รู้จัก "จ้ำบ๊ะ" น้ำแข็งไสไทย และคำนี้มาจากไหน?
เขียนโดย davin
เมื่อลมร้อนพัดมา ความคิดถึงของหวานเย็นชื่นใจในสมัยเด็กก็หวนคืนมา หนึ่งในนั้นคือ "น้ำแข็งไส" หรือที่หลายคนคุ้นหูในชื่อ "จ้ำบ๊ะ" ภาพเกล็ดน้ำแข็งละเอียดราดน้ำหวานสีแดงเข้ม ชุ่มฉ่ำด้วยนมข้นหวาน บนรองพื้นด้วยขนมปังนุ่มๆ ลูกชิด มะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวมูน และสารพัดท็อปปิ้ง เป็นความสุขง่ายๆ ที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน
แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ของหวานแสนอร่อยชนิดนี้มีที่มาอย่างไร และทำไมถึงถูกเรียกว่า "จ้ำบ๊ะ" ชื่อที่ฟังดูหวือหวาและชวนให้นึกถึงระบำเปลื้องผ้าในอดีต?
กำเนิด "จ้ำบ๊ะ" ย้อนรอยตำนานความอร่อยกว่าครึ่งศตวรรษ
ประวัติศาสตร์ของน้ำแข็งไสในไทยเริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการมีโรงงานน้ำแข็งแห่งแรก จากอดีตที่ใช้มือไสน้ำแข็งกับแผ่นไม้ พัฒนามาสู่เครื่องหมุน และในปัจจุบันมีรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งรสชาติและท็อปปิ้งที่ทันสมัย เช่น ชาไทย ชาเขียว หรือโอริโอ้
สำหรับชื่อ "จ้ำบ๊ะ" นั้น เล่ากันว่ามีต้นกำเนิดจากเมืองเพชรบุรี และมีมายาวนานไม่น้อยกว่า 50 ปี โดยเชื่อว่าคิดค้นโดยชาวจีนที่ต้องการนำปาท่องโก๋ที่เหลือจากการกินคู่กับกาแฟตอนเช้ามาทำประโยชน์ จึงนำปาท่องโก๋ไปทอดใหม่ ใส่น้ำแข็ง ราดน้ำหวานสีแดงและนมข้นหวาน ต่อมาความอร่อยนี้แพร่กระจายไปยังจังหวัดอื่น มีการเพิ่มท็อปปิ้งต่างๆ เช่น ลูกชิด มะพร้าว ข้าวเหนียว ฟักทอง สับปะรด และเปลี่ยนจากปาท่องโก๋เป็นขนมปังอย่างที่คุ้นเคยในปัจจุบัน ความนิยมของจ้ำบ๊ะเมืองเพชรนั้นถึงขั้นมีการจดลิขสิทธิ์ชื่อกันเลยทีเดียว
ไขปริศนาชื่อ "จ้ำบ๊ะ": ความเชื่อมโยงที่น่าฉงน
แม้จะมีประวัติที่มาของตัวขนมค่อนข้างชัดเจน แต่ที่มาของชื่อ "จ้ำบ๊ะ" กลับยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ข้อมูลจากงานวิจัยของ รองศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ มกรมณี และ อาจารย์ ดร.สมรวย อภิชาติบุตรพงศ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระบุว่าชื่อนี้ถูกใช้มานานแล้ว แต่ไม่มีที่มาที่ชัดเจนในชั้นต้น อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่าคำนี้น่าจะเป็นคำแต้จิ๋ว และ ป.อินทรปาลิต เป็นผู้ริเริ่มใช้ในงานเขียนเป็นคนแรก
ความเชื่อมโยงระหว่างน้ำแข็งไสและระบำเปลื้องผ้ายังคงเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน บ้างก็โยงว่าชื่อ "จ้ำบ๊ะ" มาจากการใส่นมที่ส่ายไปมา บ้างก็ว่าลักษณะที่พูนขึ้นมาเหมือนหน้าอก นอกจากนี้ ยังมีมุมมองว่าคำว่า "จ้ำบ๊ะ" เป็นคำที่ใช้ประกอบกับการกระทำในลักษณะ "แทงประมาณว่าไม่ยั้งมือ" ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการไสน้ำแข็งที่ไม่ยั้งมือ หรือการใส่นมไม่ยั้งมือ ซึ่งเป็นคำอธิบายที่ฟังดูเข้าท่าเช่นกัน
"จ้ำบ๊ะ" รสชาติแห่งความทรงจำที่ไม่เคยจางหาย
ไม่ว่าที่มาของชื่อ "จ้ำบ๊ะ" จะมาจากวัฒนธรรมแต้จิ๋ว งานเขียนของ ป.อินทรปาลิต หรือความเชื่อมโยงที่หวือหวากับระบำเปลื้องผ้า สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ จ้ำบ๊ะคือน้ำแข็งไสที่ครองใจคนไทยมาทุกยุคทุกสมัย ด้วยรสชาติที่หวานมัน เย็นฉ่ำ และเครื่องเคียงที่หลากหลาย จ้ำบ๊ะจึงไม่ใช่แค่ของหวานแก้ร้อน แต่ยังเป็นรสชาติแห่งความทรงจำที่พาทุกคนหวนนึกถึงวันวานอันแสนหวานในวัยเยาว์เสมอ
เขียนโดย davin
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
ความน่าสยดสยองของการกิน "มัมมี่"
จัดอันดับจังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย รายได้ดีแค่ไหนทำไมบางพื้นที่เงินเหลือน้อย
รัฐกู้ฉุกเฉิน 400,000 ล้านบาท ใครได้ประโยชน์เรื่องค่าครองชีพ
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
ข้าวแห้งและข้าวต้มแห้ง: ตรรกะความอร่อยที่ย้อนแย้งบนร่องรอยประวัติศาสตร์จีนโพ้นทะเล
ย้อนดูคณะยอดฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2569 ยังรุ่ง หรือบางคณะเริ่มร่วงแล้ว?
ข้าวแห้งและข้าวต้มแห้ง: ตรรกะความอร่อยที่ย้อนแย้งบนร่องรอยประวัติศาสตร์จีนโพ้นทะเล
"น้ำผึ้ง" อายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ในสุสานอียิปต์ที่ยังคงสภาพดีไม่บูดเน่า
เฉลยที่มา "Buffalo Wings" ไก่ทอดที่ไม่เกี่ยวอะไรกับควาย แต่เป็นความบังเอิญจาก New York 1964
สุนทรียภาพแห่งการชงชา: ความแตกต่างที่งดงามระหว่าง "ซะโด" และ "กังฟูฉา"

