข้าสู่ดินแดนน้ำแข็งทางใต้
สำหรับคนที่ไม่เคยลงเรือไกล ๆ เดรกอาจฟังดูเหมือนบททดสอบอาการเมาเรือ แต่สำหรับนักวิทยาศาสตร์ พื้นที่นี้เป็นห้องทดลองธรรมชาติขนาดใหญ่ กระแสน้ำแรงช่วยพาสารอาหารขึ้นมาเลี้ยงแพลงก์ตอนและคริล ซึ่งเป็นฐานอาหารสำคัญของนกทะเล เพนกวิน แมวน้ำ และวาฬหลายชนิด
เดรกยังมีบทบาทต่อภูมิอากาศโลกด้วย ช่องว่างระหว่างอเมริกาใต้กับแอนตาร์กติกาทำให้กระแสน้ำรอบขั้วโลกใต้หมุนเวียนได้ต่อเนื่อง ช่วยแยกความหนาวเย็นของแอนตาร์กติกาออกจากละติจูดที่อุ่นกว่า และมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบกักเก็บคาร์บอนในมหาสมุทรใต้
ถ้าจะบอกว่า Drake Passage คือ “ทะเลปราบเซียน” ก็คงไม่เกินภาพจำมากนัก แต่ความน่าทึ่งของมันไม่ได้อยู่แค่คลื่นสูงหรือเรือโยนแรงเท่านั้น มันคือจุดเล็ก ๆ บนแผนที่โลกที่ผูกเรื่องการเดินเรือ ประวัติศาสตร์ ภูมิอากาศ และชีวิตใต้ทะเลไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน
ใครที่ฝันอยากไปแอนตาร์กติกา เส้นทางนี้จึงไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์จริง ตั้งแต่วินาทีที่เรือเริ่มโยก ไปจนถึงช่วงที่ขอบฟ้าสีเทาค่อย ๆ เปิดให้เห็นน้ำแข็งสีขาวของทวีปใต้
แหล่งที่มา: Britannica / National Geographic / NOAA AOML
อ้างอิง: Britannica, National Geographic, NOAA AOML
https://www.britannica.com/place/Drake-Passage
เขียนโดย puypuy
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ทำไมเปิดไฟกลางคืนแล้วแมลงบินมารุมเต็มหลอดในไม่กี่นาที
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
นายกฯ ญี่ปุ่นถูกประท้วงกลางพิธีโอกินาวา ปมมาตรา 9 และไต้หวัน
เชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหาย
ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น
คลื่นความร้อนฝรั่งเศสทำไฟดับ 68,000 หลังคาเรือน
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
ทำไมรถหรูที่เศรษฐีไทยใช้จริง อาจไม่ใช่ซูเปอร์คาร์
ทำไมกล้วยหนึ่งหวีถึงสุกไล่กัน ทั้งที่ซื้อมาเขียวพร้อมกัน
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ทำไมเปิดไฟกลางคืนแล้วแมลงบินมารุมเต็มหลอดในไม่กี่นาที
อนุทินสั่งล้างผลสอบท้องถิ่นลอตมีปัญหา แม้บรรจุแล้วก็ต้องตรวจใหม่
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
คลื่นความร้อนฝรั่งเศสทำไฟดับ 68,000 หลังคาเรือน
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
พระนางพิมพา มุมเงียบในพุทธประวัติที่หลายคนมองข้าม




