จากโรงหนังเก่าแก่ในอดีต ปัจจุบันกลายเป็นอะไรบ้าง
การเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่ยุคทองของวงการภาพยนตร์ไทย คือการได้ทำความรู้จักกับโรงหนังเก่าแก่ทั้ง 10 แห่ง ที่แต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวและความทรงจำอันล้ำค่า แม้ว่าปัจจุบันหลายแห่งจะปิดตัวลงไปแล้ว แต่ชื่อเสียงและตำนานก็ยังคงตราตรึงอยู่ในใจคนดูหนังรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่หลงใหลในกลิ่นอายของวันวาน
เริ่มต้นกันที่ **ศาลาเฉลิมกรุง** หรือโรงมหรสพหลวง ณ เลขที่ 66 ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร สถานที่แห่งนี้วางศิลาฤกษ์โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2473 และเปิดทำการครั้งแรกในอีกสามปีต่อมา จุดเด่นที่ทำให้โรงหนังแห่งนี้โดดเด่นไม่เหมือนใครคือการเป็นโรงมหรสพแห่งแรกในเอเชียที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งในยุคนั้นนับว่าทันสมัยมาก ตัวอาคารออกแบบโดยหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร ในสไตล์อาร์ตเดโคผสมผสานความเรียบง่ายแบบตะวันตกกับลวดลายไทย ปัจจุบันศาลาเฉลิมกรุงยังคงเปิดให้บริการในชื่อ “เฉลิมกรุงรอยัลเธียเตอร์” โดยเปลี่ยนบทบาทมาเป็นโรงมหรสพที่ใช้สำหรับการแสดงโขน ละครเวที และงานทางวัฒนธรรมสำคัญๆ รวมถึงการฉายภาพยนตร์ในโอกาสพิเศษ
อีกหนึ่งตำนานคู่ขนานคือ **ศาลาเฉลิมไทย** ที่ตั้งอยู่มุมถนนราชดำเนินกลางตัดกับถนนมหาไชย สร้างขึ้นตามพระราชดำริของจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เพื่อความเป็นศิวิไลซ์ ออกแบบโดยจิตรเสน อภัยวงศ์ สถาปนิกที่จบการศึกษาจากฝรั่งเศส เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 จุดเด่นของที่นี่คือความทันสมัยแบบสุดขั้วในยุคนั้น ทั้งเวทีไฮดรอลิกที่เลื่อนขึ้นลงได้ ที่นั่งจำนวนถึง 1,500 ที่นั่ง และยังเป็นแห่งแรกของเมืองไทยที่มีการจำหน่ายป๊อปคอร์นและไอศกรีมภายในโรง นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ฉายหนังซีเนมาสโคปและหนังสามมิติเรื่องแรกๆ ของไทยด้วย ทว่าด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งบดบังทัศนียภาพของโลหะปราสาท วัดราชนัดดา คณะรัฐมนตรีในสมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ จึงมีมติให้รื้อถอนโรงหนังแห่งนี้เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2532 ปัจจุบันบริเวณที่ตั้งเดิมของศาลาเฉลิมไทยได้กลายเป็น **ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์** ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทำให้เห็นโลหะปราสาทและวัดราชนัดดาอย่างเต็มตา
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เคยไปเที่ยวสยามสแควร์ คงรู้จัก **โรงหนังสกาลา** เป็นอย่างดี โรงหนังแห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสยามสแควร์ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 เป็นหนึ่งในสาม “ทหารเสือ” แห่งสยามสแควร์ คู่กับโรงหนังสยามและลิโด้ จุดเด่นคือสถาปัตยกรรมที่งดงามอลังการ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟระย้าขนาดยักษ์ที่สั่งตรงจากอิตาลี เพดานทรงโค้งสูงตระหง่าน และพนักงานเก็บตั๋วในชุดสูทสีเหลืองที่กลายเป็นเอกลักษณ์ สกาลาได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชาแห่งโรงหนัง” เพราะความวิจิตรบรรจงที่หาได้ยากในโรงหนังทั่วไป อย่างไรก็ตาม ด้วยสัญญาเช่าที่หมดลงและพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไปสู่โรงหนังในห้างสรรพสินค้า ทำให้สกาลาต้องปิดม่านลงอย่างถาวรเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 ปัจจุบันอาคารโรงหนังสกาลายังคงตั้งตระหง่านอยู่ในสยามสแควร์ แต่ไม่ได้เปิดให้บริการฉายภาพยนตร์แล้ว โดยมีการพูดถึงการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพื่อ用途อื่นในอนาคต แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าทางสถาปัตยกรรมให้คนรุ่นหลังได้เห็น
