"ไวรัสฮันทา" มฤตยูเงียบจากหนู: เช็กอาการและวิธีทำความสะอาดที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัย
ท่ามกลางรายงานข่าวการพบผู้เสียชีวิตบนเรือสำราญกลางมหาสมุทรแอตแลนติก และการตรวจพบผู้ป่วย "กลุ่มอาการไวรัสฮันทา" (Hantavirus Syndrome) เพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ทั่วโลกกลับมาเฝ้าระวังเชื้อไวรัสชนิดนี้อย่างใกล้ชิด แม้จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่ด้วยอัตราการเสียชีวิตที่ค่อนข้างสูงและความเชื่อมโยงกับสัตว์ใกล้ตัวอย่างหนู การทำความเข้าใจกลไกการแพร่เชื้อและการป้องกันอย่างถูกวิธีจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลยได้
ไวรัสฮันทาคืออะไรและอันตรายแค่ไหน?
ไวรัสฮันทา (Hantavirus) เป็นตระกูลไวรัสที่มีสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะ "หนู" เป็นพาหะหลัก ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเชื้อชนิดนี้แทบจะไม่มีการแพร่กระจายจาก "คนสู่คน" (ยกเว้นสายพันธุ์แอนดีสในอเมริกาใต้) แต่ภัยเงียบที่แท้จริงเกิดจากการที่มนุษย์สูดดมละอองฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป
การแพร่เชื้อสู่คนมักเกิดขึ้นเมื่อมูลหรือปัสสาวะของหนูที่มีเชื้อแห้งตัวลงและแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กลอยอยู่ในอากาศ หากเราเข้าไปในพื้นที่ที่มีหนูชุกชุมหรือมีการจัดการสุขอนามัยที่ไม่ดี แล้วสูดดมฝุ่นเหล่านั้นเข้าไป เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายและเริ่มทำลายระบบภายในทันที
อาการที่ต้องเฝ้าระวัง
ระยะฟักตัวของโรคนี้ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ 1 ถึง 8 สัปดาห์ โดยในช่วงแรกผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่จนอาจทำให้ชะล่าใจ สัญญาณเตือนที่สำคัญประกอบด้วย:
-
มีไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
-
หากอาการเข้าสู่ระยะอันตราย จะเริ่มมีอาการหายใจไม่อิ่ม หรือหายใจลำบากเฉียบพลัน
-
ในกรณีที่รุนแรง เชื้อจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจและปอดล้มเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต
การป้องกันและ "กฎเหล็ก" ในการทำความสะอาด
เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสสำหรับรักษาโรคนี้โดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นเพียงการประคับประคองตามอาการ การป้องกันจึงเป็นเกราะคุ้มกันที่ดีที่สุด โดยเฉพาะขั้นตอนการทำความสะอาดพื้นที่ที่สงสัยว่ามีหนู ซึ่งมี "กฎเหล็กสำคัญคือ ห้ามใช้ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่นเด็ดขาด" เพราะจะทำให้เชื้อฟุ้งกระจายจนเสี่ยงต่อการสูดดม
ขั้นตอนการกำจัดเชื้อที่ถูกต้อง:
-
ป้องกันตัวเอง: สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือให้มิดชิดก่อนเริ่มงาน
-
ฉีดพ่นฆ่าเชื้อ: ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวเจือจางฉีดพ่นลงบนบริเวณที่พบมูลหรือปัสสาวะหนูโดยตรง
-
รอเวลา: ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อให้มั่นใจว่าเชื้อถูกทำลาย
-
เช็ดอย่างระมัดระวัง: ใช้กระดาษชำระแบบเปียกหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดแทนการปัดกวาด
-
กำจัดอย่างมิดชิด: นำอุปกรณ์ที่ใช้แล้วทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิดแน่นหนาทันที
ไวรัสฮันทาเป็นโรคที่มีความรุนแรงและมีหนูเป็นพาหะสำคัญ แม้จะไม่ได้ติดต่อกันได้ง่ายระหว่างคนสู่คน แต่ความประมาทในการทำความสะอาดพื้นที่ปนเปื้อนอาจนำไปสู่การติดเชื้อที่อันตรายถึงชีวิต การดูแลสุขอนามัยในที่พักอาศัย การกำจัดแหล่งที่อยู่ของหนู และการทำความสะอาดด้วยวิธีที่ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการปกป้องตนเองจากไวรัสร้ายชนิดนี้
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
LTT 9779b ดาวเคราะห์กระจกที่ร้อนจัด แต่สะท้อนแสงจ้าเกือบทั้งดวง
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
ถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้
บึ้งในความเชื่อไทย ทำไมรูเล็ก ๆ ถึงถูกผูกกับโชคลาภ
8 น้ำตกชื่อดังของไทย ที่ถูกยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุด
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
ดอกสแนปดรากอน ทำไมดอกสวยรูปมังกรจึงกลายเป็นฝักคล้ายกะโหลก
หาดไดมอนด์" (Diamond Beach) ดั่งดินแดนเทพนิยายหาดทรายสีดำระยิบระยับของธารน้ำแข็ง
ยุงไม่ได้ใช้ฟันกัด แต่ใช้ปาก 6 ชิ้นเจาะผิวจนเราแทบไม่รู้ตัว
ถ้ำฟิงกัล เสาหินหกเหลี่ยมริมทะเลที่ธรรมชาติปั้นมานานหลายสิบล้านปี

