หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เคล็ดลับเด็ด! วิธีเลือกซื้อ "ไข่เค็ม" ให้ได้ไข่แดงมันเยิ้ม สีสวย รสชาติเค็มกำลังดี และปลอดภัย


เขียนโดย World News 360

 

ไข่เค็ม เป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารคู่ครัวเรือนคนไทยที่นิยมรับประทานกันมายาวนาน ด้วยรสชาติที่เค็มนำ หอมมัน และมีความพิเศษที่เนื้อไข่แดงแน่นสวย มีน้ำมันเยิ้มๆ เมื่อนำมาประกอบอาหารไม่ว่าจะเป็นไข่เค็มทอดกระเทียมพริกไทย ยำไข่เค็ม หรือนำไปเป็นส่วนผสมในขนมและอาหารจานเด็ดต่างๆ ก็ช่วยเพิ่มความอร่อยและกลิ่นหอมให้กับอาหารได้เป็นอย่างดี หลายคนชอบรับประทานแต่อาจจะยังไม่รู้ว่า การเลือกซื้อไข่เค็มให้ได้คุณภาพดี ไข่แดงสวย มันเยิ้ม และมีความเค็มกำลังดี ไม่เค็มจนเกินไปนั้น มีเทคนิคและวิธีสังเกตที่สำคัญอยู่ ซึ่งถ้าเลือกผิดหรือซื้อไม่ดี นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังอาจได้ไข่เค็มที่มีรสชาติไม่ดี ไข่แดงเละ หรือปนเปื้อนสารที่ไม่ปลอดภัยอีกด้วย วันนี้ผมจะมาแชร์วิธีเลือกซื้อไข่เค็มอย่างละเอียด ตั้งแต่การดูเปลือกภายนอก การสังเกตภายใน รู้จักเกรดคุณภาพ วิธีเก็บรักษา และข้อควรระวังเพื่อสุขภาพ เพื่อให้คุณได้ไข่เค็มที่ดีที่สุด อร่อยที่สุด และปลอดภัยที่สุดครับ

 

🥚 รู้จักประเภทของไข่เค็ม เลือกให้ตรงใจการใช้งาน

 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักไข่เค็มที่วางขายตามท้องตลาดกันก่อนครับ โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ตามวัตถุดิบที่ใช้ทำครับ:

 

1. ไข่เป็ดเค็ม

นี่คือไข่เค็มยอดนิยมและเป็นต้นฉบับดั้งเดิมที่คนไทยรู้จักดีที่สุดครับ ไข่เป็ดมีขนาดฟองใหญ่กว่าไข่ไก่ เปลือกหนาและแข็งแรงกว่า เหมาะแก่การนำมาดองเค็ม เนื้อไข่แดงจะมีขนาดใหญ่ สีส้มจัดจ้าน สวยงาม มีความมันสูง และเมื่อสุกแล้วเนื้อจะแน่นอยู่ทรง ไม่เละ รสชาติจะเค็มกำลังดีและหอมมันกว่าแบบไข่ไก่

✅ เหมาะสำหรับ: นึ่งกินเป็นกับข้าว, ทำอาหารจานหลัก, ทำยำ, หรือนำไปแปรรูปเป็นไข่เค็มอบควันเทียน

⭐ จุดเด่น: คุณภาพดี ไข่แดงสวย มันเยิ้ม นิยมที่สุด

 

2. ไข่ไก่เค็ม

เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ชอบขนาดฟองเล็ก หรือต้องการประหยัดงบครับ ขนาดฟองจะเล็กกว่า เปลือกบางกว่า เนื้อไข่แดงจะมีขนาดเล็ก สีจะอ่อนกว่าแบบไข่เป็ดเล็กน้อย และความมันจะน้อยกว่า รสชาติจะเค็มจัดกว่าเล็กน้อย เพราะไข่ไก่มีผิวเปลือกที่ซึมซาบน้ำเกลือได้เร็วกว่า

✅ เหมาะสำหรับ: นำมาปรุงรสอาหารที่ต้องการความเค็ม, ทำน้ำปรุง, หรือเมนูที่เน้นใช้ไข่ขาว

