แพทย์ไต้หวันเตือน 3 พฤติกรรมประหยัดในครัว เสี่ยงสะสมสารก่อมะเร็ง
ช่วงที่หลายบ้านพยายามลดค่าใช้จ่ายในครัว เรื่องอาหารเหลือ ผักอุ่นซ้ำ และการใช้เครื่องดูดควัน กลับถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังกรณีศึกษาจากไต้หวันชี้ว่า “ความประหยัดผิดจังหวะ” อาจพาเอาความเสี่ยงสุขภาพเข้าบ้านโดยไม่รู้ตัว
ประเด็นนี้ไม่ได้หมายความว่า การเก็บอาหารเหลือทุกครั้งจะทำให้ป่วยเป็นมะเร็งทันที แต่ชวนให้กลับไปดูพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน โดยเฉพาะบ้านที่ทำอาหารกินเองเป็นประจำ และมักเสียดายของจนฝืนกินต่อทั้งที่อาหารเริ่มผิดกลิ่นหรือมีร่องรอยเชื้อรา
ประหยัดอาหารเหลือ ต้องไม่ประหยัดจนละเลยการเก็บรักษา
ในต้นฉบับจาก HK01 มีการอ้างถึง นพ. เลี่ยว จื้อติ้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง ซึ่งเตือนเรื่องอาหารค้างคืนและผักที่นำกลับมาอุ่นซ้ำ โดยเฉพาะผักใบเขียวที่ปรุงสุกแล้ว หากเก็บไม่เหมาะสม อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารบางชนิดและเกี่ยวข้องกับไนไตรท์
จุดที่ควรทำความเข้าใจให้ตรงคือ ไนไตรท์ไม่ได้แปลว่า “กินแล้วเป็นมะเร็ง” แบบเส้นตรงทันที งานด้านความปลอดภัยอาหารของ Centre for Food Safety Hong Kong ระบุว่า ไนไตรท์อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดไนโตรซามีนในบางเงื่อนไข แต่หลักฐานด้านอาหารยังต้องตีความอย่างระมัดระวัง ไม่ควรใช้ภาษาฟันธงเกินจริง
คำถามที่หลายบ้านควรถามตัวเองคือ อาหารที่เหลือถูกเก็บเย็นเร็วพอไหม ภาชนะปิดสนิทหรือไม่ และมีการอุ่นซ้ำหลายรอบจนกลิ่น สี หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไปหรือเปล่า ความเสี่ยงมักไม่ได้มาจากการกินของเหลือเพียงมื้อเดียว แต่มาจากนิสัยที่ทำซ้ำจนกลายเป็นเรื่องปกติในครัว
ของขึ้นรา ตัดทิ้งเฉพาะจุดอาจไม่พอ
พฤติกรรมที่ดูประหยัดแต่เสี่ยงกว่าเดิมคือการตัดส่วนที่เน่าหรือขึ้นราออก แล้วกินส่วนที่เหลือต่อ โดยเฉพาะถั่ว ธัญพืช หรืออาหารแห้งที่เก็บไว้นาน ต้นฉบับระบุถึงสาร อะฟลาทอกซิน ซึ่งทนความร้อนได้สูงถึง 280 C และไม่สามารถจัดการได้ด้วยการล้างหรือต้มแบบทั่วไป
ข้อมูลจาก IARC ระบุว่าอะฟลาทอกซินมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงมะเร็งตับ และอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งที่มีหลักฐานในมนุษย์ จึงเป็นเหตุผลที่อาหารขึ้นราไม่ควรถูกมองว่าแก้ได้ด้วยการตัดส่วนเสียออกเท่านั้น
ใครที่เคยเปิดกระปุกถั่วแล้วเจอกลิ่นอับ หรือเห็นจุดราบางส่วนบนอาหารแห้ง ควรตัดใจมากกว่าฝืนใช้ต่อ ความเสียดายของหนึ่งถุงอาจดูเล็ก แต่ถ้านิสัยนี้เกิดซ้ำในครัวทุกเดือน ความเสี่ยงสะสมก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
ควันน้ำมันหลังปิดเตา ยังไม่ควรถูกมองข้าม
อีกพฤติกรรมที่ต้นฉบับยกขึ้นมาคือการปิดเครื่องดูดควันทันทีหลังทำอาหารเสร็จ หลายคนทำเพราะอยากประหยัดไฟ หรือรู้สึกว่าเมื่อปิดเตาแล้วควันก็หมดตามไปด้วย แต่ในครัวจริง กลิ่นน้ำมันและละอองควันมักยังลอยอยู่ระยะหนึ่ง โดยเฉพาะเมนูผัดหรือทอดไฟแรง
งานวิจัยที่เผยแพร่ในฐานข้อมูล PubMed Central พบความเชื่อมโยงระหว่างการสัมผัสควันน้ำมันจากการปรุงอาหารระยะยาวกับความเสี่ยงมะเร็งปอดในบางกลุ่มประชากร โดยเฉพาะในครัวที่การระบายอากาศไม่ดี จึงควรใช้ภาษาว่า “อาจเพิ่มความเสี่ยง” มากกว่าฟันธงว่าเป็นสาเหตุเดียว
คำแนะนำจากต้นฉบับคือ หลังทำอาหารเสร็จควรเปิดเครื่องดูดควันต่ออีก 3-5 นาที เพื่อช่วยไล่ควันน้ำมันและละอองที่ยังตกค้างออกจากครัว หากไม่มีเครื่องดูดควัน การเปิดหน้าต่างหรือทำให้ครัวโปร่งขึ้นก็ช่วยลดการสะสมของควันในพื้นที่ปิดได้
หากมีอาการบ่อย ต่อเนื่อง รุนแรง หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหรือปรับยาเอง
ประหยัดในครัวไม่ใช่เรื่องผิด แต่ควรประหยัดให้ถูกจุด อาหารที่เริ่มเสียควรถูกทิ้ง ควันน้ำมันควรถูกระบาย และของเหลือควรถูกเก็บอย่างเหมาะสม ลองมองครัวคืนนี้ดูอีกครั้งว่า พฤติกรรมไหนที่ทำเพราะ “เสียดาย” จนลืมถามตัวเองว่า สุขภาพของคนในบ้านกำลังจ่ายแทนอยู่หรือเปล่า
แหล่งที่มา: HK01, IARC, Centre for Food Safety Hong Kong, PubMed Central
อ้างอิง: https://www.hk01.com/熱爆話題/60242578/一家3口全患癌症-醫生揭吃飯習慣出事-警告-很多人中招要小心
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
สายเฮลตี้ต้องรู้ ผลไม้บางคู่กินแล้วท้องป่องง่าย





