ภรรยา กับ ภริยา ต่างกันอย่างไร ความหมายจริงในภาษาไทย
เขียนโดย davin
แม้จะเป็นคำที่คุ้นหูและใช้กันในชีวิตประจำวัน แต่หลายคนยังคงมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าคำว่า "ภรรยา" และ "ภริยา" มีการแบ่งระดับการใช้ตามฐานันดรศักดิ์หรือตำแหน่งหน้าที่ของสามี โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่าคำหนึ่งต้องใช้กับบุคคลทั่วไป ส่วนอีกคำสงวนไว้ใช้กับบุคคลชั้นสูง ซึ่งราชบัณฑิตยสถานได้ให้คำอธิบายตามหลักภาษาศาสตร์เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องดังนี้
ความหมายที่เหมือนกันทุกประการ
ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ทั้งคำว่า "ภรรยา" และ "ภริยา" ต่างมีสถานะเป็นคำนามที่มีความหมายเดียวกันอย่างสมบูรณ์ นั่นคือหมายถึง "เมีย" หรือหญิงที่เป็นคู่ครองของชายคู่กับสามี ในเชิงนิยามจึงไม่มีการแบ่งแยกความสำคัญหรือระดับชั้นของบุคคลแต่ อย่างใด
รากศัพท์คือจุดต่างเพียงหนึ่งเดียว
สิ่งที่ทำให้สองคำนี้มีความแตกต่างกันไม่ใช่เรื่องของระดับฐานะ แต่เป็นเรื่องของที่มาทางภาษา โดยมีรายละเอียดดังนี้:
ความเข้าใจผิดที่ว่าคำว่า "ภริยา" ต้องใช้กับภรรยาของบุคคลระดับสูงหรือผู้มีอำนาจนั้น เป็นเพียงความนิยมในการใช้ภาษาตามบริบทสังคมที่สร้างภาพจำขึ้นมาเอง แต่ในทางวิชาการและตามหลักพจนานุกรมแล้ว ทั้งสองคำมีความเสมอภาคกันในด้านความหมาย
บทสรุปของหลักการใช้คำทั้งสองนี้คือ สามารถเลือกใช้คำใดก็ได้ตามความเหมาะสมของงานเขียนหรือความนิยมในแต่ละบริบท โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการแบ่งแยกชนชั้นของคู่สมรส เพราะทั้งภรรยาและภริยาต่างทำหน้าที่ระบุถึงสถานะหญิงผู้เป็นคู่ครองของชายอย่างถูกต้องตามหลักภาษาไทยเหมือนกันทั้งสิ้น

หากสังเกตให้ดี คำว่า “ภรรยา” และ “ภริยา” ไม่ใช่คำคู่เดียวในภาษาไทยที่มีความหมายเหมือนกันแต่มีที่มาจากคนละภาษา ภาษาไทยจำนวนมากรับอิทธิพลจาก ภาษาบาลีและภาษาสันสกฤต ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้ในศาสนา วรรณคดี และเอกสารทางราชการมาตั้งแต่สมัยโบราณ
เมื่อคำเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในภาษาไทย บางครั้งจึงเกิดคำที่มีความหมายเหมือนกัน แต่สะกดต่างกัน หรือมีที่มาต่างกัน ตัวอย่างเช่น
-
ปัญญา – ปัญญา (รูปบาลี/สันสกฤตที่ปรับเสียง)
-
ภาวนา – ภาวนา
-
สตรี – หญิง
ในกรณีของคำว่า “ภริยา” นักภาษาศาสตร์มองว่าเป็นคำที่คงรูปแบบจากภาษาบาลีไว้ค่อนข้างมาก จึงให้ความรู้สึก เป็นทางการหรือเป็นภาษาเขียน มากกว่า ส่วนคำว่า “ภรรยา” เป็นรูปที่ถูกปรับเสียงให้เข้ากับการใช้ในภาษาไทยมากขึ้น จึงพบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ ในภาษาไทยยังมีคำที่ใช้เรียกคู่ครองของชายอีกหลายคำ ซึ่งสะท้อนบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เช่น
-
เมีย – คำพื้นฐาน ใช้ในภาษาพูดทั่วไป
-
ภรรยา / ภริยา – ใช้ในภาษาเขียนหรือบริบทสุภาพ
-
คู่สมรส – ใช้ในเอกสารทางกฎหมาย
-
ชายา – มักใช้ในวรรณคดีหรือบริบทเกี่ยวกับราชสำนัก
จะเห็นได้ว่า คำที่มีความหมายใกล้เคียงกันเหล่านี้ไม่ได้ถูกแบ่งตามชนชั้นของบุคคล แต่ถูกเลือกใช้ตาม ระดับภาษา บริบท และความเหมาะสมของสถานการณ์
สุดท้ายแล้ว เรื่องเล็ก ๆ อย่างคำว่า “ภรรยา” กับ “ภริยา” ก็สะท้อนให้เห็นสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจของภาษาไทย นั่นคือ ภาษาไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือสื่อสารเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเปลี่ยนแปลงของสังคมอีกด้วย
ลองสังเกตดูในชีวิตประจำวันก็ได้ครับ…
ครั้งต่อไปเมื่อเห็นสองคำนี้ในข่าว ในหนังสือ หรือในเอกสารราชการ คุณอาจจะเริ่มมองเห็นความแตกต่างเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในภาษาไทยมากขึ้นก็เป็นได้.
#ภรรยา #ภริยา #เกร็ดภาษาไทย #ราชบัณฑิตยสถาน #คำศัพท์น่ารู้ #ความรู้ภาษาไทย #การใช้ภาษาไทย
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/share/p/1E3rYxhwGs/
http://legacy.orst.go.th/?knowledges
เขียนโดย davin
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
เปิดเลขเด่นตำราท้าวเวสสุวรรณ...16 เมษายน 2569
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
วิเคราะห์เลขตารางทักษาอาจาร์ออร่า งวดวันที่ 16 เมษายน 2569
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด






