ทำไมบางคนปลูกอะไรก็งาม ความเชื่อ “มือเย็น” ของคนโบราณ

เมื่อครู่นี้ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับคำพูดที่ผู้เฒ่าผู้แก่ในสมัยก่อนมักพูดกันอยู่เสมอว่า บางคนเป็น “คนมือร้อน” ปลูกผักปลูกต้นไม้อะไรก็มักไม่ค่อยขึ้น แต่บางคนกลับถูกเรียกว่า “คนมือเย็น” ไม่ว่าจะปลูกอะไรก็ดูจะงอกงาม เขียวสด เติบโตดี จนหลายบ้านถึงกับเชื่อกันว่า หากอยากให้ต้นไม้รอด ควรให้คนที่มี “มือเย็น” เป็นคนลงมือปลูกตั้งแต่แรก
คำพูดลักษณะนี้อาจฟังดูเหมือนเป็นเพียงความเชื่อแบบชาวบ้านที่เล่าต่อกันมารุ่นสู่รุ่น แต่หากลองพิจารณาให้ลึกลงไป จะพบว่ามีทั้งมุมของความเชื่อแบบไทย ๆ และเหตุผลในทางวิทยาศาสตร์ที่พอจะอธิบายเรื่องนี้ได้
ในวิถีชีวิตของคนสมัยก่อน ที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ ผู้คนมักสังเกตสิ่งรอบตัวอย่างละเอียด หากพบว่าใครปลูกต้นไม้แล้วเติบโตดีอยู่เสมอ ก็มักจะพูดกันติดปากว่าเป็น “คนมือเย็น” เพราะดูเหมือนว่าพืชพรรณจะเจริญงอกงามทุกครั้งที่ลงมือปลูก ส่วนคนที่ปลูกเท่าไรก็ไม่ค่อยรอด ต้นไม้เหี่ยวเฉา หรือโตช้า ก็มักจะถูกเรียกว่า “คนมือร้อน”
ในมุมของความเชื่อแบบไทย ๆ คนโบราณมักโยงเรื่องนี้เข้ากับนิสัยใจคอของคนเป็นสำคัญ เพราะเชื่อว่าคนที่ใจเย็น สุขุม และมีความละเอียดอ่อน มักจะดูแลต้นไม้ด้วยความใส่ใจ คอยสังเกตว่าเมื่อใดควรรดน้ำ เมื่อใดควรย้ายที่ปลูก หรือควรบำรุงดินอย่างไร ต้นไม้จึงได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและเติบโตได้ดี จนถูกเรียกว่าเป็นคน “มือเย็น”
ในทางกลับกัน คนที่ใจร้อนหรือทำอะไรรีบเร่ง บางครั้งอาจปลูกต้นไม้แบบไม่ค่อยสังเกต รดน้ำมากเกินไปบ้าง น้อยเกินไปบ้าง หรือปลูกในที่ที่แดดจัดเกินไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อผลออกมาไม่ดี คนสมัยก่อนจึงเรียกกันง่าย ๆ ว่าเป็น “คนมือร้อน”
หากมองในมุมของวิทยาศาสตร์แล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับอุณหภูมิของมือจริง ๆ แต่อย่างใด นักวิชาการด้านการเกษตรอธิบายว่า การที่ต้นไม้จะเติบโตได้ดีนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดของดิน ปริมาณน้ำ แสงแดด อุณหภูมิ และการดูแลอย่างสม่ำเสมอ คนที่ปลูกต้นไม้บ่อย ๆ จึงมักจะมีประสบการณ์มากขึ้นโดยธรรมชาติ รู้ว่าพืชชนิดไหนชอบแดดมากหรือแดดน้อย รดน้ำมากเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น หรือดินแบบใดเหมาะกับพืชแต่ละชนิด
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความสม่ำเสมอในการดูแล คนที่ปลูกต้นไม้ได้ดีมักจะหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ใบเริ่มเหลือง ดินเริ่มแห้ง หรือมีแมลงมารบกวน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้ทั้งความอดทนและความเอาใจใส่ คนที่มีลักษณะนิสัยใจเย็นจึงมักทำสิ่งเหล่านี้ได้ดีกว่าโดยธรรมชาติ
เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์เหล่านี้จึงกลายเป็นคำอธิบายแบบง่าย ๆ ในภาษาชาวบ้านเรียกว่า คนที่ปลูกอะไรก็งามคือ “คนมือเย็น” ส่วนคนที่ปลูกแล้วไม่ค่อยขึ้นก็ถูกเรียกว่า “คนมือร้อน” แม้จะฟังดูเหมือนเป็นเรื่องลี้ลับ แต่แท้จริงแล้วก็สะท้อนถึงพฤติกรรมและวิธีดูแลต้นไม้ของแต่ละคนมากกว่า
เรื่องเล็ก ๆ อย่างคำว่า “มือร้อนมือเย็น” จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของภูมิปัญญาคนโบราณที่เกิดจากการสังเกตธรรมชาติรอบตัว แม้จะไม่ได้อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจนในสมัยนั้น แต่เมื่อมองย้อนกลับมาด้วยความรู้ในปัจจุบัน ก็จะเห็นได้ว่าหลายความเชื่อของคนรุ่นก่อน ล้วนมีเหตุผลและประสบการณ์ชีวิตซ่อนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว.
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
Google Earth เช็กได้ไหมว่าบ้านเราอยู่ในแอ่ง? ดู Elevation Profile ได้ แต่ห้ามใช้แทนแผนที่น้ำท่วม
ไขความลับยีราฟ: ทำไมลิ้นต้องยาวครึ่งเมตรและมีสีน้ำเงินเข้ม?
ไขปริศนาใกล้ตัว: รูเล็กๆ บนขาปลั๊กไฟ มีไว้ทำไมและช่วยอะไรได้บ้าง
กรุงเทพฯ เคยน้ำท่วมนาน 4 เดือน! ย้อนรอยมหาอุทกภัยปี 2526
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 1 ตุลาคม 69
ไม่ใช่แค่ภาพการเกษตรธรรมดา! เปิดลายแทงของดีเมืองนนท์ ตีเลขหน้าสลากฯ งวด 1 ตุลาคมนี้
รางวัลที่ 1 เลขไหนที่ไม่ค่อยโผล่มา? ดูสถิติ 478 งวดแล้วจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่ถูกสักที
ปฏิทินคำชะโนด 1 ต.ค. 69 เลข 56-08-69 เปิดอีกชั้น 95 จากวันออกรางวัล
เทียบ 5 สำนักงวด 1 ต.ค. 69 เลขไหนซ้ำกัน? 3-5-8 โผล่หลายโพย
โอกาส 1 ในล้านที่จะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มันยากขนาดไหนกัน?
ปฏิทินจีน 1 ต.ค. 69 เลข 2-7-8-0-3 โผล่ในปฏิทินครอบครัวข่าว 3
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 ตุลาคม ย้อนหลัง 5 ปี
รถยนต์แบรนด์สัญชาติไทย รุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตลอดกาล

