หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usลงข่าวประชาสัมพันธ์ติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

นอนตะแคง “ซ้าย vs ขวา” ต่างกันจริงไหม? คำตอบที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด


เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

คำถามง่ายๆ ที่หลายคนทำทุกคืน…แต่กลับไม่มีใครมั่นใจคำตอบจริงๆ

“นอนตะแคงซ้ายหรือขวา แบบไหนดีกว่ากัน?”

หลายปีที่ผ่านมา มีคำแนะนำเต็มไปหมด บางคนบอกต้องซ้ายเท่านั้น บางคนก็บอกแล้วแต่สะดวก จนกลายเป็นความเชื่อที่สับสนโดยไม่รู้ตัว

แต่ความจริง…อาจไม่ได้มีคำตอบแบบที่คิด

รองศาสตราจารย์ เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อธิบายว่า สำหรับ “คนทั่วไปที่ไม่มีโรค” การนอนตะแคงซ้ายหรือขวา แทบไม่ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งสองด้านสามารถช่วยลดอาการนอนกรน ลดแรงกดกระดูกสันหลัง และช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นได้ใกล้เคียงกัน

แต่จุดที่หลายคนเข้าใจผิด คือ “ไม่ได้มีด้านที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน”

เพราะเมื่อร่างกายมีเงื่อนไขบางอย่าง ทิศของการนอนจะเริ่มมีผลทันที

อย่างในหญิงตั้งครรภ์ การนอนตะแคงซ้ายมักถูกแนะนำ เนื่องจากมีข้อมูลว่าช่วยให้การไหลเวียนเลือดไปยังมดลูกและรกดีขึ้น ลดแรงกดต่อหลอดเลือดสำคัญ

ในขณะที่คนที่มีอาการ กรดไหลย้อน การนอนตะแคงซ้ายก็มีแนวโน้มช่วยลดอาการได้ เพราะตำแหน่งกระเพาะอาหารจะอยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร ทำให้กรดย้อนขึ้นยากขึ้น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ที่มีภาวะ หัวใจล้มเหลว บางรายกลับรู้สึกสบายกว่าเมื่อได้นอนตะแคงขวา เนื่องจากอาจช่วยลดแรงกดต่อหัวใจ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “คำแนะนำเดียวใช้ไม่ได้กับทุกคน”

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยบางส่วนที่ชี้ว่า การนอนตะแคงอาจเกี่ยวข้องกับการไหลเวียนของน้ำไขสันหลังที่ดีขึ้น ซึ่ง “อาจมีความสัมพันธ์” กับสุขภาพสมอง แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่ชัดเจน

อีกจุดที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือข้อควรระวัง

การนอนตะแคงอาจเพิ่มความดันในดวงตาข้างที่อยู่ด้านล่าง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็น ต้อหิน ซึ่งควรระวังเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกัน ท่านอนที่ควรหลีกเลี่ยงในบางกรณีคือการนอนคว่ำ เพราะอาจทำให้คอและกระดูกสันหลังรับแรงผิดธรรมชาติ

ส่วนการนอนหงายในคนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ก็อาจทำให้อาการแย่ลงได้เช่นกัน

สุดท้ายแล้ว คำตอบที่แท้จริงอาจไม่ใช่ “ซ้ายหรือขวา”

แต่คือ “ร่างกายของคุณต้องการอะไร”

ถ้าคุณไม่มีโรคประจำตัว เลือกด้านที่นอนสบายที่สุดได้เลย

แต่ถ้ามีอาการเฉพาะ เช่น กรดไหลย้อน ตั้งครรภ์ หรือโรคหัวใจ การเลือกด้านนอนให้เหมาะ อาจช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้นแบบรู้สึกได้

เพราะการนอนที่ดี…ไม่ใช่แค่ท่า

แต่มันคือการเข้าใจร่างกายของตัวเอง

 

 

เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนทำอยู่ทุกคืน แต่กลับมีข้อถกเถียงกันมานาน นั่นคือคำถามง่ายๆ ว่า “การนอนตะแคงซ้ายหรือขวา แบบไหนดีกว่ากันแน่?” บางบทความบอกว่าควรนอนตะแคงซ้ายเท่านั้น เพราะดีต่อสุขภาพมากกว่า ขณะที่บางแหล่งก็ระบุว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับด้านใดด้านหนึ่ง

ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังของไทยอย่าง เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาอธิบายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคมว่า ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้มีคำตอบแบบ “ขาวหรือดำ” อย่างที่หลายคนเข้าใจ

อาจารย์ระบุว่า สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัว การนอนตะแคงซ้ายหรือขวาแทบไม่ต่างกันมากนัก เพราะทั้งสองท่าต่างมีข้อดีต่อสุขภาพเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยลดอาการนอนกรน ลดอาการปวดหลัง รวมถึงช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจากงานวิจัยบางส่วนที่ชี้ว่า การนอนตะแคงอาจช่วยให้การไหลเวียนของน้ำไขสันหลังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคทางระบบประสาทบางชนิด

