อาถรรพ์ศิวลึงค์ต้องคำสาปที่ "ปราสาทตาเมือนธม"
เวลาหยุดหมุนที่ชายแดนไทย - กัมพูชา
เสียงล้อรถยนต์บดไปกับถนนลูกรังสายเก่า มีละอองฝุ่นสีแดงตลบอบอวลไปหมดบดบังทัศนียภาพสองข้างทาง กลุ่มเพื่อนสนิท 5 คน นั่งอยู่ภายในรถเอสยูวีสีดำคันเก่ง มุ่งหน้าเข้าสู่แนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ จุดหมายปลายทางของพวกเขาก็คือ ปราสาทตาเมือนธม โบราณสถานขอมโบราณอันตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าทึบ และมีมนตร์ขลังที่ยากจะอธิบาย
"แน่ใจนะว่ามาถูกทางน่ะ ไอ้ภูด?" ไหม หญิงสาวมาดมั่นผู้เป็นตากล้องประจำกลุ่มเอ่ยถาม พลางมองฝ่าดงไม้ที่เริ่มหนาทึบขึ้นไปเรื่อยๆ
"ถูกดิ ระดับกูไม่มีหลงแน่นอน" ภูวดล หรือ ภูด ชายหนุ่มผู้รักการผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ และเป็นคนต้นคิดทริปนี้ตอบอย่างมั่นใจ "ที่นี่คือที่สุดแห่งความขลัง ปราสาทหินทรายสีชมพูขนาดใหญ่บนเทือกเขาพนมดงรัก รับรองว่ารูปที่มึงถ่ายไปลงโซเชียลต้องปังแน่ๆ"
"แต่ฉันว่ามันดูเงียบเกินไปนะ..." นัท สาวร่างเล็กแต่เป็นผู้มีสัมผัสไวต่อสิ่งรอบตัวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพลางกระชับเสื้อคลุมเข้าหาตัว ทั้งที่แดดตอนบ่ายยังคงแผดเผา แต่เธอกลับรู้สึกถึงความหนาวเย็นยะเยือกที่แล่นผ่านผิวหนังตัวเอง
"ไม่มีอะไรหรอกนัท คิดมากน่า มีพวกเราอยู่ด้วยทั้งคน" วิน ชายหนุ่มร่างใหญ่ใจดีพยายามพูดปลอบใจ ในขณะที่ กานต์ หนุ่มมาดกวนอีกคนก็นั่งฟังเพลงอย่างเงียบๆ แต่ในใจกลับเริ่มรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศภายนอกอย่างบอกไม่ถูก
ก้าวสู่เทวสถานโบราณ
เมื่อรถเริ่มจอดสนิทที่หน้าทางเข้า ความเงียบสงัดก็เข้ามาจู่โจมทันที มีเพียงเสียงเหล่าใบไม้เสียดสีกันตามแรงลม ปราสาทตาเมือนธม ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าพวกเขา ซุ้มประตู (โคปุระ) และกำแพงศิลาแลงโบราณมีร่องรอยของกาลเวลาและรอยกระสุนจากประวัติศาสตร์การสู้รบในอดีต ต้นไม้ใหญ่ได้แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมไปทั่วจนทำให้แสงแดดส่องลงมาได้เพียงรำไร
"โห... ของจริงสวยมาก แต่ทำไมไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นเลยล่ะ" ไหม พูดพลางยกกล้องขึ้นกดชัตเตอร์ เสียง แชะ ของกล้องดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงัด
พวกเขาทั้ง 5 คนเดินลึกเข้าไปในบริเวณตัวปราสาท ผ่านระเบียงคดที่พังทลายลงมาบางส่วน มุ่งหน้าสู่ปรางค์ประธาน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์ "ศิวลึงค์" ธรรมชาติ หรือสวายัมภูวลึงค์ อันศักดิ์สิทธิ์
