สื่อผู้ดีประชดแรง! ชี้ ‘ทรัมป์’ ทำตัวเสมือนผู้เลือกผู้นำโลก เหน็บอังกฤษสภาพไม่ต่างเวเนซุเอลา–อิหร่าน
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวหนึ่งจากสื่ออังกฤษ ซึ่งต้องบอกตามตรงว่าอ่านแล้วสะดุดความรู้สึกไม่น้อย เพราะเนื้อหาถูกเขียนด้วยน้ำเสียงประชดประชันอย่างเผ็ดร้อนต่อบทบาทของประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดูเหมือนกำลังวางตัวเองอยู่เหนือการเมืองของหลายประเทศราวกับมีสิทธิ์ชี้ชะตาว่าใครควรขึ้นมาเป็นผู้นำของโลก
รายงานของหนังสือพิมพ์ เอ็กซ์เพรส ระบุอย่างตรงไปตรงมาว่า เวลานี้ทรัมป์ไม่ได้เพียงแค่แสดงท่าทีแทรกแซงการเมืองต่างประเทศ แต่ยังพูดอย่างไม่ปิดบังว่าตน “จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้นำ” ในบางประเทศเสียด้วยซ้ำ
สื่อดังกล่าวยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ถูกกล่าวถึงอย่างเสียดสี ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ เวเนซุเอลา ที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดการจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร เปิดทางให้ เดลซี โรดริเกซ เข้ามารับหน้าที่แทน หรือแม้แต่สถานการณ์ใน อิหร่าน หลังการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ซึ่งทรัมป์ก็แสดงท่าทีราวกับต้องการมีบทบาทในการกำหนดอนาคตผู้นำของประเทศนั้นเช่นกัน
แต่ที่ทำให้สื่ออังกฤษถึงกับต้องเขียนบทความในเชิงเหน็บแนมอย่างเจ็บแสบ ก็คือการที่ชื่อของ สหราชอาณาจักร ถูกลากเข้าไปอยู่ในบริบทเดียวกัน
เอ็กซ์เพรสระบุว่า ทรัมป์ดูเหมือนกำลังหมดความอดทนกับนายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติในระดับรัฐพิธีระหว่างการเยือนอังกฤษเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับเต็มไปด้วยความระหองระแหง โดยเฉพาะในประเด็นนโยบายผู้อพยพและพลังงานที่ทรัมป์ออกมาวิจารณ์อังกฤษอยู่หลายครั้ง
จุดที่ถูกมองว่าเป็นชนวนให้ความสัมพันธ์ยิ่งตึงเครียด คือกรณีที่อังกฤษปฏิเสธไม่อนุญาตให้สหรัฐฯใช้ฐานทัพอากาศในดินแดนของตน ระหว่างปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทรัมป์ถึงกับกล่าวโจมตีผู้นำอังกฤษอย่างตรงไปตรงมาว่า
“คนที่เรากำลังรับมือด้วย ไม่ใช่ วินสตัน เชอร์ชิลล์ เสียหน่อย”
ถ้อยคำสั้นๆ แต่สะท้อนความไม่พอใจอย่างชัดเจน
ในขณะเดียวกัน สื่ออังกฤษยังชี้ให้เห็นว่ามีนักการเมืองอังกฤษคนหนึ่งที่ทรัมป์ยังคงมองว่าเป็น “มิตรทางการเมือง” อยู่ นั่นคือ ไนเจล ฟาราจ แกนนำฝ่ายปฏิรูป ซึ่งเพิ่งมีการพบปะพูดคุยกับทรัมป์ที่รัฐฟลอริดาเมื่อไม่นานมานี้
การพบกันครั้งนั้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ทางการเมืองของรัฐบาลสตาร์เมอร์ดูอึดอัดมากขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากวิกฤตตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนสหรัฐฯ มากน้อยเพียงใดในความขัดแย้งกับอิหร่าน
ประชาชนอังกฤษจำนวนไม่น้อยแสดงความกังวลว่า ประเทศของตนอาจถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนไม่ต้องการเห็นอีกแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความอับอายให้กับรัฐบาลอังกฤษ เมื่อฐานทัพของสหราชอาณาจักรใน ไซปรัส ถูกพันธมิตรของอิหร่านโจมตี แต่กลับกลายเป็น ฝรั่งเศส ที่ส่งเรือเข้ามาช่วยปกป้องพื้นที่ดังกล่าวก่อน
ภาพที่เกิดขึ้นจึงทำให้สื่ออังกฤษตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนว่า บทบาทของอังกฤษในเวทีโลกกำลังอ่อนแรงลงหรือไม่ และเหตุใดผู้นำต่างชาติอย่างทรัมป์จึงดูเหมือนมีอิทธิพลต่อการเมืองภายในของประเทศได้ถึงเพียงนี้
บทความดังกล่าวจึงจบลงด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปเช่นนี้ วันหนึ่งสหราชอาณาจักรอาจถูกมองไม่ต่างจากประเทศที่มหาอำนาจภายนอกสามารถเข้ามาชี้นำผู้นำได้อย่างเปิดเผย
คำถามสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของอังกฤษ
แต่อยู่ที่ว่า อังกฤษจะยังคงกำหนดอนาคตของตัวเองได้มากเพียงใด ในโลกการเมืองที่มหาอำนาจเริ่มก้าวข้ามเส้นอธิปไตยของกันและกันมากขึ้นทุกวัน
(ที่มา: เอ็กซ์เพรส)
จังหวัดเดียวในไทย ที่ไม่มีภูเขาเลยแม้แต่ลูกเดียว
10 จังหวัดที่ “อากาศร้อนที่สุดในไทย” ร้อนจนอยู่ยากแค่ไหน
จังหวัดไหน “ร้อนนานที่สุดในไทย” ไม่ใช่แค่ร้อนแรง แต่ร้อนยาวทั้งปี
จังหวัดเดียวในไทย ที่ ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมเลยแม้แต่แห่งเดียว
10 อาชีพที่ AI กำลังแทนที่เร็วที่สุดในไทย (มีของคุณไหม)
ผู้ที่มี EQ ต่ำ มักชอบใช้ภาพพื้นหลัง 8 แบบนี้
ส่อง "OK ลอตเตอรี่" 10 เลขฮิตงวดวันที่ 1 เมษายน 2569
จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดในไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 เม.ย. 69 จากสถิติย้อนหลัง 20 ปี
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/4/69
รถไฟฟ้าไทยในตำนาน ที่สร้างไม่เสร็จและไม่มีโอกาสได้เปิดใช้งานจริง
3 จังหวัดอีสานที่ “เจริญที่สุด” ใครขึ้นเบอร์ 1 คนส่วนใหญ่เดาผิด
“Affiliate Marketing” หาเงินแบบไม่ต้องมีของขายเอง!
เขตที่มีพื้นที่ทุ่งนามากที่สุด อันดับหนึ่งของเมืองกรุงเทพมหานคร



