หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ลุดตี่" จากเปอร์เซียสู่เมนูของชาวสยามที่ฮิตมาจนถึงปัจจุบัน


เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

หนึ่งในอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติคือ "ลุดตี่" เดินมาทางจากตะวันออกกลางและเปอร์เซียเข้าสู่ราชสำนักสยาม ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ แผ่นแป้งสีเหลืองนวลที่ปรากฏในวรรณคดีชั้นเลิศชิ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงบรรพบุรุษของ "โรตี" ในปัจจุบัน แต่ยังเป็นตัวแทนของความประณีตและการผสมผสานทางรสชาติที่สืบทอดมานับร้อยปี

ลุดตี่เชื่อกันว่าเดินทางมาพร้อมกับชาวเปอร์เซียที่เข้ามาติดต่อค้าขายและรับราชการในสยาม ความโดดเด่นของอาหารชนิดนี้ถูกบันทึกไว้ใน กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ซึ่งทรงพรรณนาถึงความน่าชมของแผ่นแป้งที่แผ่กลมลงตัวบนถาด พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของชาวต่างชาติ

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างลุดตี่โบราณกับโรตีในปัจจุบันคือ "วัตถุดิบ"

โดย "ลุดตี่" ใช้ แป้งข้าวเจ้า (ใช้ข้าวสารแช่ข้ามคืนแล้วนำไปโม่ด้วยโม่หินจนได้น้ำแป้งที่ละเอียด) ผสมไข่ไก่และเติมหญ้าฝรั่น (Saffron) หรือขมิ้น เพื่อให้ได้แผ่นแป้งสีเหลืองทองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทอดด้วยน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู เนื้อสัมผัส นุ่ม ละเอียด แผ่นบางคล้ายแพนเค้กหรือเครป

ส่วน "โรตี" ในปัจจุบันนิยมใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผสม น้ำ, นมข้นจืด, นมสด และไข่ไก่ ไม่ใส่ขมิ้น เน้นกลิ่นเนย/มาการีน ทำออกมาแล้วจะกรอบนอกนุ่มใน มีความเหนียวนุ่มและเป็นชั้น

ลุดตี่สามารถดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบตามแต่โอกาส

  1. ของคาว (ลุดตี่จิ้มคั่ว) นิยมกินคู่กับแกงรสจัดจ้าน เช่น แกงไก่ แกงมัสมั่น หรือแกงแดง วิธีรับประทานคือแผ่แป้งออก ใส่แกง โรยผักชีและพริกชี้ฟ้าแดง แล้วม้วนเป็นคำ

  2. ของหวาน (แป้งกลอก หรือ ขนมกลอก)

    • ไส้หวาน ใช้สังขยาไข่เป็ดกวนกับน้ำตาลปึกจนเข้มข้น

    • ไส้เค็ม ใช้กุ้งสับผัดเครื่องรากผักชี กระเทียม พริกไทย ผสมเนื้อมะพร้าวและมันกุ้ง โรยใบมะกรูดฝอย โดยจะรองด้วยถั่วงอกลวกก่อนห่อ

เมื่อเวลาผ่านไป วิถีการรับประทานลุดตี่เริ่มเปลี่ยนแปลงและถูกตัดทอนความยุ่งยากลง มีการนำนมข้นหวานและน้ำตาลมาโรยหน้าแทนการทำไส้ที่ประณีต จนกลายเป็น "โรตี" ขนมหวานยอดนิยมที่หาทานได้ทั่วไปในปัจจุบัน ในขณะที่ลุดตี่ตำรับดั้งเดิมเริ่มเลือนหายไปและหาทานได้ยากขึ้น โดยส่วนใหญ่ยังคงสืบทอดอยู่ในชุมชนชาวไทยมุสลิมบางกลุ่มเท่านั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 177 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: goldfish13, projor007, famai, Freya Rune, kyogisa, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้วใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการมหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุดวิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุดหนึ่งชาติสองดินแดน : รู้จัก 4 ประเทศที่ตั้งอยู่บนสองทวีปคณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะเปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว
"น้ำผึ้ง" อายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ในสุสานอียิปต์ที่ยังคงสภาพดีไม่บูดเน่าเฉลยที่มา "Buffalo Wings" ไก่ทอดที่ไม่เกี่ยวอะไรกับควาย แต่เป็นความบังเอิญจาก New York 1964สุนทรียภาพแห่งการชงชา: ความแตกต่างที่งดงามระหว่าง "ซะโด" และ "กังฟูฉา"จากน้ำหวานสีแดงขวัญใจมหาชนสู่ "นมเย็น" เครื่องดื่มสีชมพูพาสเทลที่เติมความหวานให้คนไทยทุกยุคสมัย
ตั้งกระทู้ใหม่