⭐ จุดเด่น: ราคาประหยัดกว่า หาซื้อง่าย

 

🔎 จุดสังเกตสำคัญ เลือกยังไงให้ได้ "ไข่เค็มคุณภาพดี"

 

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดครับ ไม่ว่าจะซื้อแบบยังไม่แกะเปลือก หรือแบบแกะแล้ว ให้สังเกตตามนี้ครับ:

 

✅ ขั้นตอนที่ 1: ดูจากภายนอก (ตอนที่ยังอยู่ในเปลือก)

 

1. ดูที่ผิวเปลือก

ไข่เค็มที่ดี เปลือกต้องสะอาด เรียบเนียน ไม่มีรอยแตก รอยร้าว หรือรอยรั่วซึมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าเปลือกแตกหรือร้าว น้ำเกลือจะซึมเข้าไปมากเกินไป ทำให้ไข่ข้างในเค็มจนกินไม่ได้ หรือเกิดเชื้อแบคทีเรียเน่าเสียได้ ผิวเปลือกควรจะมีสีขาวนวล หรือสีเทาอ่อนๆ ตามธรรมชาติของไข่เป็ด หากเห็นสีผิดปกติ เช่น ขาววับจัดผิดธรรมชาติ หรือมีรอยด่างดำ ให้เลี่ยงครับ อาจจะเก็บนานหรือทำไม่ได้มาตรฐาน

 

2. เขย่าแล้วฟังเสียง

วิธีนี้ได้ผลดีมากครับ ให้นำไข่เค็มมาจับแน่นๆ แล้วเขย่าเบาๆ ข้างหู

 

- ไข่เค็มดี/ดองได้ที่แล้ว: เนื้อไข่ข้างในจะจับตัวกันแน่น จะไม่มีเสียงอะไรเลย หรือรู้สึกว่าข้างในหนักแน่นทึบๆ

- ไข่เค็มดองไม่ได้ที่/ดองใหม่: เนื้อไข่ข้างในยังเหลวอยู่ เขย่าจะมีเสียงน้ำข้างในดัง "แฉะๆ" หรือรู้สึกว่าข้างในไหลไปมา ไม่แน่น

- ไข่เค็มเก่า/เน่าเสีย: เขย่าแล้วจะมีเสียงดังโครกคราก เพราะไข่แดงแตกปนกับไข่ขาวหมดแล้ว ห้ามซื้อเด็ดขาดครับ

 

3. ส่องดูแสง

หากมีแสงไฟสว่างๆ ส่องดู จะเห็นว่าไข่แดงต้องอยู่ตรงกลางฟอง ชัดเจน กลมแน่น ส่วนไข่ขาวต้องใส ไม่ขุ่นมัว ถ้าเห็นไข่แดงเคลื่อนที่ไปมา หรือปนกับไข่ขาว แสดงว่าเสียคุณภาพแล้วครับ

 

✅ ขั้นตอนที่ 2: ดูจากภายใน (เมื่อแกะเปลือกแล้ว / หรือแบบแกะขาย)

 

1. สีของไข่แดง คือหัวใจสำคัญ

สิ่งที่ทุกคนมองหาคือ "ไข่แดงสีส้มแดง" ครับ

 

- ไข่เค็มคุณภาพดี: ไข่แดงต้องมีสีแดงจัด หรือสีส้มเข้มจัดจ้าน เป็นสีธรรมชาติ เนื้อสัมผัสแน่น หนึบ หยุ่น เมื่อผ่าออกจะมีน้ำมันซึมออกมาเยิ้มๆ ชัดเจน รูปร่างกลมสวย ไม่เหลว ไม่เละ ไม่แตกกระจาย

- ไข่เค็มคุณภาพต่ำ: ไข่แดงจะมีสีเหลืองอ่อน หรือสีซีด สีไม่สม่ำเสมอ เนื้อเละเป็นน้ำ ไม่มีความมัน หรือบางครั้งสีแดงผิดธรรมชาติจัดเกินไป สงสัยว่าใส่สีผสมอาหารอันตราย

 

2. ดูที่ไข่ขาว

 

- ไข่เค็มดี: ไข่ขาวต้องมีสีขาวใส หรือขาวนวล สะอาด เนื้อแน่น อยู่ทรง ไม่เหลวเป็นน้ำ รสชาติเค็มกำลังดี เค็มละมุน ไม่เค็มปี๋จนกินไม่ได้

- ไข่เค็มไม่ดี: ไข่ขาวขุ่นข้น มีสีเทา หรือสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นสาบ กลิ่นเน่า หรือเค็มจัดเกินไปจนแสบลิ้น

 

⚠️ จุดที่ต้องระวัง! ไม่ให้โดนหลอกและเสี่ยงอันตราย

 

1. ระวังไข่เค็มใส่สีผสมอาหาร

ปัญหาใหญ่ที่สุดของไข่เค็มคือ บางร้านต้องการให้ไข่แดงสีสวยจัดจ้านดึงดูดใจ เลยเติมสีผสมอาหารลงไปในน้ำดอง ซึ่งสีที่ใช้บางชนิดเป็นสารอันตราย สังเกตง่ายๆ คือ ถ้าไข่แดงสีแดงฉาดฉานผิดธรรมชาติ แดงจัดเกินไปจนดูไม่น่ากิน หรือสีตกใส่มือ ใส่จาน ให้สงสัยไว้ก่อนครับ สีธรรมชาติจะเป็นสีส้มอมแดง ไม่ใช่แดงฉานเหมือนสีชาด

 

2. ระวังไข่เค็มเก่าเก็บ

ไข่เค็มก็หมดอายุได้ครับ ยิ่งเก็บนาน รสชาติจะเค็มขึ้น เนื้อจะเสื่อมคุณภาพ และอาจเกิดเชื้อราได้ สังเกตจากเปลือกที่เริ่มดำ มีกลิ่นอับ หรือเขย่าแล้วมีเสียงดังก้องข้างใน

 

3. ระวังไข่เค็มด้วยปูนขาว

บางแห่งนิยมดองไข่เค็มด้วยปูนขาวเพื่อให้ไข่ขาวกรอบและแน่น แต่ถ้าใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม หรือดองนานเกินไป จะทำให้มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อไตและร่างกาย สังเกตได้จากไข่ขาวจะแข็งกระด้างผิดปกติ มีรสขมปลายลิ้น

 

📖 อ่านฉลากและเกรดคุณภาพ (สำหรับแบบบรรจุถุง)

 

ถ้าซื้อแบบบรรจุหีบห่อสำเร็จ สิ่งที่ต้องดูคือ:

 

- เกรดคุณภาพ: มักจะระบุเกรด เช่น เกรด A (ใหญ่ สวย สะอาด), เกรด B (ขนาดรองลงมา), เกรด C (ฟองเล็ก หรือมีตำหนิเล็กน้อย)

- วันที่ผลิตและวันหมดอายุ: ไข่เค็มควรบริโภคภายใน 30-45 วัน นับจากวันผลิต ยิ่งใหม่ยิ่งดี

- วิธีการผลิต: ดูว่าใช้เกลืออะไร ดองด้วยวิธีไหน เพื่อความปลอดภัย

- เครื่องหมายรับรอง: ควรมีเลขทะเบียนอาหาร อย. หรือเครื่องหมายมาตรฐานสินค้า เพื่อความมั่นใจ

 

💡 วิธีเก็บรักษาไข่เค็ม ให้เก็บได้นานและรสชาติยังดี

 

- แบบยังไม่แกะเปลือก: สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ในที่ร่ม แห้งและเย็น อากาศถ่ายเทได้ดี ได้นานประมาณ 2-3 สัปดาห์ หรือถ้าเก็บในตู้เย็นจะอยู่ได้นาน 1-2 เดือนครับ

- แบบแกะเปลือกแล้ว: หากแกะออกมาแล้วกินไม่หมด ให้ใส่ภาชนะมิดชิด เก็บเข้าตู้เย็น และควรรีบกินให้หมดภายใน 2-3 วัน

