หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้ไหม? ทำไม จังหวัดน่าน ถึงถูกเรียกว่าเมืองลับแล


เขียนโดย kitasan

ชื่อของ น่าน มักถูกพ่วงกับคำว่า "เมืองลับแล" อยู่บ่อย ๆ จนหลายคนเผลอคิดไปไกลว่ามันต้องเกี่ยวกับอะไรลึกลับเหนือธรรมชาติแน่ ๆ แต่เอาจริง ๆ แล้ว ความหมายของคำนี้ไม่ได้แฟนตาซีขนาดนั้น และถ้าเข้าใจบริบทของพื้นที่จะเห็นเลยว่ามันมีที่มาชัดเจนมาก

คำว่า "ลับแล" ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรยถึง "เมืองที่เข้าถึงยาก" มากกว่าจะหมายถึงเมืองล่องหนแบบในนิทาน เพราะถ้าย้อนกลับไปก่อนยุคที่ถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 และ 1080 จะถูกปรับปรุงใหม่ช่วงหลังปี พ.ศ. 2520 การเดินทางเข้าน่านไม่ง่ายเลย ต้องผ่านภูเขาสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะแนว เทือกเขาหลวงพระบาง ที่กั้นพื้นที่ไว้แทบทุกด้าน

ผมว่าอันนี้แหละคือจุดสำคัญที่หลายคนเข้าใจผิด คือไปโฟกัสกับคำว่า "ลับแล" จนลืมดูภูมิประเทศจริง ๆ ของน่าน เพราะพื้นที่กว่า 85% ของจังหวัดเป็นภูเขา มีที่ราบลุ่มแม่น้ำน่านแค่แถบตัวเมืองเท่านั้น แค่ขับรถเข้าไปครั้งแรก คุณจะรู้เลยว่ามันไม่เหมือนจังหวัดอื่น เส้นทางคดเคี้ยว โค้งต่อโค้ง และใช้เวลานานกว่าจะถึงตัวเมือง มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเข้าไปในพื้นที่ที่ถูกซ่อนอยู่จริง ๆ

อีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ น่านเคยเป็น "พื้นที่สีแดง" ในช่วงสงครามคอมมิวนิสต์ช่วงปี พ.ศ. 2510-2525 โดยเฉพาะอำเภอทุ่งช้าง เชียงกลาง และบ่อเกลือ ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ยิ่งยากขึ้นไปอีก ทั้งจากภูมิประเทศและเหตุผลความมั่นคง ช่วงนั้นคนต่างถิ่นแทบไม่มีใครกล้าเข้าไป ซึ่งผมว่านี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้น่าน "ปิดตัว" จากโลกภายนอกนานกว่าจังหวัดเหนือตัวอื่น ๆ

อีกด้านที่ทำให้ภาพลักษณ์นี้ชัดขึ้น คือประวัติศาสตร์ของน่านเองที่เคยเป็น "นครรัฐน่าน" หรือ "เมืองวรนคร" มาก่อน ตั้งเมืองมาตั้งแต่ราวปี พ.ศ. 1825 โดย พญาภูคา และมีสถานะกึ่งอิสระเรื่อยมา มีช่วงที่ขึ้นกับล้านนา สุโขทัย พม่า และสยามสลับกันไป จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามอย่างสมบูรณ์ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์สุดท้ายคือ เจ้ามหาพรหมสุรธาดา (พ.ศ. 2461-2474)

น่านมีภาษา วัฒนธรรม และศิลปะของตัวเองค่อนข้างเด่น โดยเฉพาะงานศิลปะในวัด อย่าง วัดภูมินทร์ ที่มีจิตรกรรมฝาผนัง "ปู่ม่านย่าม่าน" หรือภาพ "กระซิบรักบันลือโลก" วาดโดยหนานบัวผัน ช่างเขียนพื้นเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งกลายเป็นไอคอนของจังหวัดไปแล้ว วัดอื่น ๆ อย่างวัดพระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองอายุกว่า 600 ปี ก็สะท้อนว่า น่านไม่ได้เหมือนเมืองอื่นในภาคเหนือทั้งหมด

