“คนไทยไม่แพ้ชาติใด!” เปิดนวัตกรรม Tower Light เตือนแผ่นดินไหวตึกสูง ต้นทุนถูกกว่าต่างชาติ 5 เท่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งแล้วต้องยอมรับว่า รู้สึกทั้งทึ่งและภูมิใจในฝีมือของคนไทยไม่น้อย เพราะเป็นเรื่องของนวัตกรรมด้านความปลอดภัยของอาคารสูงที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยเอง ซึ่งไม่เพียงทันสมัยเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากลเท่านั้น แต่ยังมีต้นทุนต่ำกว่าระบบจากต่างประเทศหลายเท่าตัว
นวัตกรรมดังกล่าวมีชื่อว่า “Tower Light” เป็นระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะสำหรับตรวจวัด “สุขภาพของอาคาร” หรือที่เรียกว่า Structural Health Monitoring (SH) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยระบบจะสามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของโครงสร้างอาคารแบบ Real-time และส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารรับทราบสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
จุดเด่นสำคัญของระบบนี้คือการแจ้งเตือนที่เข้าใจง่ายผ่าน ไฟสัญญาณ 3 สี ที่เรียกว่า Tower Light ซึ่งประชาชนสามารถมองเห็นและเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ต้องตีความข้อมูลทางเทคนิคให้ยุ่งยาก สีเขียวหมายถึงอาคารยังปลอดภัยสามารถใช้งานได้ตามปกติ สีเหลืองเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ที่อยู่ภายในเตรียมความพร้อมและมองหาจุดหลบภัย ส่วนสีแดงคือสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ว่าโครงสร้างอาคารอาจเสียหายรุนแรงและจำเป็นต้องอพยพออกจากอาคารทันที
ระบบดังกล่าวพัฒนาโดย สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ร่วมกับหน่วยงานด้านวิจัย โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ปีในการพัฒนา ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของวงการวิศวกรรมไทย เพราะที่ผ่านมาเทคโนโลยีลักษณะนี้มักต้องนำเข้าจากต่างประเทศและมีราคาสูงมาก
ศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย อธิบายว่า ค่าใช้จ่ายของระบบจากต่างประเทศที่สูงนั้นไม่ได้อยู่ที่ตัวเซ็นเซอร์เป็นหลัก แต่เกิดจากซอฟต์แวร์ที่ใช้สังเคราะห์ข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายจุดเพื่อประมวลผลความเสียหายของอาคารทั้งหลัง ซึ่งวิศวกรไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีส่วนนี้ขึ้นเองได้ ทำให้ต้นทุนโดยรวมของระบบ ต่ำกว่าของต่างประเทศถึงประมาณ 5 เท่า
ในทางปฏิบัติ ระบบจะติดตั้งเซ็นเซอร์ไว้ตามจุดสำคัญของโครงสร้างอาคาร เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน ข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์ประมวลผลกลางหรือ Data Hub เพื่อวิเคราะห์ทันที จากนั้นผลการประเมินจะถูกส่งออกมาในสองรูปแบบ คือผ่าน Dashboard สำหรับผู้ดูแลอาคาร และการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ความสำคัญของเทคโนโลยีลักษณะนี้เกิดขึ้นจากบทเรียนในอดีต เมื่อประเทศไทยเคยเผชิญเหตุแผ่นดินไหวที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีการเคลมประกันภัยรวมกันมากถึง 48,000 ล้านบาทภายในวันเดียว เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนจำนวนมาก เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีระบบแจ้งเตือนที่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าอาคารใดปลอดภัยหรือควรอพยพทันที
ปัจจุบันนวัตกรรมนี้ไม่ได้อยู่เพียงในห้องทดลองเท่านั้น แต่ได้ถูกนำไปติดตั้งใช้งานจริงแล้วที่ โรงเรียนบ้านป่า จังหวัดเชียงราย รวมถึงโรงพยาบาลสูง 5 ชั้นที่เคยได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว โดยเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา ระบบสามารถตรวจจับเหตุแผ่นดินไหวขนาด 3.3 แมกนิจูดในอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย และแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงทีผ่านระบบแอปพลิเคชัน
ความสำเร็จครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญของวงการวิศวกรรมไทย เพราะไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารสูง แต่ยังช่วยลดความตื่นตระหนกของประชาชนหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว อีกทั้งยังช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำว่าอาคารใดควรอพยพหรือสามารถใช้งานต่อได้
ในอนาคตอันใกล้ สมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยมีแผนขยายการติดตั้งระบบนี้ไปยัง อาคารสูงในกรุงเทพมหานคร คอนโดมิเนียม และโรงพยาบาลหลายแห่ง เพื่อให้เมืองหลวงของไทยมีระบบรับมือภัยพิบัติที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หากโครงการนี้สามารถขยายผลได้อย่างเต็มรูปแบบ ก็อาจกล่าวได้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการภัยพิบัติ จากเดิมที่ต้อง “ตั้งรับ” เมื่อเกิดเหตุการณ์ มาเป็นการ “เฝ้าระวังเชิงรุก” ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยฝีมือของคนไทยเองอย่างแท้จริง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
Facebook แอบฟังเราจริงไหม
10 สมาร์ทวอทช์ที่นิยมที่สุดในปี 2026
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
3 เส้นทางเดินเลียบหน้าผาที่อันตรายและน่าหวาดเสียวที่สุดในโลก
หลังกำแพงน้ำแข็งขั้วโลกใต้ (แอนตาร์กติกา) มีเมืองลับแลจริงไหม
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม? วิวัฒนาการเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนเกมกอล์ฟไปตลอดกาล
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ทำไมฝรั่งมาไทยแล้วต้องซื้อ “กางเกงช้าง” กลับบ้านทุกคน
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
3 เส้นทางเดินเลียบหน้าผาที่อันตรายและน่าหวาดเสียวที่สุดในโลก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Facebook แอบฟังเราจริงไหม
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม? วิวัฒนาการเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนเกมกอล์ฟไปตลอดกาล