ไม่ไกลจากสกาลามากนัก บริเวณสี่แยกสยามสแควร์ เคยเป็นที่ตั้งของ **โรงหนังลิโด้** ซึ่งเปิดดำเนินการในยุคเดียวกัน โรงหนังแห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือเป็นโรงหนังขนาดเล็กที่เน้นฉายหนังคุณภาพดี หนังต่างประเทศแนวอาร์ตเฮาส์ และหนังอินดี้ ซึ่งแตกต่างจากโรงหนังกระแสหลักทั่วไป ลิโด้เป็นพื้นที่สำคัญของเหล่าวัยรุ่นและนักศึกษาที่ชื่นชอบภาพยนตร์นอกกระแสในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ปัจจุบันโรงหนังลิโด้ได้ปิดตัวลงไปแล้ว และพื้นที่แห่งนั้นได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้าสยามสแควร์ ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหาร กลิ่นอายของโรงหนังเก่าจึงเหลือเพียงความทรงจำ
ย้อนกลับไปยังย่านการค้าเก่าแก่อย่าง **ตลาดนางเลิ้ง** ที่นี่คือที่ตั้งของ **ศาลาเฉลิมธานี** หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่า “โรงหนังนางเลิ้ง” สิ่งที่น่าทึ่งคือโรงหนังแห่งนี้สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง และคาดว่าเปิดฉายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2461 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยโครงสร้างหลังคาไม้ที่กว้างถึง 20 เมตร ทำให้ภายในโรงไม่มีเสากลางขวางสายตา ซึ่งถือเป็นความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมในยุคนั้น และยังใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย จุดเด่นอีกอย่างคือบรรยากาศแบบชาวบ้านเต็มๆ เพราะตั้งอยู่ติดกับตลาด ทำให้มีเสียงพ่อค้าแม่ค้าและกลิ่นอาหารคาวหวานลอยคลุ้งไปทั่ว ก่อนฉายหนัง จะมีวงแตรวงบรรเลงเพลงเพื่อเรียกคนดู ศาลาเฉลิมธานีเปิดให้บริการยาวนานถึง 75 ปี ก่อนจะปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2536 แต่ปัจจุบันโรงหนังแห่งนี้ได้ถูกฟื้นชีวิตอีกครั้ง โดยได้รับการบูรณะซ่อมแซมและเปิดให้ประชาชนได้เข้าไปชมภาพยนตร์ในบางโอกาสพิเศษ กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชนนางเลิ้ง
อีกหนึ่งโรงหนังในตำนานแห่งย่านเจริญกรุงคือ **โรงหนังเฉลิมเขต** ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของเฉลิมกรุงในยุคแรกๆ แต่ข้อมูลเกี่ยวกับโรงหนังแห่งนี้หาได้ยากและค่อนข้างเลือนลางไปตามกาลเวลา โดยส่วนใหญ่แล้ว โรงหนังแห่งนี้ก็ได้ปิดตัวลงและถูกรื้อถอนไปนานแล้ว ปัจจุบันพื้นที่แถบนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของย่านการค้าและที่พักอาศัย
หากข้ามฟากไปยังฝั่งธนบุรี ก็จะมี **โรงหนังธนบุรีรามา** ซึ่งตั้งอยู่บริเวณแยกบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ โรงหนังแห่งนี้เปิดฉายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2515 และกลายเป็นสถานบันเทิงสำคัญของชาวฝั่งธนบุรีมาอย่างยาวนาน โรงหนังธนบุรีรามามีความโดดเด่นที่การเป็นโรงหนัง Standalone ขนาดใหญ่ มีจอขนาดกว้างและที่นั่งจำนวนมาก แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ทำให้โรงหนังต้องปิดตัวลงในที่สุด ปัจจุบันอาคารหลังเก่ายังคงตั้งอยู่ แต่ไม่ได้เปิดให้บริการ มีสภาพเป็นตึกเก่าร้างทิ้งไว้ แม้จะมีกระแสเรียกร้องให้อนุรักษ์บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา
