รู้จักช่องแคบฮอร์มุซ คอขวดพลังงานโลก หากปิด 1 สัปดาห์เกิดอะไรขึ้น
เขียนโดย fgw121
ถ้าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด 1 สัปดาห์ โลกจะเกิดอะไรขึ้น?
คอขวดพลังงานที่อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งทั้งโลก
ถ้าพูดถึงจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในด้านพลังงาน ชื่อของ “ช่องแคบฮอร์มุซ” (Strait of Hormuz) มักถูกพูดถึงเสมอ
เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแค่เส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่ถูกเรียกว่า
“คอขวดพลังงานของโลก”
หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจนต้อง ปิดช่องแคบเพียงไม่กี่วัน หรือเพียง 1 สัปดาห์ ผลกระทบอาจลามไปทั่วทั้งเศรษฐกิจโลก
คำถามคือ… ทำไมพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ถึงสำคัญขนาดนั้น
ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ตรงไหนของโลก
ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่าง
อิหร่าน (Iran) ทางด้านเหนือ และ
โอมาน (Oman) ทางด้านใต้ รวมถึงพื้นที่ใกล้กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates)
ช่องแคบนี้ทำหน้าที่เป็นทางเชื่อมระหว่าง
-
อ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf)
-
อ่าวโอมาน (Gulf of Oman)
-
ก่อนจะออกสู่ มหาสมุทรอินเดีย
แม้จะเป็นทางทะเล แต่พื้นที่ของช่องแคบค่อนข้างแคบ
ความกว้างโดยรวมประมาณ 40 กิโลเมตร
และในความเป็นจริง
ช่องทางเดินเรือที่ใช้ได้จริงมีเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
นั่นหมายความว่า
หากเกิดปัญหาเพียงจุดเดียว เช่น ความขัดแย้งทางทหาร หรืออุบัติเหตุทางทะเล
การเดินเรือทั้งหมดอาจหยุดชะงักทันที
ทำไมช่องแคบฮอร์มุซจึงสำคัญต่อโลก
ช่องแคบแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่พลุกพล่านที่สุดในโลก
โดยเฉลี่ยแล้วมีเรือพาณิชย์ผ่านประมาณ
80 – 100 ลำต่อวัน
ในจำนวนนี้มี เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จำนวนมาก
เรือบางลำมีขนาดมหึมา
ยาวกว่า 300 เมตร และสามารถบรรทุกน้ำมันได้มากกว่า
2 ล้านบาร์เรลต่อเที่ยว
ที่สำคัญคือ ช่องแคบนี้เป็นทางออกหลักของน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตในตะวันออกกลาง เช่น
-
ซาอุดีอาระเบีย
-
อิรัก
-
คูเวต
-
กาตาร์
-
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
น้ำมันจากประเทศเหล่านี้จำนวนมหาศาลต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนถูกส่งต่อไปยังประเทศผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ของโลก เช่น
ข้อมูลจากหน่วยงานด้านพลังงานหลายแห่งประเมินว่า
ประมาณ 20% ของน้ำมันที่โลกใช้ในแต่ละวัน
ต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พื้นที่นี้ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติ
ทำไมมหาอำนาจจึงมีกองเรือประจำอยู่ที่นี่
เนื่องจากความสำคัญทางเศรษฐกิจและพลังงาน
หลายประเทศจึงมีกองกำลังทางเรือคอยดูแลเส้นทางนี้
โดยเฉพาะ สหรัฐอเมริกา (United States) และพันธมิตร
เป้าหมายหลักคือ
-
ป้องกันการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน
-
รักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ
-
ควบคุมไม่ให้เกิดการปิดช่องแคบ
เพราะหากเส้นทางนี้ถูกตัดขาด
ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลกทันที
ถ้าปิดช่องแคบเพียง 1 สัปดาห์ จะเกิดอะไรขึ้น
หากเกิดสถานการณ์ที่ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบหยุดลง แม้เพียงช่วงสั้น ๆ
ผลกระทบจะเกิดขึ้นเป็นลูกโซ่
1. ราคาน้ำมันอาจพุ่งทันที
ตลาดน้ำมันโลกตอบสนองต่อข่าวด้านความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว
หากมีข่าวว่าช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
ราคาน้ำมันอาจพุ่งขึ้นได้ประมาณ
10 – 30% ภายในไม่กี่วัน
เพราะตลาดกังวลว่าปริมาณน้ำมันจะขาดแคลน
2. ประเทศเอเชียจะได้รับผลกระทบก่อน
ประเทศที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง เช่น
จะได้รับผลกระทบเร็วที่สุด
เนื่องจากน้ำมันส่วนใหญ่ของประเทศเหล่านี้ต้องผ่านช่องแคบนี้
3. ราคาสินค้าทั่วโลกมีโอกาสแพงขึ้น
เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ผลกระทบจะขยายไปยัง
-
ค่าขนส่งสินค้า
-
ค่าไฟฟ้า
-
ต้นทุนการผลิต
-
ราคาสินค้าในตลาด
สุดท้ายผู้บริโภคทั่วโลกก็จะเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบ
ช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินเรือธรรมดา แต่มันคือ “ประตูหลักของพลังงานโลก” หากประตูนี้เกิดปัญหา แม้เพียงไม่กี่วัน ก็อาจทำให้ ราคาพลังงานผันผวน และเศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ กลายเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของโลก
อ้างอิงจาก: เรื่องน่ารู้รอบโลก, นานาสาระ
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซน
ประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด







