ย้อนรอยนาคาไททัน-รู้จัก 14 ไดโนเสาร์พันธุ์ไทยแท้ที่ไม่มีที่ไหนในโลก
เขียนโดย Mind Matter
ประเทศไทยมีของดีหลายอย่าง โดยเฉพาะใต้ดินบ้านเราซ่อนสมบัติไว้อีกชนิดหนึ่งที่น้อยคนนักจะนึกถึง นั่นก็คือซากไดโนเสาร์ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลก ไม่ใช่แค่พบกระดูกไดโนเสาร์ทั่วๆ ไป แต่เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยมีการค้นพบที่ไหนบนโลกมาก่อน และจนถึงปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2569 ประเทศไทยมีไดโนเสาร์ที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการแล้วถึง 14 สายพันธุ์ โดยล่าสุดเพิ่งมีการประกาศการค้นพบสายพันธุ์ที่ 14 ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 นี้เอง
1.สยามโมซอรัส สุธีธรนิ (Siamosaurus suteethorni) คือไดโนเสาร์สายพันธุ์แรกของไทยที่ได้รับการตั้งชื่ออย่างเป็นทางการ ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2529 พบที่หลุมขุดค้นที่ 1 บริเวณห้วยประตูตีหมา อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ชื่อ "สยาม" มาจากชื่อเดิมของประเทศไทย ส่วน "สุธีธรนิ" ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายวราวุธ สุธีธร ผู้มีส่วนสำคัญในการสำรวจ สยามโมซอรัสเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่จำพวกสปิโนซอริด เดินสองขา ยาวประมาณ 7 เมตร มีชีวิตอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้นประมาณ 130 ล้านปีก่อน จุดเด่นของสายพันธุ์นี้คือโครงสร้างของฟัน ซึ่งมีรูปทรงกระบอกแหลม คล้ายฟันจระเข้ บ่งบอกชัดเจนว่าอาหารหลักคือปลาและสัตว์น้ำ ไม่ใช่การไล่ล่าไดโนเสาร์ตัวอื่น ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่าแถบนี้เคยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่อุดมสมบูรณ์อยู่ก่อน
2.ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน (Phuwiangosaurus sirindhornae) ไดโนเสาร์คอยาวสายพันธุ์ไทยที่คนไทยรู้จักกันดีที่สุด ค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 และได้รับการตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2537 ที่อุทยานไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เป็นไดโนเสาร์ซอโรพอดชนิดแรกของไทย ถูกค้นพบที่บริเวณประตูตีหมา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น มักอยู่รวมกันเป็นฝูง พบกระดูกของพวกวัยเยาว์รวมอยู่ด้วย ซึ่งมีขนาดยาว 2 เมตร และสูงเพียงครึ่งเมตร ตัวเต็มวัยยาวประมาณ 15–20 เมตร มีชีวิตในยุคครีเทเชียสตอนต้นราว 130 ล้านปีก่อน ชื่อชนิด "สิรินธรเน" ตั้งขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สิ่งที่ทำให้สายพันธุ์นี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือโครงสร้างกระดูกสันหลังที่แตกต่างจากซอโรพอดที่รู้จักกันก่อนหน้าอย่างชัดเจน จนนักบรรพชีวินวิทยาต้องจัดให้อยู่ใน genus ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก
3.สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส (Siamotyrannus isanensis) พบที่ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2539 ชื่อฟังแล้วคุ้นหูเพราะมีคำว่า Tyrannus ซึ่งแปลว่าราชา และ Isan ที่หมายถึงอีสาน เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อสองขาจำพวกคาร์โนซอเรียน อยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น แม้ซากที่พบจะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่โครงสร้างกระดูกเชิงกรานและกระดูกขาแสดงให้เห็นความแตกต่างจากสายพันธุ์ที่รู้จักกันมาก่อน นักวิจัยเชื่อว่าสายพันธุ์นี้มีความใกล้ชิดกับบรรพบุรุษร่วมของไทรันโนซอร์รุ่นใหม่ๆ จึงมีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์สูงมากในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของไดโนเสาร์กินเนื้อในเอเชีย