สำหรับสายเที่ยวต่างจังหวัด ก็มี **โรงหนังวัฒนา** ที่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2504 โรงหนังแห่งนี้เป็นตัวอย่างของโรงหนัง Standalone ในยุคบูมที่กระจายตัวไปตามหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ มีสถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่เน้นความเรียบง่าย เน้นการใช้คอนกรีตเป็นหลัก เมื่อมัลติเพล็กซ์เกิดขึ้น โรงหนังวัฒนาก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมและปิดตัวลงไปในที่สุด ปัจจุบันอาคารเก่ายังคงเหลืออยู่แต่สภาพทรุดโทรม รอวันบูรณะหรือถูกรื้อถอน
ขึ้นไปทางอีสานบ้าง ที่จังหวัดอุดรธานีเคยมี **โรงหนังวิสต้า** เปิดให้บริการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เป็นโรงหนังขนาดใหญ่ มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดในยุคนั้น ชาวอุดรฯ หลายคนคงมีความทรงจำดีๆ กับการได้มาดูหนังที่นี่ ปัจจุบันโรงหนังวิสต้าได้ปิดตัวลงไปนานแล้ว และพื้นที่ดังกล่าวได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นอาคารพาณิชย์และศูนย์การค้า กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่หวนกลับมาไม่ได้
ไม่ไกลกันนัก ที่จังหวัดหนองคาย มี **โรงหนังเทพบันเทิง** ซึ่งสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2514 โรงหนังแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งบันเทิงสำคัญริมฝั่งโขง มีจุดเด่นที่บรรยากาศเรียบง่ายแบบเมืองเล็กๆ ปัจจุบันโรงหนังเทพบันเทิงก็ได้ปิดตัวลงไปแล้ว คงเหลือเพียงตัวอาคารเก่าที่ถูกทิ้งร้างให้คนรุ่นหลังได้เดินผ่านและนึกถึงวันวาน
สุดท้ายที่จังหวัดสมุทรปราการ มี **โรงหนังมงคล** ซึ่งแม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าโรงหนังในกรุงเทพฯ แต่ก็เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอกว่าความนิยมในภาพยนตร์ได้แผ่ขยายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ปัจจุบันโรงหนังแห่งนี้ก็ปิดตัวลงและถูกรื้อถอนไปแล้ว พื้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นอาคารพาณิชย์หรือที่พักอาศัย หลงเหลือเพียงภาพถ่ายเก่าๆ ให้ชื่นชม
การจากไปของโรงหนังเก่าแก่เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตและเทคโนโลยีบันเทิงที่หมุนเวียนไปตามยุคสมัย แม้ตัวอาคารและจอภาพยนตร์จะปิดลง แต่เรื่องราวและความทรงจำที่เกิดขึ้นภายในนั้น ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคมไทยที่ไม่มีวันลบเลือน
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหน
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
สิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
ปีนเก็บเงาะแบบคนจริง! แต่สิ่งที่หลายคนโฟกัสกลับไม่ใช่ผลไม้บนต้น
สนามหญ้าจากการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศ ถูกนำมาทำเป็นของที่ระลึก ราคา3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตอนนี้ขายหมดแล้ว
สุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดไม่ผ่านการทดสอบงาน เพราะติดตุ๊กตาช้าง
หลังสเปนคว้าแชมป์ การเฉลิมฉลองระดับชาติเริ่มต้นขึ้น! แฟนบอลปีนขึ้นไปบนน้ำพุ จนน้ำพุพังถล่มลงมา ทำให้เด็กชายวัย 13 ปีเสียชีวิต