"ลุดตี่" จากเปอร์เซียสู่เมนูของชาวสยามที่ฮิตมาจนถึงปัจจุบัน
หนึ่งในอาหารไทยที่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติคือ "ลุดตี่" เดินมาทางจากตะวันออกกลางและเปอร์เซียเข้าสู่ราชสำนักสยาม ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ แผ่นแป้งสีเหลืองนวลที่ปรากฏในวรรณคดีชั้นเลิศชิ้นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงบรรพบุรุษของ "โรตี" ในปัจจุบัน แต่ยังเป็นตัวแทนของความประณีตและการผสมผสานทางรสชาติที่สืบทอดมานับร้อยปี
ลุดตี่เชื่อกันว่าเดินทางมาพร้อมกับชาวเปอร์เซียที่เข้ามาติดต่อค้าขายและรับราชการในสยาม ความโดดเด่นของอาหารชนิดนี้ถูกบันทึกไว้ใน กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ซึ่งทรงพรรณนาถึงความน่าชมของแผ่นแป้งที่แผ่กลมลงตัวบนถาด พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่แฝงไว้ด้วยเอกลักษณ์ของชาวต่างชาติ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างลุดตี่โบราณกับโรตีในปัจจุบันคือ "วัตถุดิบ"
โดย "ลุดตี่" ใช้ แป้งข้าวเจ้า (ใช้ข้าวสารแช่ข้ามคืนแล้วนำไปโม่ด้วยโม่หินจนได้น้ำแป้งที่ละเอียด) ผสมไข่ไก่และเติมหญ้าฝรั่น (Saffron) หรือขมิ้น เพื่อให้ได้แผ่นแป้งสีเหลืองทองและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทอดด้วยน้ำมันพืชหรือน้ำมันหมู เนื้อสัมผัส นุ่ม ละเอียด แผ่นบางคล้ายแพนเค้กหรือเครป
ส่วน "โรตี" ในปัจจุบันนิยมใช้แป้งสาลีอเนกประสงค์ ผสม น้ำ, นมข้นจืด, นมสด และไข่ไก่ ไม่ใส่ขมิ้น เน้นกลิ่นเนย/มาการีน ทำออกมาแล้วจะกรอบนอกนุ่มใน มีความเหนียวนุ่มและเป็นชั้น
ลุดตี่สามารถดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบตามแต่โอกาส
-
ของคาว (ลุดตี่จิ้มคั่ว) นิยมกินคู่กับแกงรสจัดจ้าน เช่น แกงไก่ แกงมัสมั่น หรือแกงแดง วิธีรับประทานคือแผ่แป้งออก ใส่แกง โรยผักชีและพริกชี้ฟ้าแดง แล้วม้วนเป็นคำ
-
ของหวาน (แป้งกลอก หรือ ขนมกลอก)
-
ไส้หวาน ใช้สังขยาไข่เป็ดกวนกับน้ำตาลปึกจนเข้มข้น
-
ไส้เค็ม ใช้กุ้งสับผัดเครื่องรากผักชี กระเทียม พริกไทย ผสมเนื้อมะพร้าวและมันกุ้ง โรยใบมะกรูดฝอย โดยจะรองด้วยถั่วงอกลวกก่อนห่อ
-
เมื่อเวลาผ่านไป วิถีการรับประทานลุดตี่เริ่มเปลี่ยนแปลงและถูกตัดทอนความยุ่งยากลง มีการนำนมข้นหวานและน้ำตาลมาโรยหน้าแทนการทำไส้ที่ประณีต จนกลายเป็น "โรตี" ขนมหวานยอดนิยมที่หาทานได้ทั่วไปในปัจจุบัน ในขณะที่ลุดตี่ตำรับดั้งเดิมเริ่มเลือนหายไปและหาทานได้ยากขึ้น โดยส่วนใหญ่ยังคงสืบทอดอยู่ในชุมชนชาวไทยมุสลิมบางกลุ่มเท่านั้น
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
ช้างรู้จักรักษาตัวเอง? นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่าอาจเลือก “กินพืชเป็นยา”
ปลาติดอยู่ในแมงกะพรุน…ภาพมหัศจรรย์ใต้ทะเล เมื่อปลาตัวหนึ่งกลายเป็น “คนขับ” ของเรือดำน้ำมีชีวิต
1 ใน 30,000! อีกาสีขาว…ความงามที่หาชมได้ยาก
แฟ้มเอกสาร 3 ชุด “ไผ่เม็งราย” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดจุดตัด 2 สูตร เลขไหนตรงกัน
Sienna Spiro คว้าศิลปินหน้าใหม่ VMAs เพลง Great Expectation ครองแชมป์อังกฤษ
รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/10/69
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69
03-23-53 เลขนาทีทอง 1 ต.ค. 69 ก่อน-ระหว่าง-หลัง พบเลข 3 อยู่ท้ายทุกชุด
เลข 18/10 หลังช้อนส้อมคืออะไร? ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ แต่เป็นสูตรโลหะสองตัว
พบจระเข้ 2 ตัวโผล่คลองชลประทานสนามชัยเขต เตือนชาวบ้านอย่าเข้าใกล้แหล่งน้ำ
ช้างรู้จักรักษาตัวเอง? นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่าอาจเลือก “กินพืชเป็นยา”
เลข 18/10 หลังช้อนส้อมคืออะไร? ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ แต่เป็นสูตรโลหะสองตัว
Sienna Spiro คว้าศิลปินหน้าใหม่ VMAs เพลง Great Expectation ครองแชมป์อังกฤษ
ไขปริศนาที่มาคำว่า ตุลาคม ภาษาอังกฤษแปลว่าแปด ทั้งที่เป็นเดือนสิบ มาจากที่ไหนกันแน่
พบจระเข้ 2 ตัวโผล่คลองชลประทานสนามชัยเขต เตือนชาวบ้านอย่าเข้าใกล้แหล่งน้ำ
“เกาะ Gaz” เกาะรูปร่างคล้ายปลาแห่งหมู่เกาะ Brijuni ประเทศโครเอเชีย
ไขคำตอบต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ใส่เครื่องปรุงตอนไหน เส้นถึงเหนียวนุ่มและซุปหอมอร่อยที่สุด
ไขความลับเนื้อวากิวระดับพรีเมียม จากต้นกำเนิดถึงกลไกตลาด
ต้มไก่: คุณค่าแห่งความเอื้อเฟื้อและวัฒนธรรมการต้อนรับในวิถีอีสาน
ประวัติศาสตร์ควินัว: จากพืชศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินคา สู่ซูเปอร์ฟู้ดที่ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกต้องเผชิญความอดอยาก