4.ซิตตะโกซอรัส สัตยารักษ์กิ (Psittacosaurus sattayaraki) พบที่จังหวัดชัยภูมิ ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2539 เช่นกัน เป็นไดโนเสาร์กินพืชขนาดเล็ก เดินสองขา ชื่อ Psittacosaurus มาจากคำกรีกที่แปลว่า "กิ้งก่านกแก้ว" เพราะมีปากคล้ายนกแก้ว ส่วน "สัตยารักษ์กิ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นายสัตยา สัตยารักษ์ ผู้มีส่วนร่วมในการสำรวจ จุดเด่นของสายพันธุ์นี้คือเป็น Psittacosaurus สายพันธุ์แรกที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนหน้านั้นสกุลนี้พบแต่ในจีน มองโกเลีย และรัสเซียเท่านั้น จึงขยายขอบเขตการกระจายตัวของสกุลนี้ออกไปอย่างมาก
5.อิสานโนซอรัส อรรถวิภัชน์ชิ (Isanosaurus attavipachi) พบที่อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2541 เป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาว อายุราว 210 ล้านปี มีชีวิตอยู่ในยุคไทรแอสซิกตอนปลาย ประมาณ 209 ล้านปีมาแล้ว ความยาว 13–15 เมตร ชื่อชนิด อรรถวิภัชน์ชิ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นายปรีชา อรรถวิภัชน์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี สิ่งที่ทำให้อิสานโนซอรัสพิเศษมากคืออายุของมัน ในฐานะซอโรพอดที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบ ซากดึกดำบรรพ์นี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่าไดโนเสาร์กินพืชคอยาวขนาดใหญ่เริ่มวิวัฒนาการขึ้นมาอย่างไรและที่ไหน ทำให้ชัยภูมิกลายเป็นพื้นที่สำคัญระดับโลกในการศึกษาการกำเนิดของซอโรพอด
6.กินรีมิมัส ขอนแก่นเอนซิส (Kinnareemimus khonkaenensis) พบที่จังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์ ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2552 เป็นไดโนเสาร์คล้ายนกกระจอกเทศ กินทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร วิ่งเร็ว ว่องไว ลักษณะที่เห็นชัดคือไม่มีฟัน มีความยาวประมาณ 1.5 เมตร อาศัยอยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น ชื่อ "กินนรี" ตั้งตามสัตว์วิเศษในตำนานไทยที่เป็นครึ่งคนครึ่งนก ซึ่งเหมาะมากเพราะรูปร่างของสายพันธุ์นี้ก็คล้ายนกอยู่มาก จุดเด่นของกินรีมิมัสในทางวิทยาศาสตร์คือเป็นออร์นิโธมิโมซอร์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบในเอเชีย และยังเป็นหลักฐานว่ากลุ่มไดโนเสาร์ที่คล้ายนกนี้กระจายตัวไปทั่วทวีปเอเชียในช่วงยุคครีเทเชียสตอนต้น
7.สยามโมดอน นิ่มงามมิ (Siamodon nimngami) พบที่จังหวัดนครราชสีมา ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2554 ชื่อ Siamodon มาจาก Siam หรือสยาม และคำภาษากรีก "odon" ที่แปลว่าฟัน เป็นไดโนเสาร์กินพืชออร์นิโธพอด อายุราว 100 ล้านปี สิ่งที่ทำให้นักวิจัยสนใจเป็นพิเศษคือลักษณะเฉพาะของกระดูกขากรรไกรบนที่มีรูปสามเหลี่ยมแบบพิเศษ ซึ่งแตกต่างจากออร์นิโธพอดสายพันธุ์อื่นที่รู้จักกัน และยังเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่าไดโนเสาร์กลุ่มนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีวิวัฒนาการแยกออกไปจากกลุ่มในจีนและยุโรปพอสมควร
8.ราชสีมาซอรัส สุรนารีเอ (Ratchasimasaurus suranareae) พบที่จังหวัดนครราชสีมา ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2554 เช่นกัน ชื่อสกุลมาจาก "ราชสีมา" ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมของนครราชสีมา ส่วน "สุรนารีเอ" ตั้งตามมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีซึ่งมีส่วนสำคัญในการขุดค้น เป็นไดโนเสาร์กินพืชอิกัวโนดอนเทียนขนาดกลาง จุดเด่นคือเป็นหลักฐานว่าไดโนเสาร์กลุ่ม iguanodontian อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงครีเทเชียสตอนต้น และมีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการกับสายพันธุ์ที่พบในยุโรปและแอฟริกา
