Vitaran I คืออะไร? เจาะลึก Skin Booster ระดับพรีเมียม ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์
Vitaran I คืออะไร? เจาะลึก Skin Booster ระดับพรีเมียม ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับเซลล์
ในยุคที่เทรนด์งานผิวมาแรงอย่างต่อเนื่อง หลายคนเริ่มมองหาวิธีฟื้นฟูผิวที่ไม่ใช่เพียงแค่การเติมเต็มชั่วคราว แต่เป็นการ “ซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงจากภายใน” หนึ่งในโปรแกรมที่ถูกพูดถึงมากในกลุ่มแพทย์ผิวหนังและคลินิกความงาม คือ Vitaran I สกินบูสเตอร์กลุ่ม Polynucleotide (PN) ที่เน้นการฟื้นฟูผิวในระดับเซลล์
Vitaran I เป็นผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลีใต้ ได้รับการรับรองเป็นเครื่องมือแพทย์ระดับ Class IV จากหน่วยงานกำกับดูแลของเกาหลี (KFDA) และผลิตภายใต้มาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตระดับสากลในอุตสาหกรรมการแพทย์ จึงมั่นใจได้ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความบริสุทธิ์ของสารสำคัญ
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก Vitaran I แบบละเอียด ตั้งแต่ส่วนประกอบ กลไกการทำงาน จุดเด่น ความแตกต่างจาก PN ชนิดอื่น ไปจนถึงคำแนะนำก่อน–หลังทำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ส่วนประกอบสำคัญของ Vitaran I: พลังของ Polynucleotide (PN) 2%
หัวใจหลักของ Vitaran I คือ Polynucleotide (PN) ความเข้มข้น 2% หรือ 20 mg ต่อหลอด ซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลที่มีบทบาทสำคัญต่อการซ่อมแซมและฟื้นฟูเซลล์ผิว
Polynucleotide (PN) คืออะไร?
Polynucleotide คือโมเลกุลที่ประกอบด้วยสายของนิวคลีโอไทด์หลายหน่วยเชื่อมต่อกัน เป็นองค์ประกอบสำคัญของ DNA ในร่างกาย มักถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ผิวหนังเพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ (Cell Repair) และเสริมสร้างโครงสร้างผิวใหม่
โดยทั่วไป PN ที่ใช้ในทางการแพทย์จะสกัดจากปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์ เนื่องจากมีโครงสร้างใกล้เคียงกับ DNA ของมนุษย์ ทำให้ร่างกายสามารถยอมรับได้ดีและกระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของแหล่งที่มาใน Vitaran I
Vitaran I เลือกใช้ PN จากปลาเทราต์ที่เพาะเลี้ยงในระบบปิด (Land-based aquaculture) ภายใต้การควบคุมของผู้ผลิต ทำให้สามารถ:
-
ควบคุมคุณภาพการเลี้ยงดูและอาหารได้อย่างใกล้ชิด
-
ตรวจคัดกรองโรคอย่างเป็นระบบทุกขั้นตอน
-
ลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสิ่งแวดล้อม
-
ตรวจสอบย้อนกลับได้
นอกจากนี้ยังมีระดับความบริสุทธิ์สูงมาก โดยมีค่า
-
โปรตีน (Protein) < 0.2 wt
-
RNA < 0.8 wt
ซึ่งสะท้อนถึงความบริสุทธิ์ของ PN และลดโอกาสการระคายเคือง
เทคโนโลยี MoT: ควบคุมน้ำหนักโมเลกุลเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
Vitaran I ใช้เทคโนโลยี High Technology MoT (Molecular Weight Optimal Technology) ในการควบคุมน้ำหนักโมเลกุลให้อยู่ในช่วง 390–1300 kDa ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์ PN ทั่วไปในตลาดที่มักอยู่ในช่วง 200–800 kDa
ทำไมน้ำหนักโมเลกุลจึงสำคัญ?
