“โค้ชส้ม” ขอจบทุกประเด็นกับ “น้ำหวาน–นาวินต้าร์” ยอมรับกลัวคำพูดตัวเอง
ดราม่าคลาย! “โค้ชส้ม” ขอจบทุกประเด็นกับ “น้ำหวาน–นาวินต้าร์” ยอมรับกลัวคำพูดตัวเอง ลั่นเป็นคนบ้านๆ พูดตรงเกินไป
กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสเมาท์สนั่นในโลกออนไลน์ช่วงที่ผ่านมา เมื่อชื่อของ “โค้ชส้ม” ถูกโยงเข้ากับประเด็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ไฮโซน้ำหวาน และนักแสดงหนุ่ม นาวินต้าร์ จนเกิดการตีความและวิพากษ์วิจารณ์ในหลายมุม
ล่าสุด “โค้ชส้ม” ออกมาเปิดใจแบบตรงไปตรงมา พร้อมประกาศชัดว่า อยากจบทุกเรื่องตรงนี้ เพราะยอมรับว่าตัวเองเริ่ม “กลัวคำพูดของตัวเอง” หลังเคยเผลอพูดบางอย่างที่ดูเสียมารยาทไปก่อนหน้านี้
“ฉันยินดีรับฟัง แต่ไม่ยินดีพูดแล้ว”
โค้ชส้มยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า จากนี้ไปเธอพร้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกคน แต่ขอไม่พูดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นข่าวอีกแล้ว
เธอกล่าวว่าเคยให้ข้อมูลและชี้แจงกับสำนักข่าวไปแล้ว และรู้สึกว่าหน้าที่ของตัวเองจบตั้งแต่วันที่ไปสอนงานในวันนั้น
“เรื่องข่าวขอจบนะคะ เพราะหนูจบหน้าที่ตั้งแต่วันที่ไปสอนแล้ว ไม่อยากพูดอะไรตรงนี้อีก หนูกลัว… ครั้งที่แล้วหนูพูดแล้วเหมือนเสียมารยาท เลยรู้สึกผิด ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก”
คำพูดสั้นๆ แต่สะท้อนความรู้สึกของคนที่กำลังระมัดระวังตัวเองมากขึ้น หลังเจอกระแสดราม่าบนโลกโซเชียล
เคลียร์ชัด! ไม่ได้ขอเบอร์ ไม่ได้นั่งใกล้
หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือเรื่องพฤติกรรมระหว่างอยู่ในงาน ซึ่งโค้ชส้มรีบอธิบายให้ชัดเจนว่า
เธอ ไม่ได้ขอเบอร์ใคร ไม่ได้นั่งใกล้ใคร และไม่ได้ทำอะไรเกินเลย
“หนูนั่งตรงข้ามกัน ไม่ได้ไปขอเบอร์เขา ไม่ได้ไปนั่งใกล้เขาเลย”
เธอยอมรับเพียงอย่างเดียวว่า ตอนนั้นรู้สึก “ใจเต้น” เพราะภูมิใจที่ได้มีโอกาสไปนั่งอยู่ในสถานที่แบบนั้น
“หนูเป็นเด็กบ้านๆ ที่ตั้งใจขายของ แล้ววันหนึ่งได้เปิดบริษัทรับไลฟ์สด มันเลยภูมิใจที่ได้ไปนั่งตรงนั้น”
หลังจบงาน เธอก็กลับบ้านทันที พร้อมย้ำว่าไม่ได้ไปคนเดียว เพราะมีทีมงานไปด้วย
ดราม่าชุดเซ็กซี่? เจ้าตัวตอบตรง
อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือสไตล์การแต่งตัวที่ดูเซ็กซี่ขึ้น ซึ่งโค้ชส้มก็ไม่หลบคำถาม
เธอยอมรับว่า เพิ่งลดน้ำหนักลง จึงอยากแต่งตัวโชว์หุ่นมากขึ้น
“สมัยก่อนหนูตัวใหญ่ พอผอมลงก็อยากแต่งตัวแบบนี้บ้าง มันเป็นไลฟ์สไตล์ของหนู ถ้าใครรับได้ก็ยินดีมาก”
คำตอบที่ตรงไปตรงมานี้ ทำให้หลายคนมองเห็นอีกด้านหนึ่งของเธอในฐานะคนธรรมดาที่กำลังภูมิใจกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
มุมสะท้อนของโลกโซเชียล: คำพูดเพียงประโยคเดียว อาจกลายเป็นดราม่า
กรณีของโค้ชส้มสะท้อนปรากฏการณ์สำคัญของยุคโซเชียลได้อย่างชัดเจน
บางครั้ง คำพูดเพียงประโยคเดียว ที่ตั้งใจพูดแบบบ้านๆ ตรงๆ
อาจถูกตีความแตกต่างออกไปจนกลายเป็นดราม่าใหญ่
โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับคนดัง หรือบุคคลสาธารณะ
สิ่งที่เจ้าตัวเรียนรู้จากเหตุการณ์นี้คือ
การระวังคำพูดมากขึ้น
เพราะบางคำอาจถูกขยายเสียงในโลกออนไลน์มากกว่าที่เราคิด
ดราม่าอาจจบได้ ถ้าเราเรียนรู้จากมัน
เหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นอีกบทเรียนหนึ่งของคนในโลกออนไลน์
บางครั้งเรื่องราวเล็กๆ อาจกลายเป็นกระแสใหญ่
แต่สิ่งสำคัญคือ การยอมรับ เรียนรู้ และเดินหน้าต่อ
-
โลกโซเชียลขยายทุกคำพูดได้มากกว่าที่คิด
-
ความจริงใจและการยอมรับความผิดพลาด คือทางออกของดราม่า
-
คนธรรมดาที่ประสบความสำเร็จ ย่อมต้องเจอกระแสวิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดา
สุดท้ายแล้ว เรื่องราวของ “โค้ชส้ม” อาจไม่ได้เป็นแค่ข่าวบันเทิงชั่วคราว
แต่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของ บทเรียนชีวิตในยุคโซเชียล
ที่เตือนเราทุกคนว่า
บางครั้ง “คำพูดเพียงไม่กี่คำ”
ก็สามารถสร้างทั้งกำลังใจ และพายุดราม่าได้ในเวลาเดียวกัน.
เขียนโดย Kritojo
สไตล์การเขียน สนุก มีจังหวะ แต่ยังคงสาระและมุมคิดให้คนอ่าน
เปลี่ยนข่าวธรรมดา ให้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์แบบไม่ตกยุค
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
One day trip หนีกรุงไปดูวัดเก่าแก่ในอดีตที่ปัจจุบันจมอยู่ใต้น้ำ
รายได้จากการชกมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
ก่อนยุคโทรศัพท์มือถือ คนไทยส่งข่าวสำคัญถึงกันอย่างไร
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?