"พวกมึงดูนี่ดิ" ภูวดลชี้ชวนให้ดูความยิ่งใหญ่ของหินทราย "นี่สร้างมาเกือบพันปีแล้วนะ การออกแบบของคนโบราณนี้มีมนต์ขลัง สุดยอดจริงๆ เลย"
กานต์ เดินแยกตัวออกไปดูร่องรอยการแกะสลักที่ผนังหิน เขาเอื้อมมือไปสัมผัสและรู้สึกได้ถึงความสากของผิวสัมผัส ทันใดนั้น... เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นปราดเข้าสู่ปลายนิ้ว จนต้องรีบชักมือกลับ
"เป็นไรวะไอ้กานต์?" วิน ถามเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มีใบหน้าถอดสี
"เปล่า... แค่รู้สึกเหมือนหินมัน... อุ่นๆ ทั้งๆ ที่อยู่ในร่ม" กานต์ตอบแบบอ้อมแอ้ม
สัญญาณจากสิ่งลี้ลับ
เวลาล่วงเลยมานานตอนนี้เข้าสู่ช่วงเย็นย่ำ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง บรรยากาศรอบๆ ปราสาทเริ่มสลัวลงอย่างรวดเร็ว เสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงร้องกันระงม ทว่า เป็นเสียงที่ฟังดูแล้วโหยหวนแปลกๆ ยังไงชอบกล
"พวกเรา กลับกันเถอะ แสงหมดแล้ว ถ่ายรูปต่อไม่ได้แล้วล่ะ" ไหม บอกพลางเก็บกล้องลงกระเป๋า
"เดี๋ยวสิ ฉันขอไหว้ขอขมาที่ปรางค์ประธานแป๊บนึงนะ" นัท พูดขึ้น เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดใจตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามา จึงอยากทำความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความสบายใจสักหน่อย
ทุกคนเดินตามนัทเข้าไปในองค์ปรางค์ประธานที่มืดสลัว นัท คุกเข่าลงหน้าแท่นหิน พนมมือขึ้นหลับตาลงแล้วตั้งจิตอธิษฐาน ทุกคนยืนสงบนิ่งอยู่ทางด้านหลัง
...แซ่ก... แซ่ก...
เสียงคล้ายผ้าเนื้อหนากำลังลากไปกับพื้นหินทรายดังมาจากมุมมืดของปราสาท วินหันขวับไปมองทันที "ใครน่ะ? มีเจ้าหน้าที่อยู่เหรอครับ?"
ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ มีแต่เพียงสายลมเย็นยะเยือกขุมหนึ่งที่พัดกรรโชกเข้ามาภายในองค์ปราสาทแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ลมพัดแรงจนทำเอาฝุ่นคลุ้ง และนำพา กลิ่นสาบสางโบราณ คล้ายกับกลิ่นดินแห้งผสมกลิ่นดอกไม้เน่าลอยมาเตะจมูกทุกคน
"กลิ่นอะไรวะ... เหม็นชะมัด" ภูวดลเริ่มใจคอไม่ดี
ทันใดนั้น นัท ที่กำลังหลับตาอธิษฐานอยู่ก็ลืมตาโพลงขึ้นมา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายสั่นสะท้านจนควบคุมไม่ได้
"นัท! เป็นอะไร!" วิน รีบวิ่งเข้าไปประคอง
"ขะ... ข้างบน... มีคนอยู่ข้างบน..." นัทกระซิบเสียงสั่นเครือ พลางชี้มือที่สั่นเทาขึ้นไปบนเพดานหินที่มืดมิดขององค์ปรางค์
ขนลุกซู่