น้ำหนักโมเลกุลที่เหมาะสมช่วยให้ PN:
-
คงตัวใต้ชั้นผิวได้นานขึ้น
-
ทำหน้าที่เป็น 3D Scaffold หรือโครงสร้างสามมิติ
-
รองรับการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
-
เสริมความแข็งแรงของชั้นผิวแท้
ผลลัพธ์คือผิวที่แน่นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และฟื้นฟูได้ลึกกว่าการบำรุงผิวทั่วไป
Pain Control Innovation: ลดความเจ็บระหว่างทำ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Vitaran I คือการใช้เทคโนโลยี Pain Control Innovation ที่ช่วยลดความเจ็บจากการฉีด โดยช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของ micro-osmotic pressure หลังฉีด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการแสบหรือไม่สบายผิว
แม้จะเป็นหัตถการที่มีการใช้เข็ม แต่สามารถทายาชาก่อนทำได้ และโดยทั่วไปผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย
Pain Control Innovation: ลดความเจ็บระหว่างทำ
อีกหนึ่งจุดเด่นของ Vitaran I คือการใช้เทคโนโลยี Pain Control Innovation ที่ช่วยลดความเจ็บจากการฉีด โดยช่วยลดการเปลี่ยนแปลงของ micro-osmotic pressure หลังฉีด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการแสบหรือไม่สบายผิว
แม้จะเป็นหัตถการที่มีการใช้เข็ม แต่สามารถทายาชาก่อนทำได้ และโดยทั่วไปผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย
Vitaran I ทำงานกับผิวอย่างไร?
Vitaran I ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาผิวพื้นฐาน 4 ประการ ได้แก่ การอักเสบ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ความหมองคล้ำ และโครงสร้างผิวที่อ่อนแอ
1. ลดผิวแดงและการอักเสบ (Redness & Inflammation)
PN มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ช่วยลดการตอบสนองที่มากเกินไปของผิว เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ทำให้ผิวแข็งแรงและทนต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายหรือมีรอยแดงจากสิว
2. ลดรอยดำและ PIH (Post-Inflammatory Hyperpigmentation)
PN ช่วยซ่อมแซม DNA ในระดับเซลล์ ลดความเสียหายสะสม และช่วยลดการสร้างเม็ดสีผิดปกติ จึงช่วยให้รอยดำจากสิวหรือการอักเสบจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
3. ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ด้วยการกระตุ้น Skin Turnover และส่งเสริม Microcirculation ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารดีขึ้น ผิวจึงดูสดใส เปล่งปลั่ง และสีผิวเรียบเนียนขึ้น
4. เพิ่มความเรียบเนียนและความหนาแน่นผิว (Skin Density)
Vitaran I กระตุ้นการสร้าง Extracellular Matrix ซึ่งประกอบด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน ส่งผลให้ผิวแน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง และพื้นผิวเรียบละเอียด
Vitaran I ทำบริเวณไหนได้บ้าง?
สามารถทำได้หลายบริเวณ เช่น:
-
ทั่วหน้า (Full Face)
-
รอบดวงตา
-
ลำคอ
-
หลังมือ
เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความหนาแน่นของผิวโดยรวม
Vitaran I เหมาะกับใคร?
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวในระดับลึก เช่น
-
ผิวแห้ง ขาดน้ำ หมองคล้ำ
-
มีริ้วรอยเล็ก ๆ ระยะเริ่มต้น
-
มีรอยดำ รอยแดงจากสิว
-
รูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบเนียน
-
ผิวโทรมจากแดด ความเครียด หรือพักผ่อนน้อย
-
ต้องการฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์
ผู้ที่ต้องการงานผิวแบบ Glass Skin ดูอิ่มฟู สุขภาพดีจากภายใน ก็สามารถเลือกโปรแกรมนี้ได้เช่นกัน
Vitaran I แตกต่างจาก PN ตัวอื่นอย่างไร?
ในตลาดมี PN หลายแบรนด์ เช่น Rejuran, Plinest, และ Pluryal Densify
-
Rejuran ใช้เทคโนโลยี DOT เน้นฟื้นฟูโครงสร้างผิวและความชุ่มชื้น
-
Plinest จากอิตาลี ความเข้มข้นสูง 40 mg เน้นฟื้นฟูเร่งด่วน
-
Pluryal Densify ผสาน PN กับ Hyaluronic Acid และ Mannitol เน้นความชุ่มชื้นควบคู่การฟื้นฟู
Vitaran I โดดเด่นที่ช่วงน้ำหนักโมเลกุลกว้างและคงตัวดี ด้วยเทคโนโลยี MoT จึงเน้นผลลัพธ์ด้านความแข็งแรงผิวในระยะยาว และลดการอักเสบได้ดี
Vitaran I ช่วยหลุมสิวและรูขุมขนได้อย่างไร?
