ประเทศที่เคยมีเรื่องเล่ากินคน ในประวัติศาสตร์จริงมีที่ไหนบ้าง
ประเทศที่กินคน ถ้าพูดในแง่กฎหมายปัจจุบัน ต้องบอกให้ชัดว่าไม่มีประเทศใดในโลกที่อนุญาตให้คนกินคน หรือยกให้เป็นวัฒนธรรมหลักของประเทศ
การกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน หรือ Cannibalism เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมาย ศีลธรรมสากล และในสังคมยุคใหม่แทบไม่มีพื้นที่ให้ถูกยอมรับในฐานะประเพณีอีกแล้ว
แต่ถ้าย้อนกลับไปมองในแง่ประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา และเรื่องเล่าของบางกลุ่มชนในอดีต จะพบว่ามีบางพื้นที่ที่เคยถูกบันทึกหรือกล่าวถึงเกี่ยวกับพิธีกรรมลักษณะนี้ โดยหลายแห่งเปลี่ยนแปลงไปแล้ว หรือถูกยุติไปตามกฎหมาย ศาสนา และการเข้ามาของโลกสมัยใหม่
- ปาปัวนิวกินี (Papua New Guinea)
ปาปัวนิวกินีเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเมื่อกล่าวถึงประวัติศาสตร์การกินคน โดยเฉพาะกรณีของชนเผ่าโฟเร่ (Fore) และเรื่องเล่าของชนเผ่าโคโรไว (Korowai)
ในอดีต ชนเผ่าโฟเร่เคยมีพิธีศพที่เกี่ยวข้องกับการกินร่างของญาติผู้เสียชีวิต แนวคิดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความโหดร้าย แต่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องการไว้อาลัย การผูกพันกับผู้ตาย และการเก็บสายสัมพันธ์ของคนในครอบครัวไว้กับกลุ่มคนที่ยังมีชีวิต
ส่วนกรณีของชนเผ่าโคโรไว มักถูกเล่าในแง่ของความเชื่อเรื่องการลงทัณฑ์ผู้ที่ถูกมองว่าเป็นพ่อมด หรือผู้ที่นำภัยร้ายมาสู่คนในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เรื่องเล่าประเภทนี้ควรมองด้วยความระมัดระวัง เพราะข้อมูลจากโลกภายนอกบางส่วนอาจถูกเล่าซ้ำจนเกินจริง
กรณีของชนเผ่าโฟเร่ยังเชื่อมโยงกับโรคคุรุ (Kuru) ซึ่งเป็นโรคพรีออนที่ทำลายระบบประสาท และเคยระบาดในบางพื้นที่ของปาปัวนิวกินี งานทางการแพทย์อธิบายว่าโรคนี้สัมพันธ์กับพิธีกรรมกินเนื้อเยื่อของผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเนื้อเยื่อสมอง ก่อนที่พิธีกรรมดังกล่าวจะยุติลงและโรคลดลงตามเวลา
- หมู่เกาะฟิจิ (Fiji)
ฟิจิเคยถูกชาวยุโรปในอดีตเรียกว่า Cannibal Isles หรือหมู่เกาะแห่งคนกินคน โดยเฉพาะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่นักเดินทาง มิชชันนารี และผู้ปกครองอาณานิคมเริ่มบันทึกเรื่องราวของพื้นที่แปซิฟิกใต้มากขึ้น
ในอดีต เรื่องเล่าเกี่ยวกับฟิจิมักเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างกลุ่ม การกินเนื้อศัตรูหลังชนะศึก หรือการใช้พิธีกรรมเพื่อแสดงอำนาจเหนือฝ่ายตรงข้าม บางบันทึกยังอธิบายว่ามีความเชื่อเรื่องการรับพลังจากศัตรูที่ถูกปราบ
ปัจจุบัน ประเพณีลักษณะนี้หมดไปแล้ว ฟิจิเปลี่ยนผ่านอย่างมากหลังได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ การปกครองสมัยใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในช่วงปลายศตวรรษที่ 19
- ชนเผ่าในลุ่มน้ำอะเมซอน (บราซิล และเปรู)
ในลุ่มน้ำอะเมซอน มีชนเผ่าบางกลุ่มที่เคยถูกกล่าวถึงในงานมานุษยวิทยา เช่น ชนเผ่าวารี (Wari') และชนเผ่ายาโนมามิ (Yanomami)
สิ่งที่ถูกพูดถึงไม่ใช่การกินคนแบบฆ่าหรือใช้ความรุนแรง แต่เป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายที่เรียกว่า Endocannibalism หรือการกินภายในกลุ่ม เมื่อมีคนในครอบครัวหรือชนเผ่าเสียชีวิต ร่างหรือเถ้ากระดูกของผู้ตายอาจถูกนำมาเกี่ยวข้องกับอาหารหรือเครื่องดื่มในพิธี เพื่อสื่อถึงการไม่ทอดทิ้งผู้ตาย และให้บรรพบุรุษยังคงอยู่กับลูกหลานในเชิงความเชื่อ