อย่างไรก็ตาม หากบุคคลนั้นมีภาวะสุขภาพเฉพาะบางอย่าง “ด้านของการนอน” อาจมีผลต่ออาการอย่างมีนัยสำคัญ

ในกรณีของ หญิงตั้งครรภ์ การนอนตะแคงซ้ายมักถูกแนะนำมากกว่า เพราะท่านี้ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังมดลูกและรกได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดแรงกดต่อหลอดเลือดใหญ่ ทำให้ทั้งแม่และทารกได้รับออกซิเจนและสารอาหารได้อย่างเหมาะสม

สำหรับผู้ที่มีอาการ Gastroesophageal Reflux Disease หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า “กรดไหลย้อน” การนอนตะแคงซ้ายก็มีข้อได้เปรียบเช่นกัน เพราะตำแหน่งของกระเพาะอาหารจะอยู่ต่ำกว่าหลอดอาหาร ช่วยลดโอกาสที่กรดในกระเพาะจะไหลย้อนขึ้นมาในขณะนอนหลับ

ในทางกลับกัน ผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีภาวะ Heart Failure หรือภาวะหัวใจล้มเหลว อาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อได้นอนตะแคงขวา เนื่องจากช่วยลดแรงกดและภาระการทำงานของหัวใจ ทำให้การไหลเวียนโลหิตมีเสถียรภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าการนอนตะแคงขวาอาจช่วยลดการทำงานของระบบประสาทบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด ส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตลดลงเล็กน้อยในบางคน

แม้ว่าการนอนตะแคงจะมีข้อดีหลายประการ แต่ก็มีข้อควรระวังเช่นกัน งานวิจัยบางชิ้นพบว่า การนอนตะแคงอาจเพิ่มความดันภายในดวงตา โดยเฉพาะดวงตาที่อยู่ด้านล่าง ดังนั้นผู้ที่มีโรคตาอย่าง Glaucoma หรือโรคต้อหิน อาจต้องระมัดระวังในการเลือกท่านอน

ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงท่านอนบางรูปแบบ เช่น การนอนคว่ำ ซึ่งอาจทำให้กระดูกสันหลังส่วนคอเกิดความตึงเครียดมากเกินไป รวมถึงการนอนหงายในผู้ที่มีอาการกรนหรือมีภาวะ Obstructive Sleep Apnea เพราะท่านี้อาจทำให้ลิ้นและเนื้อเยื่อในลำคอเคลื่อนตัวไปปิดทางเดินหายใจ

สำหรับผู้ที่ต้องการนอนตะแคงให้สบายขึ้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเคล็ดลับง่ายๆ เช่น การใช้หมอนรองระหว่างเข่าเพื่อลดแรงกดที่สะโพก การเลือกหมอนหนุนศีรษะที่ช่วยให้คออยู่ในแนวเดียวกับกระดูกสันหลัง รวมถึงการเลือกที่นอนที่มีความนุ่มระดับปานกลาง เพื่อรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม

กล่าวโดยสรุปแล้ว การนอนตะแคงซ้ายหรือขวาไม่ใช่กฎตายตัวสำหรับทุกคน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกท่านอนที่เหมาะกับสภาพร่างกายของตนเอง หากมีโรคประจำตัวหรือมีอาการผิดปกติระหว่างการนอนหลับ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

เพราะท้ายที่สุดแล้ว “การนอนหลับที่ดี” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ท่าทาง แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวมของร่างกายด้วยเช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์, verywellhealth

แหล่งที่มา: Verywell Health, เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์
อ้างอิง: https://www.verywellhealth.com
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 135 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด5 จังหวัดม้ามืดที่มีศักยภาพเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 25 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุดเกาะที่แออัดที่สุดในโลกจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด6 ประเทศที่ไหว้เหมือนไทยมากที่สุดจังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้5 อันดับ “ขนมไทยขายดี” ในตลาดเช้ารู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรดชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?โหมดเครื่องบินคืออะไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่เคยมีอากาศร้อนที่สุด เท่าที่เคยมีการบันทึกสถิติไว้ในไทยโรงเรียนที่ผลิตเด็กสอบติดแพทย์มากที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ความลับของ "Blue Zones" ทำอย่างไรให้มีอายุยืนเกิน 100 ปีแบบสุขภาพดีเยี่ยม6 สัญญาณอัลไซเมอร์วัย 60+ ที่ลูกมักเข้าใจว่าแค่แก่ตามวัยสิทธิบัตรทองปี 2569 ที่ควรรู้ ก่อนพลาดบริการฟรี7 ยาใกล้ตัวที่กินผิดคู่แล้วตับเสี่ยง เภสัชเตือนดูฉลากก่อน
ตั้งกระทู้ใหม่