-
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ (Collagen Remodeling) ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน
-
เสริมความแข็งแรงของผิวในระดับลึก ลดการยุบตัวของผิวที่เป็นสาเหตุของหลุมสิว
-
ช่วยให้เส้นใยคอลลาเจนเรียงตัวดีขึ้น ทำให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
-
เพิ่มแรงพยุงผิว (Skin Support Structure) ทำให้ผิวแน่นและกระชับมากขึ้น
-
ลดความกว้างของรูขุมขนที่เกิดจากผิวขาดความยืดหยุ่นและความหย่อนคล้อย
-
ปรับพื้นผิวให้เรียบเนียน ละเอียด และดูสม่ำเสมอมากขึ้น
-
ฟื้นฟูเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงการเติมเต็มชั่วคราว แต่กระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของผิว
-
เห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องความเรียบเนียนภายในไม่กี่สัปดาห์ และชัดเจนขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องตามแผนการรักษา
-
สามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะกับประเภทหลุมสิวและระดับความลึกของปัญหา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
-
เมื่อดูแลผิวควบคู่กับการป้องกันแสงแดดและลดการอักเสบซ้ำ จะช่วยให้ผลลัพธ์ยาวนานและลดโอกาสเกิดหลุมสิวใหม่
ต้องทำกี่ครั้งจึงเห็นผล?
โดยทั่วไปสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรก ภายใน 48 ชั่วโมง ผิวจะเริ่มดูฟูและชุ่มชื้นขึ้น
โปรโตคอลมาตรฐาน:
- ฉีดทุก 1 เดือน ติดต่อกัน 3 ครั้ง
- หลังจากนั้นอาจทำซ้ำทุก 3 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์
หากทำครบตามโปรแกรม ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลหลังทำของแต่ละบุคคล
หลังฉีดมีแผลไหม? ใช้ชีวิตปกติได้หรือไม่?
หลังฉีดอาจมีรอยแดง บวม หรือจ้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองใน 1–2 วัน ควรงดแต่งหน้าและหลีกเลี่ยงการกดหรือสัมผัสใบหน้าแรง ๆ ภายใน 24 ชั่วโมงแรก
ข้อจำกัดและข้อควรระวัง
- ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรแจ้งแพทย์
- บริเวณที่มีแผลเปิดหรืออักเสบควรรักษาก่อน
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรไม่ควรทำ
ควรทำโดยแพทย์ที่ผ่านการอบรมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม
สรุป Vitaran I ทางเลือกสำหรับการฟื้นฟูผิวระดับลึก
Vitaran I คือ Skin Booster กลุ่ม Polynucleotide ที่เน้นการฟื้นฟูผิวตั้งแต่ระดับเซลล์ ลดการอักเสบ เสริมความแข็งแรงผิว เพิ่มความเรียบเนียน และช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
ด้วยเทคโนโลยี MoT น้ำหนักโมเลกุลที่เหมาะสม ความบริสุทธิ์สูง และมาตรฐานการผลิตระดับสากล ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับคุณภาพผิวในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมก่อนเข้ารับบริการทุกครั้ง
เจาะเลขเด็ดธูปพยากรณ์ เจ๊ฟองเบียร์ งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2569
สถิติหวย ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 มีนาคม
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
5 อันดับประเทศที่ผลิตเบียร์มากที่สุดในโลก
หนุ่มไปทอดแหหาปลาและพบ "ทองโบราณ" ก่อนนำไปให้ช่างนะโมหลอมพิสูจน์มูลค่า
นี่คือเซเว่นหรือตู้คอนเทนเนอร์? บุกสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวมากที่สุดในประเทศไทย
แยกออกไหม? อันไหนตะเเบก เสลา หรือ อินทนิล : ไม้แฝดสาม: ความต่างที่สัมผัสได้จากลำต้น
🚕 สรุปให้! กฎใหม่คนขับรถแอปฯ ต้องเปลี่ยนรถเป็นป้ายสาธารณะ ภายใน 31 มี.ค. 69
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
ความชาญฉลาดในการพรางตัวของจระเข้ในธรรมชาติ
5 เครื่องดื่มยามเช้าที่ดีต่อตับและระบบย่อยอาหารเป็นอย่างยิ่ง
เหล่าทาสต้องรู้ ให้ “ข้าวคลุกทู” เสี่ยงอันตราย?
ร้านอาหารในญี่ปุ่นที่หวิดเจ๊ง ฟื้นคืนกิจการได้เพราะน้องเหมียวนี่เลย
5 จังหวัดที่เจริญที่สุดของภาคเหนือในประเทศไทย
ทาสแมวควรรู้ 7 อาหารอันตรายที่ห้ามแมวกิน
8 สายพันธุ์นี้ิคนนิยมเลี้ยงที่สุดในไทย




