กลิ่นธูปสาปแช่ง ความลับใต้เรือนปั้นหยา
เสียงหมาหอนรับกันเป็นทอดๆ ดังมาตามลมหนาวที่ผิดแผกไปจากอากาศปกติของเดือนเมษายน 'กวิน' ยืนอยู่หน้าเรือนปั้นหยาเก่าคร่ำคร่าริมน้ำในจังหวัดแพร่ มรดกชิ้นสุดท้ายที่เขาได้รับจากคุณย่าผู้ล่วงลับ ทันทีที่เท้าก้าวข้ามธรณีประตู กลิ่นธูปหอมเย็นชวนขนลุกก็พุ่งเข้าปะทะจมูก ทั้งที่บ้านหลังนี้ถูกปิดตายมานานกว่าสิบปี
“อย่าเปิดประตูห้องใต้บันไดเด็ดขาด” นั่นคือคำสั่งเสียสุดท้ายที่คุณย่ากำชับไว้ด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าก่อนลมหายใจจะหมดลง
แต่ในคืนที่พระจันทร์ทรงกลด กวินกลับได้ยินเสียงขูดฝาผนังดังมาจากห้องนั้น ครืด... ครืด... เสียงเหมือนเล็บแหลมคมกำลังกรีดลงบนไม้ตะเคียนเก่า ความสงสัยบวกกับความกลัวที่ทวีคูณทำให้เขาตัดสินใจคว้ากุญแจสนิมเขรอะขึ้นมา มือที่สั่นระริกไขแม่กุญแจออก... ประตูบานเล็กเปิดออกช้าๆ พร้อมกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงที่แทรกผ่านกลิ่นธูป
ภายในห้องนั้นไม่มีผีหัวขาดหรือซากศพอย่างที่เขาจินตนาการ มีเพียง ‘หุ่นพยนต์’ ขนาดเท่าคนจริง นั่งขัดสมาธิอยู่กลางห้อง รอบตัวหุ่นเต็มไปด้วยสายสิญจน์สีแดงพันระโยงระยางไปทั่วฝาผนัง ที่น่าสยองคือบนใบหน้าของหุ่นตัวนั้นมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับกวินราวกับถอดแบบกันมา และที่หน้าอกของหุ่นมีตะปูสังฆวานรปักทะลุอยู่หนึ่งดอก
“ย่าทำแบบนี้เพื่อแกนะ... กวิน” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหู กวินสะดุ้งสุดตัวแต่เมื่อหันไปกลับไม่พบใคร มีเพียงจดหมายเก่าๆ ฉบับหนึ่งวางอยู่แทบเท้าหุ่น
จดหมายฉบับนั้นระบุถึงตำนาน ‘ตัวตายตัวแทน’ ของตระกูล ทุกๆ สามชั่วอายุคน ลูกชายคนแรกจะต้องสังเวยชีวิตเพื่อต่ออายุขัยให้คนในตระกูลที่เหลือ คุณย่าไม่ได้ขังผีไว้ในห้องนี้ แต่ท่านใช้ศาสตร์มืดขัง ‘ดวงวิญญาณ’ ของกวินไว้ในหุ่นตัวนี้ตั้งแต่เขาเกิด เพื่อหลอกผีเจ้ากรรมนายเวรว่ากวินได้ตายไปแล้วด้วยตะปูที่ปักอกนั้น
จุดพีคเกิดขึ้นเมื่อกวินเผลอเอื้อมมือไปดึงตะปูสังฆวานรดอกนั้นออกด้วยความสงสารหุ่น...
ทันทีที่ตะปูหลุดจากอกหุ่น ร่างของกวินก็ทรุดฮวบลงกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านเข้าที่ขั้วหัวใจเหมือนมีเหล็กแหลมเสียบทลุ เขามองเห็นเงาดำทมิฬรูปร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ที่มุมห้อง เงานั้นขยับเข้ามาหาเขาช้าๆ พร้อมเสียงโซ่ตรวนที่ลากมากับพื้นไม้
"หมดเวลาซ่อนตัวแล้ว... ถึงเวลาไปอยู่ด้วยกัน"
กวินพยายามกระเสือกกระสนหนี แต่ร่างกายกลับขยับไม่ได้ ราวกับเขาได้กลายเป็นไม้แข็งทื่อไปเสียแล้ว ในขณะที่หุ่นพยนต์ตัวนั้นเริ่มขยับนิ้วมือช้าๆ และลุกขึ้นยืนแทนที่เขา ใบหน้าไม้แกะสลักนั้นค่อยๆ เปลี่ยนเป็นผิวหนังมนุษย์ที่มีเลือดฝาด พร้อมรอยยิ้มที่กวินเคยเห็นในกระจกทุกเช้า
เรือนปั้นหยายังคงตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ กวินคนเดิมเดินออกมาจากบ้านด้วยรอยยิ้มสดใส ทักทายเพื่อนบ้านอย่างเป็นมิตร ผิดเพียงอย่างเดียว... เขาไม่มีเงาหัวภายใต้แสงแดดจ้า และในห้องใต้บันไดที่ถูกปิดตายอีกครั้ง มีเสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาดังลอดออกมาทุกคืนวันพระ
คุณเคยรู้สึกไหมว่า... บางครั้งคนที่คุณคุยด้วยอาจไม่ใช่ ‘คนเดิม’ ที่คุณเคยรู้จัก?
หรือคุณเคยเจอเหตุการณ์ลึกลับที่พิสูจน์ไม่ได้ในบ้านเก่าๆ บ้างไหม? ลองคอมเมนต์เล่าเรื่องราวหรือประสบการณ์สยองขวัญของคุณใต้โพสต์นี้ได้เลยครับ ผมรออ่านอยู่! 👇✨
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
สถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/7/69
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
รายได้ 10 สายการบินชั้นนำ
รวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอน
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย



