งานแอดมินเงินเดือน 16-20K ดึงเด็กจบโท ฮ่องกงถกปัญหา “วุฒิสูงเกินงาน”
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
ประกาศรับสมัครงาน...เงินเดือน 16,000-20,000 ดอลลาร์ฮ่องกง กลายเป็นเรื่องที่คนทำงานในฮ่องกงหยิบมาถกกันหนัก หลังมีผู้โพสต์ใน Threads เล่าว่า บริษัทตั้งใจเปิดรับคนวุฒิอนุปริญญา แต่งานเดียวกันกลับมีผู้สมัครมากกว่า 40 คน และในกอง CV นั้นมีทั้งผู้จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของฮ่องกงหลายแห่ง
ประเด็นนี้ไม่ได้แปลว่าปริญญาโทไร้ค่า
แต่มันสะท้อนอีกด้านของตลาดงานที่คนจบสูงจำนวนไม่น้อยต้องยอมขยับลงมาสมัครงานระดับเริ่มต้น เพราะงานที่ตรงวุฒิ ตรงสาย หรือตรงเงินเดือนที่คาดหวัง ไม่ได้มีมากพอสำหรับทุกคน โดยเฉพาะตำแหน่งงานสำนักงานทั่วไปที่ดูเหมือนธรรมดา แต่พอเศรษฐกิจตึง คนหางานเยอะ งานแบบนี้ก็กลายเป็นสนามแข่งขันทันที
ต้นทางจาก HK01 ระบุว่า โพสต์ดังกล่าวพูดถึงงาน admin ที่เงินเดือนราว 16,000-20,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณงานเริ่มต้นในออฟฟิศ ไม่ใช่ตำแหน่งบริหาร แต่กลับมีผู้สมัครระดับปริญญาโทเข้ามาแข่งด้วยจำนวนมาก จนเจ้าของโพสต์ถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า “อย่าไปเรียนโทกันอีกเลย” ในเชิงประชดมากกว่าจะเป็นคำแนะนำจริงจัง
จุดที่น่าสนใจกว่าคือ ฝั่ง HR บางคนกลับไม่ได้มองว่าผู้สมัครวุฒิสูงคือ “ตัวเลือกที่ดีที่สุด” เสมอไป
เหตุผลหลักคือความกลัวเรื่องอยู่ไม่นาน หากตำแหน่งงานต้องฝึกงานใหม่ ต้องเรียนระบบเอกสาร ต้องรู้จักวิธีทำงานของทีม บริษัทก็ไม่อยากเสียเวลาเทรนคนที่อาจมองงานนี้เป็นแค่ที่พักชั่วคราว พอได้งานที่ดีกว่า เงินมากกว่า หรือตรงสายกว่า ก็ลาออกทันที ความคิดแบบนี้อาจฟังดูไม่แฟร์สำหรับผู้สมัคร แต่ในมุมองค์กร ค่าเทรนพนักงานก็เป็นต้นทุนจริง
คำว่า “overqualified” หรือคุณสมบัติสูงเกินตำแหน่ง จึงไม่ได้หมายถึงเก่งเกินไปอย่างเดียว แต่มักพ่วงคำถามอีกหลายข้อ เช่น จะรับเงินเดือนนี้ได้นานแค่ไหน จะเบื่องานซ้ำ ๆ หรือไม่ จะรับคำสั่งจากหัวหน้าที่อาจวุฒิต่ำกว่าตัวเองได้หรือเปล่า และจะมองงานเอกสาร งานประสานงาน งานตามระบบ เป็นงานที่มีคุณค่าจริงหรือไม่
งานวิจัยด้านการจ้างงานก็เคยชี้ไปในทิศทางคล้ายกันว่า ภาพจำเรื่องผู้สมัคร “วุฒิเกินงาน” มักผูกกับความเสี่ยงด้านความพึงพอใจในงาน ความผูกพันกับองค์กร และการลาออก แม้ในชีวิตจริง ผู้สมัครแต่ละคนจะมีเหตุผลต่างกันมากก็ตาม
อีกด้านหนึ่ง เสียงคัดค้านก็มีไม่น้อย เพราะตลาดงานยุคนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่า ถ้าไม่เรียนต่อ ก็อาจไม่มีแม้แต่โอกาสได้สัมภาษณ์ บางตำแหน่งตั้งวุฒิไว้สูงตั้งแต่แรก ทั้งที่เนื้องานจริงไม่ได้จำเป็นต้องใช้ความรู้ระดับนั้นด้วยซ้ำ พูดง่าย ๆ คือ ผู้สมัครถูกบีบจากสองทาง เรียนน้อยไปก็ไม่ผ่านด่านแรก เรียนสูงไปก็ถูกมองว่าอยู่ไม่นาน
