หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 ผลไม้ไทยหากินยาก ชื่อคุ้นบ้างไม่คุ้นบ้าง แต่เคยอยู่ในครัวเก่า

เขียนโดย poryaijaidee

บางชื่อในลิสต์นี้ คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยเห็นของจริงเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เมื่อก่อนผลไม้เหล่านี้เคยอยู่ตามสวนหลังบ้าน ริมรั้ว วัดเก่า ป่าชุมชน หรือครัวพื้นบ้านของบางชุมชน

ที่ต้องปรับคำกันก่อนคือ “หายากที่สุดในไทย” ไม่มีการจัดอันดับกลางแบบเป็นทางการ ใครจะบอกว่าอันดับ 1 อันดับ 2 จึงพูดได้ไม่เต็มปากนัก บทความนี้เลยขอเล่าในฐานะ “ผลไม้ไทยที่หากินยากขึ้นมาก” บางชนิดยังมีต้นอยู่ บางชนิดยังปลูกขายเป็นต้นพันธุ์ประปราย แต่ไม่ใช่ผลไม้ที่เดินตลาดทั่วไปแล้วเจอง่ายเหมือนกล้วย มะม่วง หรือมังคุด

หนึ่งในชื่อที่ฟังแล้วสะดุดหูคือ นมแมว หลายคนรู้จักจากดอกหอม ๆ มากกว่าผลจริงของมัน ข้อมูลจากสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทยระบุว่า นมแมวเป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ดอกสีเหลือง และมีผลตามกิ่ง ไม่ใช่ผลไม้ตลาดที่ปลูกกันเป็นแปลงใหญ่แบบไม้เศรษฐกิจทั่วไป

ผลนมแมวเมื่อสุกมักถูกเล่ากันว่ามีกลิ่นหอมและมีรสหวานอมเปรี้ยว แต่ทุกวันนี้คนที่เคยชิมจริงอาจน้อยกว่าคนที่เคยได้ยินชื่อเสียอีก จุดนี้เองที่ทำให้มันกลายเป็นผลไม้ในความทรงจำของคนรักไม้พื้นบ้านมากกว่าผลไม้ในตะกร้าตลาดสด

อีกชนิดที่น่าสนใจคือ มะตาด หรือที่หลายพื้นที่เรียกกันว่า “แอปเปิ้ลมอญ” ชื่อนี้ไม่ใช่ตั้งเล่น ๆ เพราะผลค่อนข้างกลมโต สีเขียว และผูกกับวิถีอาหารของคนไทยเชื้อสายมอญมานาน สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญระบุว่า มะตาดใช้ทำอาหารได้ โดยเฉพาะผลอ่อนที่นำไปแกงคั่วหรือแกงส้ม รวมถึงปลูกไว้ให้ร่มเงาได้ด้วย

 

รสมะตาดออกเปรี้ยว มีเนื้อสัมผัสเฉพาะตัว คนไม่คุ้นอาจกินสดยาก แต่ถ้าเข้าหม้อแกงแล้วรสเปรี้ยวของมันจะทำงานดีมาก โดยเฉพาะเมนูแกงคั่วส้มมะตาดที่ยังพอเจอได้ในบ้านหรือร้านอาหารชุมชนมอญบางแห่ง

ตะลิงปลิง อาจไม่ถึงขั้นหายไปจากความทรงจำ เพราะหลายบ้านยังรู้จักอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ผลไม้ที่เห็นขายดาษดื่นเหมือนเมื่อก่อน ผลเขียวเรียวยาว รสเปรี้ยวจัด กัดทีเดียวตื่นทั้งปาก

ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่าตะลิงปลิงนำไปทำน้ำผลไม้ ผลไม้แห้ง และแช่อิ่มได้ ข้อมูลโภชนาการยังบันทึกไว้ละเอียดถึงระดับตะลิงปลิง 100 กรัม ให้พลังงาน 11 กิโลแคลอรี

ของเปรี้ยวแบบนี้อยู่กับครัวไทยได้หลายทาง เอาไปจิ้มพริกเกลือ ใส่น้ำพริก ทำเครื่องเคียงตัดเลี่ยน หรือดองเก็บไว้กินเล่นก็ได้ เสน่ห์ของตะลิงปลิงจึงไม่ได้อยู่ที่ความหวาน แต่อยู่ที่ความเปรี้ยวจี๊ดแบบซื่อ ๆ นั่นแหละ

ถัดมาคือ มะพูด ผลไม้ชื่อสวยที่คนไทยบางพื้นที่รู้จักในชื่ออื่นด้วย ฐานข้อมูลเกษตรดิจิทัลระบุว่า มะพูดมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia dulcis ชื่อสามัญ Yellow mangosteen และมีชื่ออื่น เช่น ไข่จระเข้ ตะพูด ส้มปอง ส้มม่วง พะวาใบใหญ่ และจำพูด

