รู้ไหม? จังหวัดเชียงใหม่ เคยเป็นเมืองหลวงมาก่อนหรือไม่
เขียนโดย kitasan
หลายคนรู้จัก เชียงใหม่ ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับต้น ๆ ของไทย แต่เอาจริง ๆ นะ เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่วิวภูเขา ดอยสุเทพ หรือคาเฟ่สวย ๆ เท่านั้น เพราะย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ เชียงใหม่เคยเป็น "เมืองหลวงจริง ๆ" ของอาณาจักรหนึ่งที่ยิ่งใหญ่มากในภูมิภาคนี้ และเคยเป็นคู่แข่งสำคัญของสุโขทัยและอยุธยาในยุคเดียวกัน
เชียงใหม่เคยเป็นราชธานีของ อาณาจักรล้านนา ซึ่งสถาปนาโดย พญามังราย ในปี พ.ศ. 1839 โดยตั้งชื่อเมืองว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" ก่อนหน้านั้นพญามังรายปกครองเชียงรายและได้ขยายอำนาจลงมายึดหริภุญไชย (ลำพูน) ในปี พ.ศ. 1824 แล้วค่อยสร้างเชียงใหม่ขึ้นเป็นศูนย์กลางใหม่ เมืองถูกออกแบบให้เป็นจตุรัสขนาด 1.6 x 1.6 กิโลเมตร มีคูเมืองล้อมรอบ ใช้ระบบผังเมืองที่ยังเหลือให้เห็นจนทุกวันนี้
สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ทำเลของเชียงใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม ๆ พื้นที่ตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขา มีแม่น้ำปิงไหลผ่าน ช่วยทั้งเรื่องการเกษตรและการป้องกันศัตรู เมืองยังอยู่บนเส้นทางการค้าสำคัญที่เชื่อมยูนนาน พม่า และดินแดนทางใต้ ทำให้เศรษฐกิจในยุคนั้นคึกคักไม่แพ้เมืองใหญ่อื่น ๆ เลย
ยุคทองของล้านนาอยู่ในสมัย พระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. 1984-2030) ช่วงนี้เชียงใหม่กลายเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของภูมิภาค มีการ สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก ที่วัดเจ็ดยอดในปี พ.ศ. 2020 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญระดับนานาชาติในสมัยนั้น ผมว่าแค่จุดนี้ก็พอจะเห็นว่าเชียงใหม่ไม่ใช่เมืองเล็ก ๆ แต่มีบทบาททางศาสนาและวัฒนธรรมระดับสูงมาก
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าเชียงใหม่เป็นเมืองรองมาตลอด แต่ความจริงมันเคยเป็น "ศูนย์กลางของรัฐอิสระ" ที่มีอำนาจของตัวเองอยู่นานกว่า 260 ปี ก่อนจะตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่าในปี พ.ศ. 2101 สมัยพระเจ้าบุเรงนอง การเป็นเมืองขึ้นของพม่ากินเวลายาวนานกว่า 200 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ล้านนาเสื่อมอำนาจและประชากรลดลงอย่างหนัก
หลังจากนั้นเชียงใหม่ถูกปลดปล่อยและผนวกกลับเข้าสู่อิทธิพลของสยามในสมัย กรุงธนบุรี โดยการร่วมมือระหว่าง สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กับ พระยากาวิละ ที่นำทัพเชียงใหม่ร่วมกับกองทัพสยามขับไล่พม่าออกไปในปี พ.ศ. 2317 ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 1 พระยากาวิละได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ และฟื้นฟูเมืองขึ้นมาใหม่ช่วงปี พ.ศ. 2339 ซึ่งเรียกกันว่ายุค "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" เพราะต้องต้อนคนกลับมาสร้างเมืองใหม่
เชียงใหม่ยังคงสถานะ "ประเทศราช" ของสยามและมีเจ้าผู้ครองนครปกครองตัวเองเรื่อยมา จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการปฏิรูปการปกครองเป็นมณฑลพายัพในปี พ.ศ. 2442 แล้วค่อย ๆ ยกเลิกตำแหน่งเจ้าหลวง ก่อนจะกลายเป็นจังหวัดหนึ่งของสยามอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2476 เจ้าแก้วนวรัฐ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้าย
ผมว่าสิ่งที่เจ๋งมากคือ ถึงจะไม่ได้เป็นเมืองหลวงของประเทศแล้ว แต่เชียงใหม่ยังรักษา "กลิ่นของเมืองหลวงเก่า" ไว้ได้ค่อนข้างชัด ทั้งกำแพงเมืองเก่า ประตูท่าแพ ประตูเชียงใหม่ วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวงที่เคยประดิษฐานพระแก้วมรกต และภาษากำเมือง อาหารเหนือ อักษรล้านนา ที่ยังไม่หายไปไหน
คือแบบว่าเชียงใหม่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็นเมืองที่เคยมีสถานะระดับรัฐและมีบทบาทจริงในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้ามองดี ๆ แต่ละมุมของเมืองเก่ามีเรื่องราวซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด เดินเข้าไปในซอยเล็ก ๆ เขตคูเมืองก็ยังเจอวัดอายุ 600-700 ปีได้อยู่เรื่อย ๆ
ถ้าลองมองย้อนกลับไปแบบนี้ ครั้งต่อไปที่คุณนั่งกินกาแฟในคาเฟ่เก๋ ๆ กลางเมืองเก่าเชียงใหม่ ลองถามตัวเองดูว่า เมืองที่เราไปเที่ยวกันทุกวันนี้ จริง ๆ แล้วเรา "รู้จักมันดีพอแล้วหรือยัง" หรือเรากำลังเดินอยู่บนอดีตราชธานีโดยที่ไม่เคยรู้เลยก็ได้?
อ้างอิง: https://www.finearts.go.th
เขียนโดย kitasan
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอด
คลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด
10 อันดับโรงเรียนอินเตอร์ในไทย หลักสูตรระดับโลก เรียนจบไปไกลระดับสากล
สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มีจำนวนอำเภอมากที่สุดในประเทศไทย
3จังหวัดที่ยากจนที่สุดในไทย
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
แอร์ไม่เย็น? เผย 3 “สาเหตุที่หลายบ้านมองข้าม” พร้อม 5 วิธีทำให้แอร์เย็นเร็วและประหยัดไฟ
5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง
5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?
5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
รู้ไหม? จังหวัดไหนในไทยมีภูเขามากที่สุด
เจาะลึกความต่าง: "วัณโรคต่อมน้ำเหลือง" และ "วัณโรคปอด" อันตรายและติดต่อได้แค่ไหน?
เจาะตำนาน เซ็กซ์ทอยโบราณ นวัตกรรมกามศิลป์ 2,000 ปี ที่ล้ำจนยุคนี้ต้องยอมแพ้



