สาวอดอาหาร 1 เดือน ลด 10 กิโล แพทย์เตือนไขมันพอกตับไม่ใช่เรื่องของคนอ้วนเท่านั้น
สาวนักศึกษาวัย 20 กว่าปีในฝูเจี้ยนอยากผอมเร็ว จึงเลือกวิธีกินให้น้อยที่สุด เช้ากับเย็นกินขนมปังมื้อละ 1 แผ่น กลางวันกินผลไม้แทนอาหารหลัก ผ่านไป 1 เดือน น้ำหนักลดลง 10 กิโลกรัมจริง แต่ผลตรวจร่างกายกลับพบภาวะไขมันพอกตับระดับรุนแรง
ตัวเลขบนตาชั่งลดลง แต่ตับไม่ได้ดีใจด้วย
รายงานของ HK01 ระบุว่า แพทย์จากโรงพยาบาลประชาชนมณฑลหูหนาน ประเทศจีน อธิบายกรณีนี้ว่า การลดน้ำหนักด้วยการอดอาหารหรือกินโปรตีนน้อยเกินไป อาจทำให้ระบบเผาผลาญเสียสมดุล ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะโปรตีนคุณภาพดีจากอาหารอย่างเนื้อสัตว์ ไข่ นม หรือแหล่งโปรตีนอื่น ๆ
เรื่องนี้ทำให้หลายคนแปลกใจ เพราะพอพูดถึง “ไขมันพอกตับ” คนมักนึกถึงคนอ้วน คนกินมัน หรือคนดื่มแอลกอฮอล์หนัก ทั้งที่ความจริง คนรูปร่างผอมก็มีปัญหานี้ได้ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายขาดโปรตีนหรืออยู่ในภาวะโภชนาการไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน
กลไกไม่ได้ซับซ้อนเกินเข้าใจ ตับต้องใช้โปรตีนช่วยสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งไขมันออกจากตับ หากกินน้อยจนโปรตีนไม่พอ ไขมันบางส่วนอาจสะสมอยู่ในตับมากขึ้น แทนที่จะถูกนำไปใช้หรือขนส่งออกไปตามปกติ งานทบทวนทางการแพทย์ยังระบุว่า ภาวะขาดสารอาหารและโปรตีน-พลังงานต่ำสามารถเกี่ยวข้องกับไขมันสะสมในตับได้เช่นกัน
นี่แหละจุดที่อันตรายของการผอมแบบหักดิบ
น้ำหนักที่ลดเร็วในช่วงแรกอาจไม่ใช่ไขมันล้วน บางส่วนเป็นน้ำ กล้ามเนื้อ และพลังงานสำรองของร่างกาย ถ้ากินน้อยเกินไปต่อเนื่อง ร่างกายจะเริ่มปรับตัวแบบเอาตัวรอด คนลดน้ำหนักอาจรู้สึกว่าตัวเบาลง แต่แรงตก เวียนหัว ประจำเดือนผิดปกติ ผมร่วง หิวจัด หรือกลับมากินมากกว่าเดิมในภายหลัง
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC แนะนำว่า การลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปประมาณ 1–2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือราว 0.5–1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ มักยั่งยืนกว่าการลดฮวบในเวลาอันสั้น ขณะที่ NHS ของสหราชอาณาจักรก็ให้กรอบใกล้เคียงกัน คือควรตั้งเป้าลดอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่ลดแบบทรมานตัวเอง
ในกรณีไขมันพอกตับ แนวทางจาก Mayo Clinic ระบุว่า การดูแลมักเริ่มจากการลดน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน แต่ต้องทำผ่านอาหารที่สมดุล การควบคุมปริมาณอาหาร และการออกกำลังกาย ไม่ใช่การตัดอาหารจนเหลือแค่ขนมปังกับผลไม้ไม่กี่อย่าง