ความรู้สึก "ลับแล" ยังถูกเสริมด้วยบรรยากาศของเมืองที่ค่อนข้างเงียบ ประชากรรวมทั้งจังหวัดประมาณ 4.7 แสนคน (กรมการปกครอง ปี 2567) ซึ่งน้อยกว่าเชียงใหม่เกือบ 4 เท่า แม้การท่องเที่ยวจะโตขึ้นมากหลังกระแส "หนีกรุง" ช่วงปี 2558-2560 แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวก็ยังน้อยกว่าเมืองหลักในภาคเหนืออยู่พอสมควร ทำให้ยังคงฟีลเมืองที่ไม่วุ่นวาย

เอาจริง ๆ นะ ผมว่าคำว่า "เมืองลับแล" ของน่าน มันไม่ใช่แค่เรื่องการเดินทางหรือภูเขา แต่มันคือ "ความรู้สึก" มากกว่า เป็นความรู้สึกเหมือนเราได้หลุดออกจากจังหวะชีวิตเดิม ๆ แล้วเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่ช้าลง เงียบลง และเรียบง่ายขึ้นแบบที่เมืองใหญ่ให้ไม่ได้

ปัจจุบันแม้จะมี สนามบินน่านนคร ที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ด้วยสายการบินนกแอร์และแอร์เอเชีย วันละหลายเที่ยว และถนนตัดใหม่หลายเส้นทำให้เข้าถึงง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ แต่เสน่ห์แบบเดิมยังไม่หายไปไหน ทั้ง ทะเลหมอกดอยเสมอดาว ที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ดอยภูคา ที่มีดอกชมพูภูคาซึ่งพบที่เดียวในโลก และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ที่ยังคงความเรียบง่ายอยู่มาก

คือแบบว่าเสน่ห์ของน่านมันอยู่ที่ "ความยังไม่พร้อม" ต้อนรับคนเยอะ ๆ ด้วยซ้ำ ร้านกาแฟก็ยังมีของท้องถิ่น โฮมสเตย์ก็ยังเป็นบ้านคนจริง ๆ ไม่ใช่รีสอร์ตเชนใหญ่ แต่นั่นแหละ พอคนรู้จักมากขึ้น การพัฒนาก็จะตามมา ผมว่าเรื่องนี้เป็นดาบสองคมที่น่านกำลังต้องเลือก

ลองคิดดูดี ๆ ถ้าวันหนึ่ง "เมืองลับแล" กลายเป็นเมืองที่เข้าถึงง่ายเกินไป มีคอนโดผุดริมแม่น้ำน่าน มีเชนกาแฟทุกหัวมุม คนเยอะเกินไป มันจะยังเป็นน่านแบบที่เรารู้สึกอยู่ตอนนี้ไหม หรือเสน่ห์บางอย่างจะหายไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนที่ปายเคยเจอมาแล้ว?

แหล่งที่มา: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (TAT), กรมศิลปากร, กรมทางหลวง

อ้างอิง:
https://thai.tourismthailand.org/Destinations/Provinces/Nan/101
https://www.finearts.go.th/nan
https://www.doh.go.th
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kitasan's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 529 ครั้ง
เขียนโดย kitasan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Lady Gagun, paktronghie
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
LTT 9779b ดาวเคราะห์กระจกที่ร้อนจัด แต่สะท้อนแสงจ้าเกือบทั้งดวงมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งจีนชี้แจงปมรถถัง T-59D ส่งกัมพูชา ทำไมตัวเลข 39 จาก 93 คันจึงถูกจับตาจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยつづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็กพะยูนไทย สัญญาณชีวิตของทุ่งหญ้าทะเลที่ไม่ควรมองข้ามเบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนานปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทยเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนรีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray discแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยมีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถ้านักบินอวกาศป่วยกลางอวกาศ หมอรักษาอย่างไรเมื่อกลับโลกทันทีไม่ได้บึ้งในความเชื่อไทย ทำไมรูเล็ก ๆ ถึงถูกผูกกับโชคลาภ8 น้ำตกชื่อดังของไทย ที่ถูกยกย่องว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดรีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray discเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่องสถานการณ์โลกปี 2026 “สงครามโลกครั้งที่ 3” จะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเป็นแค่ความกลัวที่เกินจริง?ทําไม คน เกาหลี ถึง รัก สวย รัก งาม ทําไมคนเกาหลีถึงชอบศัลยกรรมให้หน้าตาดีกันเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
ตั้งกระทู้ใหม่