เดินทางทีไร หลับทุกที ต้องทำยังไง เมื่อความง่วงจู่โจมให้คอพับโดยไม่รู้ตัว
สมองเข้าสู่สภาวะ “พักผ่อน” โดยอัตโนมัติ ขณะที่ “แรงสั่นสะเทือน” แบบซ้ำ ๆ บนพาหนะแต่ละชนิด อย่างเช่น การสั่นของรถ ความราบเรียบของรถไฟ หรือการลอยตัวเบา ๆ ของเครื่องบิน ส่งผลต่อระบบสมดุลในหู (Vestibular System) ทำให้ร่างกายเกิดความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนกำลังถูกกล่อมให้หลับ การที่สมองไม่ต้องตื่นตัวนัก จึงลดระดับความระแวดระวังลง จนทำให้สมองถือโอกาสชาร์จแบต ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่อาจชวนให้หลับ และวงจรชีวภาพจากการพักผ่อนไม่เพียงพอก่อนเดินทาง
ทำยังไงให้ไม่ต้องเผลอหลับ จะได้ไม่พลาด เรื่องราวดีดี “ระหว่างทาง”
1.กระตุกสมองให้ต้องมีเรื่องคิด อย่างเช่น ฟังพอดแคสต์ที่มีเนื้อหาน่าสนใจ อย่างเรื่องสืบสวน หรือประวัติศาสตร์ บางคนเป็นสายหนัง สามารถดูหนังหรือซีรีส์ที่มีเนื้อหาตื่นเต้นไม่ชวนหลับได้ และหากเดินทางกับคนรู้จัก ให้คุยเล่นบ่อย ๆ ก่อนที่ความง่วงจะโจมตี หรือจะแชตกับเพื่อนผ่านโซเชียลก็ช่วยได้เช่นกัน
2.สะบัดอวัยวะ ให้ขยับสะบัดร่างกายบ่อย ๆ ยืดเส้นยืดสาย เพราะการเคลื่อนไหวช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและลดอาการง่วงได้ หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอมรสเปรี้ยว ก็เป็นเทคนิคการกระตุ้นประสาทสัมผัสให้ตื่นตัวมากขึ้น เพื่อรักษาน้ำหนักของเปลือกตาไม่ให้ปิดลงมาง่ายเกินไป
3.เติมร่างกายให้พร้อมอย่างมีแบบแผน การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่างเช่น กาแฟ หรือชาเขียว เติมความสดชื่นสักหน่อย แต่ต้องใช้อย่าง “คนมีแผน” คือ ดื่มในปริมาณพอเหมาะ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะจะทำให้พลังงานตกภายหลัง หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก เพราะ “หนังท้องตึง หนังตาหย่อน” การย่อยอาหารมาก ๆ จะทำให้รู้สึกง่วง ให้เลี่ยงอาหารจำพวกแป้งหนัก เลือกของว่างที่เบาและมีโปรตีนจะดีกว่า ดื่มน้ำเป็นระยะให้เพียงพอ เพื่อเลี่ยงภาวะขาดน้ำที่ทำให้ร่างอ่อนล้า
4.ลองควบคุมสภาพแวดล้อมรอบตัว “แสง” มีผลต่อนาฬิกาชีวิต ในการเดินทางที่เป็นช่วงกลางวัน การควบคุมแสงจึงช่วยให้ไม่ง่วงได้ อย่างเช่น แง้มม่านระหว่างเดินทางให้แสงธรรมชาติช่วยกดฮอร์โมนเมลาโทนินที่ควบคุมวงจรการนอนและตื่น หรือลองใช้หน้าจอมือถือในการกระตุ้นสายตาเป็นระยะ หากเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถใช้ “เสียง” ในการปลุกโสตประสาทได้ อย่างเช่น เปิดเพลงจังหวะเร็ว จะร็อก หรือหมอลำซิ่งก็ได้ เอาที่บีตมัน ๆ ไว้ก่อน
5.ก่อนเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ การเตรียมตัวก่อนเดินทางให้ดี พยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงก่อนวันเดินทาง และอย่ามั่นใจเกินไปว่าไม่จำเป็นต้องนอนเยอะ เพราะฉันสามารถ “เบิกตา” ได้ตลอดการเดินทาง เพราะร่างกายภายในอาจไม่ได้คิดเช่นนั้น ก่อนเดินทาง ลองทบทวนเป้าหมายให้ชัดว่า ทำไมเราถึงออกเดินทางในครั้งนี้ เมื่อรู้ชัด ก็จะมีแรงจูงใจมากขึ้น เนื่องจากการมีเป้าหมายในใจช่วยให้ต้านความง่วงได้ดีขึ้น
อ้างอิงจาก: https://adaymagazine.com/why-we-get-sleepy-while-traveling/
https://www.tqm.co.th/articles/หมีรักรถ/นั่งรถนานๆ ยังไงให้ไม่เมื่อย
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
ย้อนดูคณะยอดฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2569 ยังรุ่ง หรือบางคณะเริ่มร่วงแล้ว?
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
เจาะลึกนวัตกรรม ISB: โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในไทยปี 2026
“กลอรี่ โฮล”(Glory Hole) ประตูระบายน้ำสุดพิศวงใจกลางแคลิฟอร์เนีย
ระวังสนิมกินทั้งคัน! "รูจิ๋วใต้ขอบประตูรถ" มีไว้ทำไม? เรื่องเล็กที่คนรักรถมองข้าม จนต้องเสียเงินซ่อมหลักหมื่นแบบไม่รู้ตัว!
ย้อนรอยเมนูเด็ดรุ่นปู่ย่า! 4 วิธีกิน "ข้าวสวย" คู่กับผลไม้และน้ำมันหมู เรื่องแปลกที่อร่อยจริง