9.สิรินธรนา โคราชเอนซิส (Sirindhorna khoratensis) พบที่จังหวัดนครราชสีมา ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2558 ตั้งชื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นครั้งที่สอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างพระองค์กับงานบรรพชีวินวิทยาไทย สิรินธรนาเป็นไดโนเสาร์กินพืชแฮโดรซอริฟอร์ม มีอายุประมาณ 100 ล้านปี โครงสร้างฟันและขากรรไกรของสายพันธุ์นี้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิวัฒนาการการเคี้ยวอาหารของไดโนเสาร์กินพืช และยังเป็นหลักฐานที่ช่วยเชื่อมโยงสายพันธุ์ที่พบในเอเชียกับสายพันธุ์ในทวีปอื่นๆ
10.ภูเวียงเวเนเตอร์ แย้มนิยมมิ (Phuwiangvenator yaemniyomi) พบที่จังหวัดขอนแก่น ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2562 เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อจำพวกเมการาปโตแรน มีกรงเล็บขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ ชื่อ "Venator" มาจากภาษาละตินแปลว่านักล่า และ "แย้มนิยมมิ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิจัยอาวุโสท่านหนึ่ง จุดเด่นของสายพันธุ์นี้คือเป็นหลักฐานว่าไดโนเสาร์กินเนื้อกลุ่ม megaraptoran ซึ่งส่วนมากพบในออสเตรเลียและอเมริกาใต้ มีการกระจายตัวมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งขยายความเข้าใจเกี่ยวกับการอพยพของสายพันธุ์นี้ออกไปอย่างมาก
11.วายุแรปเตอร์ หนองบัวลำภูเอนซิส (Vayuraptor nongbualamphuensis) พบที่จังหวัดหนองบัวลำภู ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2562 เช่นกัน ชื่อ "วายุ" มาจากเทพแห่งลมในตำนานฮินดู ซึ่งสื่อถึงความเร็วและความคล่องตัว เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อจำพวกซีลูโรซอเรียนขนาดกลาง การค้นพบที่หนองบัวลำภูนี้พิเศษมากเพราะเป็นจังหวัดที่ยังไม่เคยมีการพบไดโนเสาร์มาก่อน ช่วยขยายแผนที่การกระจายตัวของไดโนเสาร์ในภาคอีสานให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น
12.สยามแรปเตอร์ สุวัจน์ติ (Siamraptor suwati) พบที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะแถบอำเภอโชคชัย ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2562 เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่จำพวกคาร์คาโรดอนโตซอริด ยาวประมาณ 8–9 เมตร จัดเป็นนักล่าลำดับสูงสุดในยุคครีเทเชียสตอนต้นของดินแดนแถบนี้ ชื่อ "สุวัจน์ติ" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ผู้มีส่วนสนับสนุนการขุดค้น สยามแรปเตอร์เป็นการค้นพบที่สร้างความตื่นเต้นในวงการบรรพชีวินวิทยาสากล เพราะก่อนหน้านี้คิดกันว่าคาร์คาโรดอนโตซอริดในเอเชียนั้นมีความหลากหลายน้อยมาก แต่การพบสายพันธุ์ใหม่นี้ทำให้ต้องทบทวนข้อสรุปนั้นใหม่ทั้งหมด
13.มินิโมเคอร์เซอร์ ภูน้อยเอนซิส (Minimocursor phunoiensis) มีการขุดค้นพบตั้งแต่ปี 2561 ที่แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้อย ตำบลดินจี่ อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ขนาดลำตัวยาว 60 เซนติเมตร และสามารถเติบโตจนมีขนาดลำตัวยาว 2 เมตรได้เมื่อโตเต็มวัย ตีพิมพ์อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2566 ชื่อ "Minimo" มาจากภาษาละตินที่แปลว่าเล็กมาก ส่วน "cursor" หมายถึงการวิ่ง รวมกันได้ใจความว่า "นักวิ่งตัวจิ๋ว" ซึ่งเหมาะสมมากเพราะเป็นไดโนเสาร์ที่มีขนาดเล็กและรูปร่างเหมาะกับการวิ่ง เป็นไดโนเสาร์นีออร์นิธิสเชียน (ไดโนเสาร์กินพืชสะโพกนก) ที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยู่ในยุคจูราสสิกตอนปลาย ราว 150 ล้านปีก่อน และการค้นพบครั้งนี้ เจอกระดูกมากกว่า 60% ที่เรียงต่อกันได้ จัดว่าเป็นไดโนเสาร์ที่มีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก ซึ่งในวงการบรรพชีวินวิทยาถือว่าหายากมากที่จะพบซากที่สมบูรณ์ขนาดนี้
