หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

คนโกหกอาจไม่ได้หลบตาเสมอไป ทำไมบางคนยิ่งจ้องตาเวลาพูด

เขียนโดย Porkyx13

การสบตาเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งของพฤติกรรม ไม่ใช่หลักฐานตัดสินว่าใครพูดจริงหรือโกหกเสมอไป

บางครั้งคนที่สบตานิ่งที่สุด อาจไม่ได้กำลังพูดความจริงทั้งหมดเสมอไป ความเชื่อว่า “คนโกหกต้องหลบตา” จึงอาจทำให้เราตัดสินคนเร็วเกินไป เพราะพฤติกรรมของมนุษย์ซับซ้อนกว่าสัญญาณเดียวที่เห็นบนใบหน้า

ภาพจำที่หลายคนคุ้นเคยคือ คนพูดไม่จริงมักลุกลี้ลุกลน พูดติดขัด หรือไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายตรง ๆ ความเชื่อนี้พบได้บ่อยในหนัง ละคร และบทสนทนาทั่วไป จนหลายคนเผลอใช้การหลบตาเป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือ

แต่ในชีวิตจริง การโกหกไม่ได้มีรูปแบบตายตัวขนาดนั้น

บางคนรู้ดีว่าการหลบตาถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ จึงพยายามทำตรงกันข้าม คือสบตาให้นานขึ้น พูดให้มั่นใจขึ้น และควบคุมท่าทางให้ดูเป็นปกติที่สุด การจ้องตาจึงอาจไม่ใช่ความซื่อสัตย์เสมอไป แต่อาจเป็นความพยายามทำให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือ

จุดที่น่าคิดคือ คนที่โกหกบางคนอาจจ้องตาเพื่ออ่านปฏิกิริยาของคนฟังด้วย เขาอาจอยากรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มเชื่อแล้วหรือยัง มีท่าทีสงสัยหรือไม่ หรือควรปรับเรื่องที่เล่าต่อไปอย่างไร

นั่นทำให้ “การสบตา” กลายเป็นเครื่องมือควบคุมสถานการณ์ได้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่ภาษากายที่บอกความจริง

วิธีสังเกตที่ปลอดภัยกว่าคือ อย่าดูแค่ตา แต่ให้ดูการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมโดยรวม เช่น น้ำเสียงเปลี่ยนไปไหม เล่ารายละเอียดสอดคล้องกันหรือเปล่า พูดวนไปมาหรือไม่ หรือมีจุดไหนที่เรื่องเล่าไม่สัมพันธ์กับข้อมูลอื่น

ที่สำคัญ ต้องเทียบกับนิสัยปกติของคนนั้นด้วย

บางคนหลบตาเพราะเขิน ประหม่า กังวล หรือไม่ถนัดสบตานาน ๆ แม้จะพูดความจริงอยู่ก็ตาม ขณะที่บางคนมีบุคลิกมั่นใจ พูดคล่อง และสบตาเก่ง จึงอาจดูน่าเชื่อถือมาก แม้สิ่งที่พูดจะยังต้องตรวจสอบ

คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนตัดสินใครคือ เรากำลังดู “พฤติกรรมผิดปกติจากเดิม” หรือแค่ดู “พฤติกรรมที่เราไม่ชอบ” กันแน่ เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

ถ้าอีกฝ่ายเป็นคนไม่ค่อยสบตาอยู่แล้ว การหลบตาอาจไม่ใช่พิรุธ แต่เป็นนิสัยปกติของเขา ในทางเดียวกัน ถ้าคนที่ปกติไม่ค่อยจ้องตา กลับสบตานานผิดสังเกต พร้อมพยายามย้ำความน่าเชื่อถือมากเกินไป นั่นอาจเป็นสัญญาณให้ฟังอย่างระวังขึ้น

การจับโกหกจึงไม่ควรเริ่มจากการหาว่าใครมีพิรุธ แต่ควรเริ่มจากการฟังให้ครบ ดูความสอดคล้อง และแยกความรู้สึกส่วนตัวออกจากข้อเท็จจริง

เพราะบางครั้ง คนที่ดูมั่นใจที่สุดอาจกำลังควบคุมภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่ ส่วนคนที่ดูประหม่า อาจเป็นเพียงคนที่กำลังกังวลว่าจะถูกเข้าใจผิดเท่านั้น

เนื้อหาโดย: xmj767
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Porkyx13's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 122 ครั้ง
เขียนโดย Porkyx13
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้องและน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/10/69ยางรัดของเก่ามีสภาพเปลี่ยนไปได้อย่างไรส่องแนวทางตัวเลขแม่นมากขั้นเทพ งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2569เหงื่อออกตอนร้อนกับตอนตื่นเต้นต่างกันอย่างไรสายชาร์จโทรศัพท์ขาดตรงขั้วต่อเพราะอะไรส่องตัวเลขแบบคนชอบตัวเลข เลขปฏิทิน “หลวงปู่ศิลา” งวดนี้ มีอะไรน่าสนใจ?2 ประเทศในโลกที่ไม่มีเครื่องดื่ม coke วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนิตยสารยี่ปั๊ว งวด 1 ต.ค. 69 ตามเส้นทาง 4-0-6 สู่ชุดเลข 2 ตัวล้อเครื่องบินรับแรงกระแทกตอนแตะรันเวย์อย่างไรกระดาษลังลูกฟูกรับน้ำหนักได้อย่างไรล็อบสเตอร์แก่ชราจริงหรือไม่
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ยางรัดของเก่ามีสภาพเปลี่ยนไปได้อย่างไร"ชาไทย" ตัวตึงหน้าเซเว่น ชุมแพ..เจ้าตูบขวัญใจคนขอนแก่นตากระตุกเกี่ยวกับการพักผ่อนและคาเฟอีนอย่างไรเทปตีนตุ๊กแกเกิดจากเมล็ดหญ้าติดขนสุนัขจริงหรือทำไมยาหยอดตาหนึ่งหยดจึงมักล้นออกจากตาป็อปคอร์นพุ่งตัวจากกระทะได้อย่างไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เหตุใดนักพูดจึงจิบน้ำก่อนขึ้นเวทีกระจกข้างฝั่งผู้โดยสารทำให้รถด้านหลังดูไกลได้อย่างไรยางรัดของเก่ามีสภาพเปลี่ยนไปได้อย่างไรเทปตีนตุ๊กแกเกิดจากเมล็ดหญ้าติดขนสุนัขจริงหรือ
ตั้งกระทู้ใหม่