“สีหมุนี” ยื่นคำขาด แบ่งน้ำมันคนละครึ่ง หากไทยเดินหน้าปักปันเขตแดนชัดเจน
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านรายงานข่าวที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงความมั่นคงและพลังงานของภูมิภาค โดยระบุว่า “สีหมุนี” ฝ่ายกัมพูชา ได้แสดงท่าทีเชิงเงื่อนไขต่อกรณีที่ประเทศไทยมีแนวคิดดำเนินการจัดทำแนวกำแพงหรือกำหนดหลักเขตแดนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในพื้นที่ชายแดน โดยมีข้อเสนอสำคัญเพียงประการเดียว คือ หากไทยต้องการความชัดเจนด้านอาณาเขต ก็จำเป็นต้อง “แบ่งปันทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทย โดยเฉพาะแหล่งขุดเจาะน้ำมัน ให้กับกัมพูชากึ่งหนึ่ง”
ข้อเสนอดังกล่าวถือเป็นถ้อยคำที่มีน้ำหนักทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างยิ่ง เนื่องจากพื้นที่อ่าวไทยเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของประเทศไทยมานานหลายทศวรรษ ทั้งในส่วนของก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงด้านพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้า และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม
ประเด็นนี้มิใช่เรื่องเล็ก เพราะพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา เคยเป็นข้อหารือมาอย่างต่อเนื่องในอดีต ภายใต้กรอบการเจรจาทวิภาคีว่าด้วยเขตพัฒนาร่วม (Joint Development Area – JDA) ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ “พักข้อพิพาทอธิปไตยไว้ก่อน แล้วร่วมกันพัฒนาและแบ่งปันผลประโยชน์” อย่างไรก็ตาม การเจรจาในหลายช่วงเวลาก็เผชิญอุปสรรคทางการเมืองทั้งภายในและระหว่างประเทศ
หากข้อเสนอครั้งนี้เป็นไปตามที่มีการรายงานจริง ก็ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับเงื่อนไขเชิงต่อรองอย่างชัดเจน เพราะการแบ่งทรัพยากร “กึ่งหนึ่ง” มิใช่เพียงประเด็นทางเทคนิค แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับอธิปไตย สิทธิทางทะเลตามกฎหมายระหว่างประเทศ และผลประโยชน์แห่งชาติในระยะยาว
ในมุมของผู้เขียนที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า การกำหนดแนวเขตแดนให้ชัดเจน ซึ่งควรเป็นเรื่องของอธิปไตยโดยตรง เหตุใดจึงถูกผูกโยงเข้ากับการแบ่งทรัพยากรพลังงาน และการเจรจาใด ๆ ต่อจากนี้ รัฐบาลไทยจะต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด
อ่าวไทยไม่ใช่เพียงผืนน้ำ หากแต่เป็นแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของชาติ เป็นรายได้ เป็นความมั่นคง และเป็นอนาคตของคนรุ่นต่อไป การตัดสินใจใด ๆ จึงต้องตั้งอยู่บนหลักประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ มิใช่เพียงแรงกดดันทางการเมืองชั่วคราว
สถานการณ์นี้คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าฝ่ายไทยจะมีท่าทีตอบรับหรือชี้แจงอย่างไรต่อข้อเสนอที่เรียกได้ว่า “ถึงพริกถึงขิง” ครั้งนี้ และท้ายที่สุดแล้ว การเจรจาจะเดินหน้าไปสู่ความร่วมมือ หรือจะกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นตึงเครียดในภูมิภาค
อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเอง
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำเป็นอาชีพ
มาดู 5 ธุรกิจ “เสือนอนกิน” ลงทุนครั้งเดียวกินยาวๆ
วงการบรรพชีวินวิทยาตื่นเต้น หลังทีมนักวิทยาศาสตร์อังกฤษค้นพบฟอสซิลกะโหลกศีรษะของสัตว์ทะเลยุคดึกดำบรรพ์ บริเวณหน้าผา Jurassic Coast
108 ปี แห่งการสละราชย์: ปิดฉาก "ปูยี" ปัจฉิมจักรพรรดิและบทเรียน 70 ปีของต้าชิง
กระทรวงที่ร่ำรวยที่สุด ได้รับงบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
น้ำปลาที่มียอดขายมากที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
ถนนเลียบทะเล'ที่ยาวที่สุด'ในประเทศไทย
5 อันดับประเทศที่มีค่าไฟฟ้า'ถูก'ที่สุดในโลก
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคอีสาน
วิเคราะห์เพลง "ควายหาย" สุรพล สมบัติเจริญ: สถาบันความเชื่อและการต่อรองเชิงอำนาจในวิถีชาวนา
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
สื่ออังกฤษแฉ “ปูติน” ลอบขนเงินสด 2.5 พันล้านดอลลาร์ 34 เที่ยวอุ้มอิหร่าน หลัง “ทรัมป์” คว่ำบาตรอย่างหนัก
ปีม้าไฟ 2569 ไม่ใช่แค่เปลี่ยนปีนักษัตร…แต่คือสัญญาณ “เร่งเครื่องทั้งประเทศ” จีนกำลังจะทะยาน หรือกำลังถูกเร่ง?
“เพื่อไทย” เปลี่ยนโลโก้จากแดงเป็นน้ำเงินเข้ม หลังหารือภูมิใจไทย จับตาดีลตั้งรัฐบาลครั้งประวัติศาสตร์
พบ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ชายแดนตราด — ไทยประณามหนัก ชี้ขัดอนุสัญญาออตตาวา กระทบความมั่นคงโดยตรง