อีกประเด็นที่แพทย์จีนเตือนคือพฤติกรรมดูคลิปกินอาหาร หรือมุกบัง ตอนดึก โดยเฉพาะคนที่อดอาหารแล้วเปิดดูเพื่อ “หลอกตัวเองว่าได้กิน” แพทย์ให้ความเห็นว่า ภาพและเสียงอาหารอาจกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะ หากเกิดบ่อยและไม่มีอาหารจริงให้ย่อย อาจทำให้กระเพาะระคายเคืองได้ โดยเฉพาะคนที่มีโรคกระเพาะเดิมอยู่แล้ว
ไม่ได้แปลว่าดูคลิปกินอาหารครั้งเดียวแล้วจะป่วยทันที แต่ถ้าทำควบคู่กับการอดอาหาร นอนดึก และปล่อยให้ท้องว่างนาน ๆ ร่างกายก็มีเหตุผลพอที่จะประท้วง
วิธีลดน้ำหนักที่ปลอดภัยกว่าคือไม่ควรตัดอาหารทั้งกลุ่มออกไปเองแบบสุดโต่ง มื้ออาหารยังควรมีโปรตีน ผัก คาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม และไขมันดีในปริมาณพอดี คนที่มีโรคประจำตัว น้ำหนักลดเร็วผิดปกติ หรือเคยตรวจพบไขมันพอกตับ ควรคุยกับแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเริ่มโปรแกรมจริงจัง
อย่าใช้คำว่า “อดทน” ไปแทนคำว่า “ดูแลตัวเอง”
เพราะการลดน้ำหนักที่ดี ไม่ควรทำให้ร่างกายพังเงียบ ๆ อยู่ข้างใน แค่ตัวเลขลดลงยังไม่พอ ตับ กล้ามเนื้อ ฮอร์โมน และชีวิตประจำวันต้องไปต่อได้ด้วย
แหล่งที่มา: HK01, CDC, Mayo Clinic, NHS, Liver International / PMC
อ้างอิง: https://www.hk01.com/熱爆話題/60352225/女大學生極端節食1個月減10kg-減肥驚變重度脂肪肝-醫生拆解原因, https://www.cdc.gov/healthy-weight-growth/losing-weight/index.html, https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/fatty-liver-disease-masld/diagnosis-treatment/drc-20354573, https://www.nhs.uk/conditions/overweight-and-obesity/, https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC10735173/
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
อนุทินเดินหน้าคุมปืนเข้ม ระงับออกใบอนุญาตซื้อปืน-ทบทวนใบอนุญาตเดิม
แบรนด์ EV จีนขยับส่วนแบ่งยุโรปตะวันตกแตะ 14.2% อะไรทำให้ผู้ซื้อยังเลือกมากขึ้น?
รัฐบาลเตรียมทยอยยุบ 11 สายงานข้าราชการ เมื่อเจ้าของตำแหน่งพ้นจากราชการ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
น้ำอัดลมศูนย์น้ำตาลช่วยลดน้ำตาลได้จริงแต่ไม่ควรตีความว่าเป็นน้ำเปล่า
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ทำไมเวลาปัดมาสคาร่าหรือกรีดอายไลเนอร์ถึงเผลออ้าปากโดยไม่รู้ตัว
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ทำไมห้องถึงเงียบจนเหมือนหูอื้อทันทีเมื่อพัดลมหรือแอร์หยุดทำงาน
ทำไมจังหวะก้าวเท้าถึงเผลอเดินให้ตรงกับบีทเพลงตอนใส่หูฟัง
น้ำอัดลมศูนย์น้ำตาลช่วยลดน้ำตาลได้จริงแต่ไม่ควรตีความว่าเป็นน้ำเปล่า
ทำไมเวลาปัดมาสคาร่าหรือกรีดอายไลเนอร์ถึงเผลออ้าปากโดยไม่รู้ตัว
เด็กไทยไม่ได้ขาดความสามารถแต่ระบบการเรียนรู้กำลังทำให้ทักษะจำเป็นตามโลกไม่ทัน
ทำไมดูคนอื่นจัดห้องแล้วสบายใจทั้งที่ห้องตัวเองยังรกเหมือนเดิม
ทำไมเวลาเห็นคนรู้จักเดินมาแต่ไกลถึงเผลอก้มหน้าดูมือถือแทนการทักทาย