ผลมะพูดรูปกลมหรือรูปไข่ ผลสุกสีเหลืองสดอมส้ม เนื้อในสีเหลือง ขนาดผลประมาณ 5–6 เซนติเมตรตามข้อมูลพฤกษศาสตร์ที่บันทึกไว้ รสโดยรวมออกเปรี้ยวอมหวาน บางบ้านกินสุก บางบ้านแปรรูปเป็นน้ำผลไม้หรือของกวน แต่ในสวนผลไม้เชิงการค้าทั่วไปแทบไม่ได้เห็นเป็นตัวหลักแล้ว

อีกชื่อที่ยิ่งห่างจากตลาดสดเข้าไปอีกคือ ลำบิดดง หรือบางท้องถิ่นเรียกใกล้เคียงกันว่า ลำบิด ข้อมูลจากแหล่งรวบรวมพืชสมุนไพรไทยระบุว่า ลำบิดดงเป็นพืชพื้นถิ่นที่พบได้ในไทย กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย ส่วนในไทยพบได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ บริเวณป่าดิบชื้นหรือป่าดิบแล้งที่มีความสูงราว 50–400 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ชื่อของมันอาจไม่ดังเท่าตะลิงปลิงหรือมะตาด แต่สำหรับคนที่สนใจพืชป่า ลำบิดดงมีเรื่องให้พูดถึงไม่น้อย ทั้งการกินผลสุกในบางพื้นที่และการใช้ในตำรายาพื้นบ้าน เรื่องสรรพคุณควรเล่าแบบระวัง ไม่ควรเขียนให้เหมือนเป็นยารักษาโรค เพราะข้อมูลพื้นบ้านกับหลักฐานทางการแพทย์ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เหตุผลที่ผลไม้พวกนี้หายไปจากชีวิตประจำวัน ไม่ได้แปลว่ามันไร้ค่าเสมอไป หลายชนิดแค่ไม่เข้ากับระบบตลาดสมัยใหม่ ผลไม่ทน ขนส่งยาก รสเฉพาะเกินไป ให้ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ หรือขายสู้ผลไม้เศรษฐกิจไม่ได้ พอพื้นที่สวนมีจำกัด เจ้าของสวนก็เลือกปลูกพืชที่ดูแลง่ายกว่าและขายได้แน่นอนกว่า

สุดท้าย ผลไม้โบราณเหล่านี้เลยเหลืออยู่ในที่แคบลงเรื่อย ๆ บางต้นอยู่ในบ้านคนแก่ บางต้นอยู่ในวัด บางต้นอยู่ในศูนย์อนุรักษ์พันธุ์พืช หรือหลบอยู่ในป่าชุมชนที่ยังไม่ถูกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น

เจอของจริงเมื่อไร ลองหยุดดูสักนิดก็ยังดี เพราะบางชื่ออาจไม่ได้หายไปจากประเทศไทยทันที แต่มันกำลังหายไปจากความคุ้นเคยของคนกินก่อนแล้ว

เนื้อหาโดย: poryaijaidee

แหล่งที่มา: เนื้อหาต้นฉบับจากผู้ใช้, สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย, สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดอำนาจเจริญ, ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ฐานข้อมูลเกษตรดิจิทัล, Disthai
อ้างอิง: https://hsst.or.th/articles-flowering-and-ornamental-plants-th/uvaria-siamensis/ , https://www.opsmoac.go.th/amnatcharoen-article_prov-preview-421491791858 , https://clgc.agri.kps.ku.ac.th/resources/fruit/averrhoa.html , https://data.addrun.org/plant/archives/d2107-garcinia-dulcis-roxb-kurz , https://www.disthai.com/17431187/ลำบิดดง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
poryaijaidee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 209 ครั้ง
เขียนโดย poryaijaidee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: tantai, poryaijaidee
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปีควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”รายงานสภาพความยากจนของคนไทยนี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน10 หมู่บ้านร้างในประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนอาศัย แต่ปัจจุบันถูกทิ้งร้าง10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ต้นขาของผู้หญิงทำนายความฉลาดของลูกได้จริงหรือ?10 สัตว์ที่สร้างรายได้แพงที่สุดในโลก ตัวเดียวทำเงินให้เจ้าของได้ตลอดชีวิต!“ผู้หญิงบวชได้จริงหรือ?” เปิดมุมมองธรรมะ ประวัติศาสตร์ และความจริงในสังคมไทยไขความลับ!จากใบชาเพียงต้นเดียว"เขียว ชาแดง ชาดำ" แตกต่างกันอย่างไร?
ตั้งกระทู้ใหม่