ย้อนรอยวิกฤตการณ์ "น้ำมันแพง" ปี 2522 กลายเป็นชนวนเหตุทำรัฐบาลล้ม
ปัญหาราคาน้ำมันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย เพราะในอดีตวิกฤตพลังงานเคยรุนแรงถึงขั้นส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองอย่างหนัก โดยเฉพาะในสมัยของพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันหลายระลอก จนกลายเป็นที่มาของ "เพลงน้ำมันแพง" บทเพลงอมตะที่สะท้อนภาพความลำบากของประชาชนผ่านอารมณ์ขันแบบหยิกแกมหยอก และสุดท้ายจบลงด้วยการตัดสินใจลาออกของนายกรัฐมนตรีเพื่อยุติความขัดแย้งในสภา
ไทม์ไลน์วิกฤตน้ำมันยุคพลเอก เกรียงศักดิ์
ในช่วงปี พ.ศ. 2522 ถึงต้นปี พ.ศ. 2523 รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างรุนแรง:
ครั้งแรก (13 กรกฎาคม 2522): ปรับขึ้นราคาเฉลี่ยร้อยละ 40-67 โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันก๊าด จนเกิดการอภิปรายอย่างหนักในรัฐสภา นำโดย ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่ชี้ให้เห็นว่าแม้ต้นทุนโลกจะสูงขึ้น แต่รัฐบาลต้องทำให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด
ครั้งที่สอง (9 กุมภาพันธ์ 2523): ปรับขึ้นอีกร้อยละ 24-60 หลังจากที่เพิ่งประกาศขึ้นค่าไฟฟ้าไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ ทำให้เกิดการรวมตัวประท้วงของนักศึกษาและประชาชนหลากหลายอาชีพที่สนามหลวง
แรงบีบเค้นทางเมืองและการลาออก
การปรับราคาน้ำมันส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 50% แม้รัฐบาลจะพยายามชี้แจงถึงความจำเป็นในสภาวะน้ำมันโลกขาดแคลนและพยายามปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพื่อชดเชย แต่กระแสต่อต้านจากทั้งฝ่ายค้านและพรรคร่วมรัฐบาลเองกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ในที่สุด เมื่อเผชิญกับญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่มีกำหนดการในวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2523 พลเอก เกรียงศักดิ์ เมื่อเล็งเห็นว่ารัฐบาลขาดเสียงสนับสนุนเพียงพอ จึงตัดสินใจประกาศ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 เพื่อแสดงความรับผิดชอบ
"น้ำมันแพง" บทเพลงสะท้อนหน้าประวัติศาสตร์
ท่ามกลางความตึงเครียดของบ้านเมือง สรวง สันติ นักร้องและนักแต่งเพลงชื่อดังในยุคนั้น ได้นำเอาวิกฤตน้ำมันที่ขาดแคลนและราคาแพงมาถ่ายทอดผ่านเนื้อเพลงที่สนุกสนานแต่เสียดสีความจริง อย่างเพลง "น้ำมันแพง" ที่มีเนื้อหาพูดถึงการที่คนรักต้องดับไฟคุยกันเพื่อประหยัดน้ำมันก๊าด สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตชาวไร่ชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ "พุ่งแรง" จนกลายเป็นอุปสรรคต่อความรักและการดำเนินชีวิตประจำวัน
หน้าประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. 2522 เป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า พลังงานคือหัวใจหลักของเศรษฐกิจและการเมือง การที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการราคาน้ำมันให้สมดุลกับรายได้ของประชาชน ย่อมนำไปสู่ความไม่พอใจและการเคลื่อนไหวทางสังคม วิกฤตครั้งนั้นไม่เพียงแต่ทิ้งมรดกเป็นบทเพลงที่ยังคงได้ยินถึงทุกวันนี้ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาของการยอมถอยจากอำนาจเมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้สำเร็จ
#น้ำมันแพง #ประวัติศาสตร์ไทย #พลเอกเกรียงศักดิ์ #เพลงน้ำมันแพง #วิกฤตพลังงาน #สรวงสันติ #การเมืองไทย
อ้างอิงจาก: https://www.blockdit.com/posts/618ba6f965c68d05d59c816c
https://www.silpa-mag.com/history/article_84893
https://www.youtube.com/watch?v=vlXSJopJ4oo
https://www.fungjaizine.com/article/guru/psychedelic-rock-101
https://www.bic.moe.go.th/images/stories/article3.pdf
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
เต้าหู้มาจากประเทศอะไร? เผยต้นกำเนิดอาหารยอดนิยมที่หลายคนเข้าใจผิด
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ตีแผ่วิธีฟอกเงินของ "ทุนเทา" ทำไมเงินผิดกฎหมายจึงกลายเป็นเงินสะอาดได้?
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
4 สุดยอดซีรีส์ตำรวจตลอดกาล
คนจีนเจาะหูข้างเดียว แต่ทำไมสนมชาวแมนจูถึงเจาะหลายรู?
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
27 มิถุนายน วันแว่นกันแดดโลก (National Sunglasses Day) เมื่อ "แฟชั่น" กลายเป็นเกราะป้องกันดวงตา
ซดน้ำซุปบ่อยแค่ไหนถึงน่าห่วง ไตทำงานหนักจริงหรือไม่
คุณอยู่ Generation ไหน? เช็กช่วงปีเกิด Baby Boomer, Gen X, Y, Z และ Alpha
10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมัน
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
เบื้องหลังสายตาคู่คมของเจ้าเหมียว เปิด 6 เหตุผลที่น้องแมวพยายามบอกคุณผ่านการจ้องหน้า
ทำไมประตูห้องน้ำสาธารณะต้องเว้นช่องว่างด้านล่าง
ทำไมเข็มขัดนิรภัยดึงแรงแล้วล็อก? กลไกเล็ก ๆ ที่ช่วยชีวิตคนนับล้านบนท้องถนน
หัวนะโม: มรดกแห่งศรัทธาและพุทธคุณแห่งนครศรีธรรมราช

