เมื่อคนอเมริกันเริ่มออกถนนพร้อมกัน… “No King” คืออะไร และทำไมถึงถูกจับตา?
เขียนโดย ลูกสาวอบต
มันเริ่มจากคำสั้นๆ แค่สองคำ
แต่กลับกลายเป็นกระแสที่เริ่มขยายตัวเร็วแบบที่หลายคนไม่ทันตั้งตัว
“No King”
คำนี้กำลังถูกพูดถึงมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 หลังมีรายงานการรวมตัวของประชาชนในหลายเมือง เพื่อแสดงจุดยืนต่อนโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในหลายประเด็นที่กำลังเป็นข้อถกเถียง
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์นี้ถูกจับตามอง ไม่ใช่แค่จำนวนคน
แต่คือ “ลักษณะของการเคลื่อนไหว” ที่เริ่มกระจายตัวในหลายพื้นที่
รายงานระบุว่า มีการจัดกิจกรรมและการรวมตัวในหลายรัฐ รวมถึงเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส และวอชิงตัน ดี.ซี. โดยมีทั้งการเดินขบวนอย่างสงบ และบางพื้นที่ที่เริ่มมีความตึงเครียดระหว่างกลุ่มที่เห็นต่าง
ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว
แต่เป็นการสะสมของหลายปัจจัย
ทั้งเรื่องนโยบายผู้อพยพที่เข้มงวดมากขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตที่เพิ่มสูง
รวมถึงท่าทีด้านนโยบายต่างประเทศที่หลายฝ่ายกังวล
โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับอิหร่าน ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงนี้
แม้จะยังไม่มีการยืนยันถึง “สงครามเต็มรูปแบบ” แต่ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดแรงต่อต้านในบางกลุ่ม
1. การประท้วงใหญ่ "No Kings" (ปลายมีนาคม - ต้นเมษายน 2026)
เกิดการรวมตัวประท้วงครั้งใหญ่ภายใต้ชื่อกลุ่ม "No Kings" (สื่อนัยถึงการต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จ) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 เมื่อมกราคม 2025
-ขนาดของการประท้วง: มีการจัดกิจกรรมกว่า 3,300 จุด ทั่วสหรัฐฯ รวมถึงในพื้นที่ชนบทและย่านที่ทรัมป์เคยชนะการเลือกตั้งด้วย
-ประเด็นหลัก: คัดค้านสงครามอิหร่าน, การเนรเทศผู้อพยพโดยหน่วยงาน ICE, และการใช้อำนาจที่ถูกมองว่าขัดต่อหลักประชาธิปไตย
อีกด้านหนึ่ง สิ่งที่ทำให้กระแส “No King” น่าสนใจ
คือการรวมตัวของกลุ่มคนที่หลากหลาย
ทั้งนักกิจกรรม กลุ่มแรงงาน นักศึกษา ไปจนถึงประชาชนทั่วไป
ซึ่งสะท้อนว่า นี่ไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวเฉพาะกลุ่ม
แต่เริ่มมีลักษณะเป็น “กระแสสังคม”
ในบางพื้นที่ มีรายงานการปะทะกันเล็กน้อยระหว่างผู้ประท้วงและกลุ่มที่มีความคิดเห็นตรงข้าม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าควบคุมสถานการณ์
ขณะเดียวกัน ในระดับการเมือง
ความขัดแย้งก็เริ่มชัดขึ้นในสภา
โดยเฉพาะการถกเถียงเรื่องงบประมาณและนโยบายด้านความมั่นคง
สิ่งที่น่าสนใจคือ กระแสนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอเมริกา
แต่เริ่มมีการพูดถึงและแสดงออกในบางประเทศในยุโรปและแคนาดา
ในลักษณะของการแสดงจุดยืนเชิงสัญลักษณ์
แม้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า “No King” จะกลายเป็นการเคลื่อนไหวระดับใหญ่ในระยะยาวหรือไม่
แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ
อเมริกากำลังอยู่ในช่วงที่ “เสียงของประชาชน” เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
และครั้งนี้…มันอาจไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว
อ้างอิง: https://www.reuters.com/
https://...https://en.wikipedia.org/wiki/No_Kings_protests
https://www.npr.org/2025/06/14/nx-s1-5432708/no-kings-protests-military-parade
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ความแตกต่างระหว่าง เบียร์ช้าง กับ เบียร์ลีโอ
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
เลขเด็ด "แม่ทำเนียน" งวดสงกรานต์ ส่อง 10 อันดับเลขดังและเลขมงคลลุ้นโชค 16 เม.ย. 69
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
ประเทศหรือเขตปกครองที่ครองแชมป์ "เดินเยอะที่สุด"
เปิด 23 ประเทศ “กินเนื้อวัวมากที่สุดในโลก” อันดับจริงมีใครบ้าง ไทยติดไหม
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
“เจเจ” อดีตภรรยา ขับรถ 300 กม. รับอัฐิ “เหน่ง เหม่งจ๋าย” หลังดราม่ายังไม่จบ
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
"เทมเป้" อาหารโปรตีนสูงจากธัญพืช ซึ่งสามารถกินทดแทนเนื้อสัตว์ได้ !!!
3 ต้นยอดนิยมที่คนไทยนิยมปลูกในบ้าน
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!