ทุกคนต่างพากันแหงนหน้าขึ้นมองตามนิ้วของนัท ท่ามกลางความมืดสลัวที่แสงจากภายนอกแทบจะส่องเข้ามาไม่ถึง พวกเขากลับเห็น เงาร่างดำทึบขนาดใหญ่ กำลังเกาะอยู่บนซอกหินเหนือศีรษะ ร่างนั้นดูคล้ายมนุษย์ แต่ผอมโซจนเห็นโครงกระดูก และที่ทำให้ทุกคนถึงกับ ขนลุกซู่ ไปทั้งตัวจนหนังหัวชาลึก คือดวงตาสองข้างของร่างนั้นที่มันเรืองแสงเป็นสีแดงก่ำประดุจกับถ่านไฟในเตาฟืน
ร่างนั้นได้จ้องมองลงมาที่พวกเขาอย่างมีประสงค์ร้าย ก่อนจะส่งเสียงขู่ฟ่อคล้ายงูยักษ์
"เฮ้ย!!! ตัวอะไรวะน่ะ!" กานต์ ตะโกนลั่นลืมความมาดเท่ไปจนหมดสิ้น
ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง เสียงรอบข้างที่เคยเงียบสงบกลับเปลี่ยนไป มีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนนับสิบคนพากันเดินย่ำอยู่รอบองค์ปราสาท เสียงอาวุธกระทบกัน และเสียงสวดคาถาด้วยภาษาขอมโบราณที่ฟังยังไงก็ไม่รู้เรื่อง ดังระงมมาจากระเบียงคดภายนอก ราวกับว่าพวกเขากำลังถูกล้อมด้วยกองทัพที่มองไม่เห็น
"วิ่ง!!! ออกไปจากที่นี่เร็ว!!!" ภูวดล ตะโกนอย่างสุดเสียง
วิน อุ้ม นัท ที่ตอนนี้กำลังช็อกจนเธอก้าวขาไม่ออกขึ้นพาดบ่า แล้วออกตัววิ่งนำหน้าทุกคนตรงไปยังซุ้มประตูทางออก ไหมและกานต์วิ่งตามมาติดๆ โดยไม่หันกลับไปมองข้างหลังอีกเลย
ขณะที่กำลังวิ่งผ่านระเบียงคด ไหมรู้สึกเหมือนมีมือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งยื่นออกมาจากซอกหิน มันพยายามจะคว้าชายเสื้อของเธอ เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด ทว่าความเย็นนั้นยังคงตราตรึงจนทำให้เธอขนลุกขนชันตั้งแต่ต้นคอลามไปถึงปลายเท้า
รอดพ้น... แต่ไม่ลืมเลือน
ทุกคนต่างพุ่งร่างออกจากประตูปราสาทโบราณ และวิ่งตรงมายังรถเอสยูวีอย่างไม่คิดชีวิต ภูวดล มือสั่นจนแทบจะเสียบกุญแจรถไม่เข้า เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ เขาก็เหยียบคันเร่งมิด พารถพุ่งทะยานออกจากพื้นที่ปราสาทตาเมือนธมทันที
ภายในรถก็ไม่มีใครพูดอะไรอยู่เป็นเวลานาน มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ๆ ด้วยความหวาดกลัว นัท เริ่มได้สติและร้องไห้ออกมาเบาๆ โดยมีวิน คอยปลอบอยู่ข้างๆ
ไหม หยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาเปิดดูด้วยมือที่ยังสั่นเทา เธอเปิดดูรูปภาพที่ถ่ายในปราสาทเพื่อเช็กความเรียบร้อย รูปช่วงแรกก็ดูปกติจนกระทั่งถึงรูปสุดท้าย... รูปองค์ปรางค์ประธานที่เธอถ่ายเอาไว้ก่อนจะเข้าไปข้างใน
ในภาพนั้น ท่ามกลางซอกตึกโบราณที่ดูมืดมิด ไม่ได้มีเพียงร่างเรืองแสงสีแดงตัวเดียวอย่างที่พวกเขาเห็น... แต่มันมีใบหน้าซีดขาวของคนหลายสิบคนแฝงตัวอยู่ตามก้อนหินนั้น ทุกคนก็จ้องตรงมาที่กล้องถ่ายรูปด้วยสายตาอาฆาตพยาบาท
