เจาะลึกไวรัสอีโบลา: ภัยร้ายจากแอฟริกาและมาตรการรับมือของประเทศไทย
ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease - EVD) ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายประเทศ
องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ทางกระทรวงสาธารณสุขไทยจึงได้ออกประกาศกำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 การรู้จักและทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของเชื้อไวรัสชนิดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันตนเองจากอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
ความเป็นมาและลักษณะของไวรัสอีโบลา
ไวรัสอีโบลาถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519 บริเวณแม่น้ำอีโบลา ประเทศซาอีร์ หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปัจจุบัน จัดอยู่ในตระกูล Filoviridae โดยมีสัตว์พาหะหลักคือค้างคาวและลิง ก่อนจะติดต่อสู่คน ปัจจุบันมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์หลัก ได้แก่:
-
สายพันธุ์ซาอีร์ (Ebola-Zaire): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519
-
สายพันธุ์ซูดาน (Ebola-Sudan): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519
-
สายพันธุ์เรสตัน (Ebola-Reston): พบการติดเชื้อในลิงในปี พ.ศ. 2532-2533
-
สายพันธุ์ไอวอรี่โคสต์ (Ebola-cote d’lvoire): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537
-
สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Ebola-Bundibugyo): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550
ผลกระทบต่อร่างกายและการติดต่อ
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าทำลายเซลล์เป้าหมายโดยเฉพาะที่ตับและหลอดเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นแดง บางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย เชื้อนี้ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง ของเหลวในร่างกายของผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิต รวมถึงการติดเชื้อผ่านทางบาดแผลและเยื่อเมือก
แนวทางการรักษาและป้องกัน
ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง แต่แพทย์จะเน้นการรักษาตามอาการ ได้แก่ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด การใช้ยาแก้ปวดลดไข้ การรักษาระดับความดันโลหิต และการถ่ายเลือด สำหรับการป้องกันประชาชนควรปฏิบัติ ดังนี้:
-
หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอหรือจาม และหมั่นล้างมือให้สะอาด
-
หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ป่าและควรปรุงอาหารให้สุกสะอาด
-
หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่แออัด
-
สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสัตว์ควรป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด
แม้สถานการณ์การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดาจะเป็นเหตุให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่การรักษาสุขอนามัยที่ดีตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและการปฏิบัติตนอย่างระมัดระวังยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้โรคร้ายนี้คุกคามสุขภาพของเราได้ครับ
ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola virus disease - EVD) ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในหลายประเทศ องค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
กระทรวงสาธารณสุขไทยจึงได้ออกประกาศกำหนดให้สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดา เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 การรู้จักและทำความเข้าใจถึงธรรมชาติของเชื้อไวรัสชนิดนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันตนเองจากอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
ความเป็นมาและลักษณะของไวรัสอีโบลา
ไวรัสอีโบลาถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519 บริเวณแม่น้ำอีโบลา ประเทศซาอีร์ หรือสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปัจจุบัน จัดอยู่ในตระกูล Filoviridae โดยมีสัตว์พาหะหลักคือค้างคาวและลิง ก่อนจะติดต่อสู่คน ปัจจุบันมีการระบาดของไวรัสสายพันธุ์หลัก ได้แก่:
-
สายพันธุ์ซาอีร์ (Ebola-Zaire): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519
-
สายพันธุ์ซูดาน (Ebola-Sudan): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2519
-
สายพันธุ์เรสตัน (Ebola-Reston): พบการติดเชื้อในลิงในปี พ.ศ. 2532-2533
-
สายพันธุ์ไอวอรี่โคสต์ (Ebola-cote d’lvoire): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537
-
สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (Ebola-Bundibugyo): พบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550
ผลกระทบต่อร่างกายและการติดต่อ
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าทำลายเซลล์เป้าหมายโดยเฉพาะที่ตับและหลอดเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน ท้องเสีย และมีผื่นแดง บางรายอาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเลือดออกภายในและภายนอกร่างกาย เชื้อนี้ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง ของเหลวในร่างกายของผู้ป่วย หรือผู้เสียชีวิต รวมถึงการติดเชื้อผ่านทางบาดแผลและเยื่อเมือก
แนวทางการรักษาและป้องกัน
ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่เฉพาะเจาะจง แต่แพทย์จะเน้นการรักษาตามอาการ ได้แก่ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด การใช้ยาแก้ปวดลดไข้ การรักษาระดับความดันโลหิต และการถ่ายเลือด สำหรับการป้องกันประชาชนควรปฏิบัติ ดังนี้:
-
หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยที่มีอาการไอหรือจาม และหมั่นล้างมือให้สะอาด
-
หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ป่าและควรปรุงอาหารให้สุกสะอาด
-
หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่แออัด
-
สำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวกับสัตว์ควรป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด
แม้สถานการณ์การระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและสาธารณรัฐยูกันดาจะเป็นเหตุให้ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แต่การรักษาสุขอนามัยที่ดีตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขและการปฏิบัติตนอย่างระมัดระวังยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้โรคร้ายนี้คุกคามสุขภาพของเราได้ครับ
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
เปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด
วิชาอะไรที่ทำให้นักเรียนหลายคนเริ่มนอนดึกเป็นครั้งแรก”
ขบวนรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
นักวิจัยวัดจากเนื้อปอดมนุษย์จริง พบการสูบบุหรี่อาจทำให้ “ปอดแข็ง” ขึ้นกว่าที่คิด
อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)