ในบางกลุ่ม เช่น ยาโนมามิ มีการกล่าวถึงพิธีที่นำเถ้ากระดูกของผู้ตายมาผสมกับอาหารหรือซุปกล้วยในพิธีรำลึก ขณะที่กรณีของวารีถูกศึกษาในฐานะพิธีศพที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตาย มากกว่าการกินเพื่อความโหดร้าย
ปัจจุบัน พิธีกรรมเหล่านี้ลดลงหรือเปลี่ยนรูปแบบไปมาก เนื่องจากกฎหมาย การติดต่อกับโลกภายนอก ศาสนา และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของชุมชนพื้นเมือง
ข้อสังเกตจากนักประวัติศาสตร์
เรื่องเล่าเกี่ยวกับชนเผ่ากินคนในอดีต ไม่ได้ควรถูกเชื่อแบบตรงตัวทั้งหมด เพราะหลายครั้งบันทึกของนักสำรวจหรือชาวตะวันตกอาจใส่สีสันให้คนท้องถิ่นดูป่าเถื่อนและน่ากลัว เพื่อสร้างภาพว่าตนเองเข้ามาเพื่อสร้างอารยธรรม
นี่เป็นเหตุผลที่การพูดถึงเรื่องกินคนในประวัติศาสตร์ควรแยกให้ออกระหว่างข้อมูลทางมานุษยวิทยา พิธีกรรมดั้งเดิม เรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อ และคำบอกเล่าที่อาจถูกขยายจนผิดจากความจริง
การกินคนในยุคปัจจุบันเกิดจากอะไร
ถ้ามีข่าวการกินคนเกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ในยุคปัจจุบัน เช่น อเมริกา รัสเซีย หรือยุโรป โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าประเทศนั้นมีวัฒนธรรมกินคน แต่เป็นเหตุการณ์เฉพาะคดีหรือสถานการณ์สุดขั้วมากกว่า
กรณีแรก คือคดีอาชญากรรมรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับฆาตกรต่อเนื่องหรือผู้ก่อเหตุที่มีภาวะผิดปกติทางจิตอย่างรุนแรง ตัวอย่างที่มักถูกพูดถึงในสื่อคือคดีของเจฟฟรีย์ ดาห์เมอร์ ซึ่งเป็นคดีอาชญากรรม ไม่ใช่วัฒนธรรมของสังคม
อีกกรณีหนึ่งคือ Survival Cannibalism หรือการกินเพื่อเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ที่มนุษย์ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่มีอาหารเป็นเวลานาน เช่น เหตุการณ์เครื่องบินตกที่เทือกเขาแอนดีสในปี 1972 ซึ่งผู้รอดชีวิตบางส่วนต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากเพื่อมีชีวิตอยู่จนได้รับการช่วยเหลือ
ดังนั้น คำว่า ประเทศกินคน จึงไม่ใช่คำที่ถูกต้องนักสำหรับโลกปัจจุบัน สิ่งที่มีอยู่จริงคือประวัติศาสตร์ พิธีกรรม ความเชื่อ และเหตุการณ์เฉพาะบางกรณีที่ควรถูกมองด้วยบริบท ไม่ใช่เหมารวมว่าคนทั้งประเทศหรือทั้งวัฒนธรรมเป็นเช่นนั้น
อ้างอิง: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK559103/ ; https://www.britannica.com/topic/cannibalism-human-behavior ; https://www.jstor.org/stable/646047
10 นามสกุลที่พบเห็นบ่อยในไทย มีทั้งแซ่จีนและนามสกุลไทย
10 วาระสุดท้ายและสิ่งที่ต้องเจอหลังความตาย ของหมอผีสายดำ จาก "แย่และทรมานที่สุด" ไปจนถึง "เบาที่สุด"
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
10 อันดับ ผีสายดำที่ขี้เหล่และน่าเกลียดที่สุด
ทำไมราชวงศ์จีนหลายราชวงศ์ไม่นิยมแต่งงานสายเลือดใกล้ชิด?
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
“หมายเลขขบวนรถ BTS” เลข 4 หลักนี้มีไว้ทำไม รู้ไว้ช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา
นึกว่ามีแต่บนต้นไม้ พาไปดู "น้ำผึ้งดิน" ของแปลกที่หาทานยากระดับ 10 กะรัต
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
“จิ้งซื่อฝาง” (敬事房) หน่วยงานที่คอยควบคุมดูแลเรื่องการสืบทายาทของจักรพรรดิชิง
10 อันดับ "ผี" เล่นของพลาด & เมนูอาหารสุดโปรดของเขา
10 อันดับ ผีสายดำที่ขี้เหล่และน่าเกลียดที่สุด
“หมายเลขขบวนรถ BTS” เลข 4 หลักนี้มีไว้ทำไม รู้ไว้ช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา
เลขลาววันนี้ 14 กรกฎาคม 2569 เลขไหนมาแรง? รวมเลขเด่นจากหลายกระแสโซเชียลที่คนกำลังพูดถึง
7 ชื่อที่คนไทยใช้เยอะที่สุด