"พวกมึง... ดูนี่..." ไหม ส่งกล้องให้เพื่อนดู
เมื่อทุกคนได้เห็นภาพในจอ... ความเย็นยะเยือกได้พัดผ่านเข้ามาในรถอีกครั้ง ทุกคนต่างนิ่งอึ้งระคนจนหวาดผวา และอาการ ขนลุกซู่ ก็กลับมาเยือนพวกเขาอีกครั้ง... ตอนนี้พวกเขารู้ดีแล้วว่า ปราสาทตาเมือนธม ไม่ใช่สถานที่ที่จะมาท้าทาย หรือลบหลู่ได้เลย และความทรงจำในเย็นวันนั้น มันจะฝังรากลึกอยู่ในใจของพวกเขาไปตลอดกาล
เนื้อหาโดย: Mac Casanova
มีผู้เข้าชมแล้ว 45 ครั้ง
เขียนโดย Mac Casanova
เขียนโดย Mac Casanova
นักเขียนข่าวไวรัลและกระแสสังคม ที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่องให้ “หยุดนิ้วได้ในไม่กี่วินาที” ครอบคลุมข่าวแรง เหตุการณ์จริง และเรื่องที่คนกำลังพูดถึง พร้อมรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลในทุกบทความ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
1 VOTES (1/5 จาก 1 คน)
VOTED: pakpranang
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 มหาวิทยาลัยไทยพื้นที่กว้างระดับเมืองย่อม ที่ไม่ได้มีแค่อาคารเรียน
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
กางเกงในควรซักมือหรือซักเครื่อง? จุดเล็ก ๆ ที่กระทบสุขอนามัยมากกว่าที่คิด
นกกระแตแต้แว้ดนอนชี้ฟ้า จริงหรือแค่ตำนาน? รู้จักนกเสียงดังที่ทำรังบนพื้น
5 โรงเรียนประจำจังหวัดอายุเกินร้อยปี รากการศึกษาไทยที่ยังอยู่คู่เมือง
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
ค้นกุฏิวัดวังน้ำเขียว พบขยะเต็มห้อง หลังตรวจพบพระ-ลูกศิษย์มีสารเสพติด
ทำไมคอมเมนต์แง่ลบถึงไปไกลกว่าคำชมบนโซเชียล
น้ำตาลกรวดไม่ใช่น้ำตาลวิเศษ รู้จักผลึกใสที่หวานช้าและอยู่คู่ครัวไทยมานาน
รถม้าเซ็นทรัลพาร์กเกิดอุบัติเหตุ นักท่องเที่ยวอินเดียเสียชีวิต จุดชนวนถกเถียงความปลอดภัยอีกครั้ง
เต่าแม่น้ำแม่รี่ “เต่าพังก์” ที่หายใจผ่านก้นได้ ทำไมสัตว์แปลกชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
กางเกงในควรซักมือหรือซักเครื่อง? จุดเล็ก ๆ ที่กระทบสุขอนามัยมากกว่าที่คิด
นกกระแตแต้แว้ดนอนชี้ฟ้า จริงหรือแค่ตำนาน? รู้จักนกเสียงดังที่ทำรังบนพื้น
น้ำตาลกรวดไม่ใช่น้ำตาลวิเศษ รู้จักผลึกใสที่หวานช้าและอยู่คู่ครัวไทยมานาน
5 โรงเรียนประจำจังหวัดอายุเกินร้อยปี รากการศึกษาไทยที่ยังอยู่คู่เมือง
ค้นกุฏิวัดวังน้ำเขียว พบขยะเต็มห้อง หลังตรวจพบพระ-ลูกศิษย์มีสารเสพติด
เต่าแม่น้ำแม่รี่ “เต่าพังก์” ที่หายใจผ่านก้นได้ ทำไมสัตว์แปลกชนิดนี้ใกล้สูญพันธุ์