- ข้อแนะนำ: ไม่ควรแช่แข็ง เพราะเนื้อไข่จะเสียสภาพ เละและรสชาติเสียไปครับ

 

🍳 ทริคเพิ่มเติม: วิธีทำให้ไข่เค็มเค็มน้อยลง

หากซื้อมาแล้วรู้สึกว่าเค็มจัดเกินไป ให้นำไข่เค็มทั้งฟอง (แกะเปลือกแล้ว) แช่ลงในน้ำเปล่าสะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที เกลือบางส่วนจะละลายออกไป ทำให้ความเค็มลดลง สามารถนำไปปรุงอาหารหรือกินได้พอดีขึ้นครับ

 

สรุปแล้วครับ การเลือกซื้อไข่เค็มให้ได้คุณภาพดี สวย อร่อย และปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เราสังเกตผิวเปลือก เขย่าฟังเสียง ดูสีและสภาพเนื้อไข่แดงไข่ขาว และหลีกเลี่ยงสีที่ผิดธรรมชาติ ตามเทคนิคที่ผมแนะนำนี้ คุณก็จะได้ไข่เค็มชั้นดี ที่เมื่อนำไปทำอาหารเมนูไหน ก็จะอร่อยถูกใจทั้งคนทำและคนกินแน่นอนครับ

เนื้อหาโดย: World News 360
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
World News 360's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย World News 360
ติดตามข่าวรอบโลก ครบทุกมุมมอง ได้ที่ World News 360° 🌍
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: World News 360
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สำรวจรายได้และค่าตัวนักร้องไทย ปี 2025-2026 ใครอยู่กลุ่มท็อป"มิตซูบิชิ มอเตอร์" ประกาศการกลับมาผลิต รถยนต์รุ่นปาเจโร่อีกครั้ง!!เที่ยวลาว 4 วัน 3 คืน ใช้งบเท่าไหร่ กิน เที่ยว เดินทางแบบพอดีกระเป๋าข้าราชการ 5 กลุ่มนี้ ใครได้เงินเดือนมากกว่ากันทำไมเพลงเก่าๆ เมื่อ 15-20 ปีที่แล้ว พอกลับไปฟังอีกครั้งยังเพราะเหมือนเดิมสรุปวิธีคำนวณไทยช่วยไทย พลัส 60:40 เติมเท่าไหร่ถึงใช้สิทธิครบเดือนบะหมี่หยกร้านสุกี้ ต้องลวกก่อนกินไหม หรือกินได้เลยอร่อยกว่ามีงบ 10,000฿ ไปเที่ยวคนเดียวเอเชีย 3วัน2คืน 5 สถานที่ไหนน่าเที่ยวบ้างเปิดเทคนิค! วิธีเลือกซื้อน้ำมันพืชให้คุ้มค่า ปลอดภัย และเหมาะกับการทำอาหารแต่ละแบบ ที่หลายคนยังเลือกผิดสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/6/69เปิดวิธีเลือกซื้อ "ข้าวสาร" ให้ได้เม็ดสวย หุงอร่อย คุ้มค่า และปลอดภัย ไม่โดนหลอก5 คณะน่าเรียน จบแล้วมีโอกาสทำงานสูงและต่อยอดไปต่างประเทศได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 คณะน่าเรียน จบแล้วมีโอกาสทำงานสูงและต่อยอดไปต่างประเทศได้ทำไม body slam ถึงเป็นที่ยอมรับในวงการดนตรี และถึงยืนระยะในวงการได้เกือบ25 ปีแร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดโปง! 5 เรื่องที่มนุษย์ "เสียเงินมากที่สุด" ในชีวิต บางอย่างไม่จำเป็นแต่ก็ยอมจ่ายชีวิตของพนักงานเซเว่น3 อันดับต้นไม้ที่ปลูกแล้วมีเงินเข้าบ้านตลอด5 คณะน่าเรียน จบแล้วมีโอกาสทำงานสูงและต่อยอดไปต่างประเทศได้
ตั้งกระทู้ใหม่