หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีหั่นหอมใหญ่ไม่ให้แสบตา! พร้อม 4 เคล็ดลับปรุงหอมหัวใหญ่ให้ได้สารอาหารสูงสุด

โพสท์โดย มะม่วงแอปเปิ้ล

หอมหัวใหญ่ (Onion) คือวัตถุดิบสารพัดประโยชน์ที่เป็นหัวใจหลักของหลายเมนู แต่ปัญหาใหญ่ที่แม่บ้านและเชฟต้องเจอคือ "อาการแสบตา" จนน้ำตาไหลพราก รวมถึงความกังวลว่าการปรุงผ่านความร้อนจะทำให้คุณค่าทางสารอาหารหายไปหรือไม่

วันนี้เรามีเคล็ดลับจากนักโภชนาการที่จะช่วยให้คุณหั่นหอมใหญ่ได้อย่างมืออาชีพ พร้อมเทคนิคการกินหอมหัวใหญ่ให้ได้ประโยชน์สูงสุดเพื่อบำรุงหัวใจและหลอดเลือด

ทำไมหั่นหอมใหญ่แล้วร้องไห้?

สาเหตุเกิดจากเมื่อเราใช้มีดหั่นลงบนเนื้อหอมใหญ่ เซลล์จะปลดปล่อยเอนไซม์ออกมาทำปฏิกิริยากับสารซัลไฟด์ จนกลายเป็น "ก๊าซระเหย" ที่เมื่อสัมผัสกับความชื้นในดวงตาจะเปลี่ยนเป็นกรดอ่อนๆ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองนั่นเอง

4 วิธีหั่นหอมใหญ่ไม่ให้แสบตา (ฉบับเห็นผลทันที)

 * แช่เย็นก่อนหั่น 10 นาที: ความเย็นช่วยลดการทำงานของเอนไซม์ ทำให้ก๊าซระเหยตัวช้าลง เป็นวิธีที่แนะนำที่สุดเพราะไม่เสียคุณค่าสารอาหาร

 * ใช้มีดที่คมกริบ: มีดที่คมจะช่วยลดแรงกดทับและการทำลายเซลล์หอมใหญ่ ทำให้ก๊าซฟุ้งกระจายน้อยลงกว่าการใช้มีดทื่อ

 * เหลือส่วนรากไว้หั่นสุดท้าย: บริเวณรากหอมใหญ่มีสารซัลไฟด์เข้มข้นที่สุด การเก็บไว้หั่นทีหลังจะช่วยประวิงเวลาไม่ให้ก๊าซกระจายตัวเร็วเกินไป

 * เลี่ยงการหั่นในน้ำ: แม้จะช่วยลดอาการแสบตาได้ดี แต่จะทำให้วิตามินและสารพฤกษเคมีละลายไปกับน้ำเสียเปล่า

เทคนิคปรุงหอมใหญ่ให้ได้ "สารอาหารคูณสอง"

นักโภชนาการแนะนำว่า หอมหัวใหญ่มีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ ออร์กาโนซัลเฟอร์ และ เคอร์ซิติน ซึ่งมีวิธีการปรุงที่แตกต่างกันเพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด:

 * กฎ 15 นาที (หั่นแล้ววาง): หลังจากหั่นหอมใหญ่เสร็จ อย่าเพิ่งนำลงกระทะทันที ควรวางพักไว้ 10-15 นาที เพื่อให้เอนไซม์ทำปฏิกิริยากับอากาศจนเปลี่ยนเป็นสารบำรุงหลอดเลือดที่สมบูรณ์

 * ผัดน้ำมันดีกว่าต้ม: สารต้านอนุมูลอิสระ (เคอร์ซิติน) มักอยู่ที่ผิวชั้นนอกและละลายได้ดีในไขมัน การผัดด้วยน้ำมันเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีกว่าการต้มทิ้งน้ำ

เลือกหอมแบบไหน? ให้เหมาะกับเมนูของคุณ

 * หอมหัวใหญ่สีเหลือง: มีสารเคอร์ซิตินสูงสุด รสเผ็ดร้อนแต่จะหวานมากเมื่อสุก เหมาะสำหรับ แกง ซุป หรือผัด

 * หอมหัวใหญ่สีม่วง: อุดมด้วยแอนโทไซยานิน ช่วยต้านอนุมูลอิสระและชะลอวัย รสสัมผัสกรอบและสีสวย เหมาะสำหรับ สลัดหรือยำ (กินสดดีที่สุด)

 * หอมหัวใหญ่สีขาว: น้ำเยอะ หวานนำ เผ็ดน้อยที่สุด เหมาะสำหรับคนไม่ชอบกลิ่นฉุน นำไป อบหรือย่าง จะดึงรสหวานธรรมชาติออกมาได้ดีที่สุด

สรุป

การเลือกใช้หอมหัวใหญ่ให้ถูกประเภทและปรุงอย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยขึ้น แต่ยังเป็นเกราะป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจที่ทำได้ง่ายๆ ในครัวคุณเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดภาพ “สิ่งมีชีวิตยักษ์ใต้ทะเลลึก” การค้นพบที่นักวิทยาศาสตร์ยังทึ่งเจาะตัวเลข "อ.พลอยไหม" งวด 16/3/69คอหวยจับตาเลขเรือ “มยุรี นารี” หลังเหตุระทึกช่องแคบฮอร์มุซ5 นิสัยเสียบนโต๊ะอาหาร ที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัวเงินเดือนผู้จัดการ ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเปิดอาณาจักรธุรกิจมหาเศรษฐีหญิง ที่รวยที่สุดในประเทศไทยAI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปีสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/3/69ปลาชนิดแรกของไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวนนิลรัตน์ แมวกายสิทธิ์ในตำนาน กับปริศนาเครื่องราง “ทนสิทธิ์” ที่โลกเกือบลืมส่องเลขเด็ด "สายฟ้าผ่า" สรุปเลขเด่นบน-ล่าง ท้าแรงสะเทือนงวด 16 มี.ค. 69หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่ผลิตไฟฟ้าและส่งขายให้ไทย มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งอิสราเอลบอมบ์สถานทูตเกาหลีเหนือ ในอิหร่านจริงหรือไม่?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
"รู้หรือไม่? สัตว์ชนิดนี้ 'ไม่มีวันตาย' แถมยังกดย้อนวัยตัวเองได้เหมือนในหนัง!"เชียงใหม่ ครองอันดับ 1 จังหวัดที่มีวัดร้างมากที่สุดในไทย4 พฤติกรรม ‘ขี้อวด’ ที่คนรอบตัวเริ่มเอือม หลายคนมีเพื่อนแบบนี้โดยไม่รู้ตัวมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน ที่เราจะซื้อล็อตเตอรี่แล้วถูกรางวัลที่หนึ่ง
ตั้งกระทู้ใหม่