สูตรลับคนฉลาด! เปลี่ยนบ้าน 'เตาอบ' เป็น 'ตู้เย็น' โดยไม่ต้องยอมเป็นหนี้บิลค่าไฟ
เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า
ก๊อกๆๆ... เสียงเรียกเก็บค่าไฟเดือนเมษายนมาเคาะประตูบ้านทีไร หลายคนถึงกับอยากจะย้ายสำมะโนครัวไปอยู่ขั้วโลกเหนือทันที! แม้การเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำจะเป็นความสุขเดียวที่หาได้ในฤดูนี้ แต่บิลค่าไฟที่พุ่งทะยานจนใจสลายก็เป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเราได้เหมือนกัน
หากคุณไม่อยากทนร้อนจนตับแตก และไม่อยากยอมเป็นหนี้บิลค่าไฟ วันนี้ผมมี "วิชาตัวเบา" ฉบับคนฉลาดใช้เงิน ที่จะช่วยให้บ้านคุณเย็นขึ้น แต่ค่าไฟเบาลงมาฝากกัน
กลยุทธ์ "ใช้แอร์" แบบเซียน (เย็นฉ่ำแต่ประหยัดจริง)
การเปิดแอร์ให้ประหยัด ไม่ใช่การเปิดๆ ปิดๆ จนเครื่องพัง แต่คือการบริหารจัดการอุณหภูมิและความชื้นให้ฉลาดครับ
-
สูตรลับ 26-27°C + พัดลมเบอร์ 1: กุญแจสำคัญสู่ความประหยัด
-
หลายคนติดนิสัยเปิดแอร์ 23-24°C เพราะอยากเย็นเร็ว แต่รู้ไหมว่าการขยับอุณหภูมิขึ้นเพียง 1 องศา ช่วยประหยัดไฟได้ถึง 10%! เคล็ดลับคือตั้งแอร์ไว้ที่ 26-27 องศา แล้วเปิดพัดลมช่วยจ่อที่ตัว ลมพัดผ่านผิวจะช่วยให้เรารู้สึกเย็นเท่ากับ 24 องศา แต่บิลค่าไฟลดลงฮวบๆ
-
-
ล้างแอร์ = ล้างหนี้: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
-
แอร์ที่ฝุ่นเกาะเขรอะคือเครื่องสูบเงินตัวจริง เพราะเครื่องต้องทำงานหนักขึ้น 20-30% เพื่อทำความเย็นเท่าเดิม การล้างฟิลเตอร์ด้วยตัวเองทุก 2 สัปดาห์ และเรียกช่างมาล้างใหญ่ทุก 6 เดือน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้ในระยะยาว
-
-
ไล่ความร้อนก่อนกดรีโมท: เปิดทางให้แอร์ทำงานง่ายขึ้น
-
ก่อนเปิดแอร์สัก 15 นาที ให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศร้อนที่สะสมอยู่ในห้องออกไปก่อน แอร์จะได้ไม่ต้องสู้รบกับไอแดดที่ค้างอยู่ในห้องครับ
-
"แต่งบ้าน" แก้เผ็ดแดด (บ้านเย็นถาวรไม่ต้องพึ่งโชค)
การแต่งบ้านไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือ "เกราะป้องกัน" ความร้อนชั้นดีที่จะช่วยลดภาระให้แอร์ของคุณครับ
-
ผ้าม่าน Blackout: ฮีโร่ผู้ปิดกั้นแสงแดด
-
แสงแดดที่ส่องผ่านกระจกเข้ามาคือตัวการทำให้อุณหภูมิพุ่ง ลองเปลี่ยนมาใช้ผ้าม่านแบบกันรังสี UV หรือแบบทึบแสง (Blackout) จะช่วยกั้นความร้อนได้มหาศาล เหมือนบ้านมีฉนวนกันความร้อนส่วนตัว
-
-
สีอ่อนช่วยได้: สะท้อนความร้อนกลับไป
-
ถ้าคิดจะทาสีบ้านใหม่หรือเลือกเฟอร์นิเจอร์ ให้เน้น สีขาว ครีม หรือสีพาสเทล เพราะสีอ่อนจะสะท้อนความร้อนได้ดีกว่าสีเข้มที่ดูดซับแสงแดดไว้ในตัว
-
-
พลังของ "สีเขียว": เติมความเย็นตามธรรมชาติ
-
การปลูกต้นไม้รอบบ้าน หรือวางต้นไม้ฟอกอากาศไว้ริมหน้าต่าง ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่กระบวนการคายน้ำของพืชจะช่วยลดอุณหภูมิรอบบริเวณนั้นให้เย็นลงได้จริง 2-3 องศาเลยทีเดียว
-
Checklist จุกจิกแต่ได้ผลจริง!
อย่าประมาทสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ เพราะมันคือตัวแปรที่ช่วยให้คุณประหยัดไฟได้อีกเยอะ:
-
ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้: ทีวี หรือคอมพิวเตอร์ที่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ แอบคายความร้อนออกมาตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว
-
เช็กขอบยางประตู/หน้าต่าง: ถ้าแอร์รั่วออกทางซอกประตู ก็เหมือนเราเอาเงินโยนทิ้งหน้าบ้าน หาคิ้วกันแมลงหรือแถบยางมาปิดให้สนิทครับ
-
เลี่ยงการใช้ความร้อนในห้องแอร์: การรีดผ้า หรือต้มมาม่าในห้องที่เปิดแอร์อยู่ จะทำให้แอร์ต้องทำงานหนักเป็น 2 เท่าเพื่อสู้กับความร้อนนั้น
การประหยัดไฟไม่ได้หมายถึงการต้องทนร้อนจนหงุดหงิด แต่มันคือการ "ปรับพฤติกรรมนิด แต่งบ้านหน่อย" เพื่อให้เราอยู่สบายที่สุดในราคาที่จ่ายน้อยที่สุด ลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปใช้ดูนะ แล้วคุณจะพบว่า "หน้าร้อนนี้ ค่าไฟไม่น่ากลัวอย่างที่คิด!"
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
จังหวัดในประเทศไทยที่อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิต
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
หนังสือพาสปอร์ตของไทย ได้คะแนนมากแค่ไหนเมื่อเทียบกันในระดับโลก
ต้นไม้3ชนิดที่นิยมปลูกไว้ในบ้าน(เน้นสีเขียวสวย+ดูแลง่าย)