14.นาคาไททัน ชัยภูมิเอนซิส (Nagatitan chaiyaphumensis) สายพันธุ์ที่ 14 ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นผลจากการค้นพบที่ยาวนานกว่าทศวรรษ ฟอสซิลถูกพบครั้งแรกโดยชาวบ้านในปี 2559 และมีการขุดค้นเบื้องต้นระหว่างปี 2559–2562 แต่ต้องหยุดชะงักเพราะแหล่งทุนหมดลง เมื่อได้รับทุนใหม่จึงกลับมาขุดค้นต่ออีกครั้งในปี 2567 พบที่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำในอำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ
นาคาไททันมีความยาวประมาณ 27 เมตร และน้ำหนักระหว่าง 25–28 ตัน ซึ่งเพื่อให้นึกภาพออก ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ตัวใหญ่มีน้ำหนักราว 4,000–7,000 กิโลกรัม และยาวกว่า 12 เมตร ดังนั้นนาคาไททันจึงหนักกว่า T-Rex ถึงสามเท่าขึ้นไป คณะนักวิจัย ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก UCL กรมทรัพยากรธรณี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ใช้เทคโนโลยีสแกน 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์ชิ้นส่วนกระดูกขาหน้า กระดูกสันหลัง ซี่โครง และเชิงกราน กระดูกขาหน้าหรือ humerus ที่พบมีความยาวถึง 1.78 เมตร ซึ่งเป็นกระดูกขาหน้าไดโนเสาร์ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยพบในไทย
ชื่อ "นาคาไททัน" มาจาก "นาคา" ซึ่งเป็นสัตว์ในตำนานของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีรูปร่างคล้ายงูขนาดยักษ์ และ "ไททัน" ที่หมายถึงยักษ์ในตำนานกรีก รวมกันได้ความว่ายักษ์นาคาแห่งชัยภูมินั่นเอง นักวิจัยยังให้ฉายาว่า "The Last Titan" หรือไททันตัวสุดท้าย เพราะฟอสซิลถูกพบในชั้นหินที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาชั้นหินที่เคยพบไดโนเสาร์ในไทย ชั้นหินที่อายุน้อยกว่าไม่น่าจะมีซากไดโนเสาร์แล้ว เพราะในช่วงนั้นพื้นที่แถบนี้เริ่มกลายเป็นทะเลตื้น นาคาไททันจึงน่าจะเป็นซอโรพอดขนาดใหญ่ตัวสุดท้ายที่จะพบได้จากดินแดนไทย
ทีนี้มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัย ทำไมไดโนเสาร์ไทยแทบทั้งหมดถึงพบในภาคอีสาน? และทำไมไม่พบในภาคอื่น?
คำตอบต้องย้อนไปหลายร้อยล้านปีก่อน ในยุคครีเทเชียสตอนต้นถึงยุคจูราสสิก พื้นที่ที่เป็นภาคอีสานในปัจจุบันนั้นไม่ได้แห้งแล้งอย่างที่เห็น แต่เป็นแอ่งตะกอนขนาดมหึมาที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า "แอ่งโคราช" (Khorat Basin) มีแม่น้ำสายใหญ่น้อย หนองบึง ทะเลสาบตื้น และพื้นที่ชุ่มน้ำกระจายอยู่เต็มไปหมด ภูมิอากาศชื้นกว่าทุกวันนี้มาก เหมาะกับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่อย่างยิ่ง เมื่อไดโนเสาร์ตาย ซากก็ถูกน้ำพัดพาและทับถมด้วยตะกอนในแหล่งน้ำเหล่านั้น กระดูกค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแร่ธาตุในชั้นหิน กลายเป็นฟอสซิลในที่สุด
ชั้นหินที่เก็บรักษาซากเหล่านี้เอาไว้มีชื่อว่า "หมวดหินโคกกรวด" "หมวดหินเสาขัว" และ "หมวดหินภูพาน" ซึ่งล้วนเป็นชั้นหินทรายสีแดงที่โดดเด่นของภาคอีสาน ชั้นหินเหล่านี้ถูกยกตัวขึ้นมาจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และถูกกัดกร่อนโดยน้ำและลมมาหลายล้านปี จนในที่สุดฟอสซิลก็ค่อยๆ โผล่พ้นพื้นดินออกมาให้พบเห็น ชาวบ้านแถบอีสานจึงเจอ "กระดูกหิน" แปลกๆ ตามทุ่งนาและริมภูมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์จะมารู้ว่านั่นคืออะไร
