10 ของกินไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยลอง
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถ้ามองรอบตัวดี ๆ จะเห็นว่าอาหารที่คนพูดถึงกันบ่อยกลับเป็นเมนูใหม่ตามกระแส ไม่ว่าจะเป็นชานม ไข่มุก หรือของกินฟิวชันจากต่างประเทศ ขณะที่ของกินไทยโบราณหลายอย่างค่อย ๆ หายไปจากชีวิตประจำวัน ทั้งที่เมื่อประมาณ 30–50 ปีก่อน เมนูเหล่านี้ยังเป็นของธรรมดาในครัวไทย
อย่าง ข้าวแช่ ถือเป็นตัวแทนของความละเอียดแบบไทยแท้ มีบันทึกว่ามีต้นกำเนิดจากชาวมอญ ก่อนจะถูกนำเข้ามาในราชสำนักไทยช่วงรัชกาลที่ 2 และกลายเป็นอาหารฤดูร้อนที่นิยมในวัง ต้องใช้น้ำลอยดอกไม้หอมเย็น กินคู่กับเครื่องเคียงที่ทำแยกกันหลายขั้นตอน ทั้งลูกกะปิทอด หอมยัดไส้ และเนื้อฝอยหวาน แต่เพราะขั้นตอนซับซ้อน ทำให้ปัจจุบันเหลือให้เห็นเฉพาะบางฤดูกาลหรือร้านเฉพาะทาง
ส่วน หมี่กรอบชาววัง ก็เป็นอีกเมนูที่มีรากมาจากราชสำนัก โดยมีสูตรที่พัฒนาขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ต้องทอดเส้นให้กรอบแล้วคลุกกับซอสที่มีรสเปรี้ยวหวานเฉพาะตัว ซึ่งเดี๋ยวนี้หารสชาติแบบต้นตำรับได้ยากขึ้นทุกปี ผมว่าเรื่องนี้น่าเสียดาย เพราะคนทำจริง ๆ เหลือน้อย และร้านที่ยังทำก็มักกลายเป็นของพรีเมียมไปแล้ว
ขนมพื้นบ้านอย่าง ขนมลา จากภาคใต้ หรือ ข้าวเหนียวแดง ก็เริ่มหายไปเหมือนกัน สาเหตุหลักคือใช้แรงและเวลามาก ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคไทยช่วงปี 2565–2567 จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติสะท้อนว่า คนเมืองหันไปพึ่งอาหารสำเร็จรูปและเดลิเวอรี่มากขึ้น ทำให้ของที่ต้องทำเองนาน ๆ ถูกลดบทบาทลงไปโดยอัตโนมัติ
ฝั่งอาหารคาวอย่าง แกงขี้เหล็ก และ แกงรัญจวน ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัด แกงรัญจวนมีเรื่องเล่าว่าเกิดจากการดัดแปลงอาหารเหลือในวัง โดยหม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์ เอาน้ำพริกกะปิมาปรุงกับเนื้อจนกลายเป็นเมนูใหม่ที่มีเอกลักษณ์ แต่ปัจจุบันคนรุ่นใหม่จำนวนมากไม่เคยแม้แต่จะได้ยินชื่อ
น้ำพริกอย่าง น้ำพริกลงเรือ ที่มีต้นกำเนิดจากครัวในวังสมัยรัชกาลที่ 5 ก็เริ่มห่างหาย เพราะต้องเตรียมเครื่องหลายอย่าง ทั้งหมูหวาน ไข่เค็ม และพริกแห้ง เอาจริง ๆ นะ ขั้นตอนมันเยอะจนคนสมัยนี้เลือกกดสั่งอาหารในแอปง่ายกว่าเยอะ
ของหวานอย่าง ปลากริมไข่เต่า หรือ ขนมต้มแดง ก็เจอชะตาเดียวกัน แม้จะมีเอกลักษณ์รสหวานเค็มในจานเดียว แต่ก็ไม่ค่อยถูกเลือกในยุคที่เค้กหรือเบเกอรี่เข้าถึงง่าย คือแบบ เด็ก Gen Z บางคนได้ยินชื่อยังนึกว่าเป็นอาหารคาวด้วยซ้ำ ทั้งที่จริงเป็นขนมไทยแท้

แม้แต่ ขนมหม้อแกง ที่ยังพอพบได้ทั่วไป โดยเฉพาะที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นแหล่งขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ก็เริ่มถูกปรับสูตร ลดความหวานหรือความมันลงเพื่อให้เข้ากับตลาด ทำให้รสแบบดั้งเดิมค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ข้อมูลจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่าอาหารไทยโบราณหลายเมนูถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติในช่วงปี 2562–2565 เพื่อป้องกันการสูญหาย ซึ่งสะท้อนชัดว่า “ของกิน” ไม่ใช่แค่อาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่กำลังถูกท้าทายจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนเร็ว
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าอาหารพวกนี้ไม่อร่อยหรือไม่ทันสมัย แต่จริง ๆ แล้วมันแค่ไม่เข้ากับจังหวะชีวิตปัจจุบันเท่านั้นเอง เอาจริง ๆ นะ ถ้ามีคนทำให้กินแบบง่ายขึ้น ผมเชื่อว่าหลายเมนูยังกลับมาได้
ลองถามตัวเองดูเล่น ๆ วันนี้ ใน 10 เมนูที่ว่ามา คุณเคยกินจริง ๆ สักกี่อย่าง และถ้ามีโอกาสอีกครั้ง คุณยังอยากให้มันอยู่ต่อ หรือปล่อยให้มันหายไปพร้อมกับเวลา
อ้างอิง: https://www.culture.go.th
10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
10 นักแสดงตลกไทยระดับแถวหน้า ที่มีค่าตัวสูงที่สุดของวงการ
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/69
7 ลักษณะของคนที่เป็น "พญานาคหนีมาเกิด" ตามความเชื่อ มีอะไรบ้าง?
เจาะเลข "ท้าวเวสสุวรรณ" และคัมภีร์ดวงดาวราชาโชคกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
หมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตร
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
3 บุคคลหที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในโลก
มนุษย์ถ้ำในอดีต วันหนึ่งทำอะไรกันบ้าง เมื่อยังไม่มีเทคโนโลยี?
ทำความรู้จัก โรคกลัวความสูง เกิดจากอะไร?
ใหญ่ที่สุดในอาเซียน! ทำความรู้จัก "นาคาไททัน" ไดโนเสาร์ตัวใหม่ล่าสุด ชนิดที่ 14 ของไทย
ทำไมกินเหล้าถึงเมา ไม่มีสติ
5 อันดับพยาธิสายโหดที่น่ากลัวที่สุด... เห็นแล้วอยากกินของสุกขึ้นมาทันที!
ต่อราคาโลงศพแล้วจะมีคนตายตามจริงหรือ? คำห้ามที่ทำให้หลายบ้านไม่กล้าเอ่ยคำว่า “ลดได้ไหม”