ตัวเลขจากฮ่องกงยิ่งทำให้เรื่องนี้มีน้ำหนักขึ้น HK01 อ้างข้อมูลว่า จำนวนผู้เรียนหลักสูตรบัณฑิตศึกษาแบบ taught postgraduate เพิ่มจาก 50,600 คนในปีการศึกษา 2021/22 เป็น 73,000 คนในปีการศึกษา 2024/25 ส่วนหลักสูตรวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาก็เพิ่มจาก 15,000 คนเป็น 19,500 คนในช่วงเดียวกัน
เมื่อคนจบสูงมากขึ้น แต่ตำแหน่งงานที่ใช้ทักษะระดับสูงไม่ได้โตตามทันที แรงกดดันก็ไหลลงมาที่งานระดับต้น
สำหรับคนจบปริญญาโทที่อยากสมัครงาน... งานประสานงาน หรืองานเริ่มต้น สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การ “ซ่อนวุฒิ” แบบสุ่มเสี่ยง แต่คือการอธิบายให้ชัดว่า ทำไมถึงเลือกงานนี้ และทักษะที่มีจะช่วยงานตรงหน้าได้อย่างไร เช่น จัดระบบเอกสารได้ดี เขียนอีเมลเป็นมืออาชีพ ใช้ Excel หรือเครื่องมือสำนักงานคล่อง ประสานงานกับหลายฝ่ายได้ และยอมรับธรรมชาติของงานที่ต้องละเอียด ซ้ำ และเร็ว
เรซูเม่ก็ต้องปรับ
ถ้าหน้าแรกของ CV มีแต่ชื่อมหาวิทยาลัย หัวข้อวิทยานิพนธ์ และศัพท์วิชาการเต็มไปหมด HR อาจไม่เห็นภาพว่าผู้สมัครจะช่วยทีม...ได้ตรงไหน แต่ถ้าเล่าให้เห็นประสบการณ์ทำงานจริง งานพาร์ตไทม์ งานโปรเจกต์ งานดูแลเอกสาร งานบริการลูกค้า หรือการจัดการข้อมูล ภาพจะเปลี่ยนทันที
จดหมายสมัครงานยิ่งสำคัญ เพราะนี่คือพื้นที่อธิบายเรื่องที่เรซูเม่อธิบายไม่ได้ เช่น “ต้องการเริ่มจากงานปฏิบัติการเพื่อเข้าใจระบบองค์กร” หรือ “สนใจสายงานบริหารสำนักงานระยะยาว” ประโยคแบบนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องสมัครเล่น ๆ แล้วรอหนีไปงานอื่นได้มากกว่าการเขียนว่า “พร้อมเรียนรู้ทุกอย่าง” แบบกว้าง ๆ
เรื่องนี้จึงไม่ใช่สงครามระหว่างวุฒิสูงกับวุฒิต่ำ แต่เป็นปัญหา job fit ล้วน ๆ บริษัทต้องการคนที่อยู่กับงานได้จริง ส่วนผู้สมัครก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า วุฒิสูงไม่ได้แปลว่าจะเลือกงาน หรือทำงานเล็กไม่เป็น
บางครั้งใบปริญญาเปิดประตูให้ได้
แต่คนที่ผ่านเข้าไปได้ อาจเป็นคนที่อธิบาย “เหตุผลของตัวเอง” ได้ชัดกว่า
แหล่งที่มา: HK01 / OECD / งานวิจัยด้าน overqualification และการจ้างงาน / ข้อมูลตั้งต้นจากไฟล์แนบ
อ้างอิง: https://www.hk01.com/開罐/60352719/月薪-16-00行政職位吸8大碩士爭奪-hr揭符合條件也不錄用原因
เขียนโดย แมวเอาแต่นอน
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน
5 สายพันธุ์แมวหน้าตาสวยโดดเด่น ทั้งแมวไทยและแมวประกวดระดับโลก
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
ทำไมศรีราชาถึงมีคนญี่ปุ่นเยอะ จนถูกเรียกว่า Little Osaka
โค้งสุดท้ายงวด 1 มิ.ย. 2569 ส่องเลขแม่น้ำหนึ่งกับเลขประทัดที่ถูกจับตา
5 เงินเดือนผู้นำประเทศ ตัวเลขจริงที่ต่างกันมากกว่าที่คิด
เมืองชายแดนที่กำลังกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่
ญี่ปุ่นอัดงบ 5.1 แสนล้านเยน ลดค่าไฟ-ก๊าซหน้าร้อน 3 เดือน
สาวอดอาหาร 1 เดือน ลด 10 กิโล แพทย์เตือนไขมันพอกตับไม่ใช่เรื่องของคนอ้วนเท่านั้น
ประเทศที่ต้องการแรงงานไทยมากที่สุด มีคนไทยไปทำงานมากที่สุด
ญี่ปุ่นอัดงบ 5.1 แสนล้านเยน ลดค่าไฟ-ก๊าซหน้าร้อน 3 เดือน
ชาวฮิมบาแห่งนามิเบีย ทำไมผู้หญิงหลายคนไม่อาบน้ำ แต่ยังดูแลตัวเองได้