ภูมิประเทศแบบ "ภู" ที่เห็นกันทั่วในอีสาน ไม่ว่าจะเป็นภูเวียง ภูกุ้มข้าว ภูน้อย ภูประตูตีหมา ล้วนเป็นพื้นที่ที่ชั้นหินโบราณโผล่ขึ้นมาบนพื้นผิวและถูกกัดกร่อนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ฟอสซิลที่เคยถูกทับถมอยู่ลึกหลายสิบเมตรค่อยๆ โผล่ออกมาได้เอง และยิ่งพื้นที่มีการกัดเซาะมากแค่ไหน โอกาสที่ฟอสซิลจะโผล่ขึ้นมาให้พบก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
ส่วนที่ว่าทำไมภาคอื่นถึงพบน้อยกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชั้นหินยุคครีเทเชียสและจูราสสิกในภาคเหนือและภาคกลางมักถูกปกคลุมด้วยดินและพืชพรรณหนาแน่นกว่า บางส่วนถูกชะล้างหายไปแล้วตามกาลเวลา และที่สำคัญคือยังไม่มีการสำรวจอย่างเป็นระบบมากเท่ากับภาคอีสาน มีการค้นพบไดโนเสาร์เพิ่มเติมในภาคเหนือที่อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา และภาคใต้ที่จังหวัดกระบี่ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันเป็นสายพันธุ์ใหม่ เพราะงานบรรพชีวินวิทยาต้องใช้เวลาและทรัพยากรมาก
ปัจจัยสำคัญอีกข้อคือการสำรวจร่วมไทย–ฝรั่งเศสที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 2520 ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ภาคอีสานเป็นหลัก เพราะนักธรณีวิทยาชาวฝรั่งเศสที่สำรวจแหล่งแร่ในแถบนั้นสังเกตเห็นชั้นหินที่คล้ายกับแหล่งฟอสซิลในแอฟริกา ความร่วมมือนั้นกินเวลายาวนานหลายสิบปีและเป็นรากฐานของงานบรรพชีวินวิทยาไทยทั้งหมดในปัจจุบัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา งานวิจัยเริ่มเป็นของนักวิทยาศาสตร์ไทยเองมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นทีมจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และกรมทรัพยากรธรณี และการค้นพบนาคาไททันในปี 2569 นี้ก็นำโดยนักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยที่ UCL ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังสืบทอดงานนี้ต่อไปอย่างสง่างาม
ไดโนเสาร์ทั้ง 14 สายพันธุ์นี้ไม่ได้มีคุณค่าแค่ในฐานะความภาคภูมิใจของคนไทย แต่ยังให้ข้อมูลสำคัญระดับโลกเกี่ยวกับการกระจายตัวและวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงยุคจูราสสิกถึงครีเทเชียส รวมถึงเส้นทางการอพยพระหว่างทวีปในยุคที่แผ่นดินต่างๆ ยังคงเชื่อมต่อหรืออยู่ใกล้กัน และดินแดนอีสานที่หลายคนมองว่าแห้งแล้ง กลับซ่อนประวัติศาสตร์ชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเอาไว้ใต้ดิน และทุกครั้งที่นักวิจัยค้นพบกระดูกชิ้นใหม่ ก็เหมือนกับการเปิดหน้าหนังสือประวัติศาสตร์โลกที่ถูกปิดทับมาหลายร้อยล้านปีออกมาอ่านอีกครั้ง
แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
“เปิดวิธีกำจัดกิ้งกือ ที่หลายบ้านใช้แล้วได้ผลจริง”
“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
มหาวิทยาลัยที่มีรถไฟผ่านใกล้ที่สุด
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
หมดยุค “ของมันต้องมี”! ความสุขยุคใหม่ แค่เห็นเงินเหลือในบัญชีก็ฟินกว่าช้อปปิ้ง
สถิติรถยนต์ไฟฟ้าในไทย จังหวัดและอำเภอไหนมีการใช้รถ EV หนาแน่นที่สุด
โรงเรียนที่มีห้องเรียนทันสมัยที่สุด
คดีแปลกที่ญี่ปุ่น หญิงวัย 72 ปี นอนเฝ้าศพสามีนาน 2 เดือน ลูกสาวกลับมาเจอถึงกับช็อก
หมดยุค “ของมันต้องมี”! ความสุขยุคใหม่ แค่เห็นเงินเหลือในบัญชีก็ฟินกว่าช้อปปิ้ง
สถิติรถยนต์ไฟฟ้าในไทย จังหวัดและอำเภอไหนมีการใช้รถ EV หนาแน่นที่สุด
โรงเรียนที่มีห้องเรียนทันสมัยที่สุด
โรงเรียนที่เด่นด้านวิทยาศาสตร์ในไทย และเหตุผลที่มหิดลวิทยานุสรณ์มักถูกนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ

