หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจาะตำนาน "ช็อกโกแลต": จากอาหารแห่งเทพเจ้าสู่มนตราแห่งความรัก

เนื้อหาโดย kyogisa

        จากเครื่องดื่มรสขมจัดของนักรบในป่าลึกสู่สัญลักษณ์สากลแห่งความรักที่หอมหวาน ช็อกโกแลตเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์มากว่า 3,000 ปี ข้ามน้ำข้ามทะเลและผ่านการปฏิวัติทางอุตสาหกรรม จนกลายเป็นของขวัญล้ำค่าที่ผูกพันกับความรู้สึกของมนุษย์อย่างแนบแน่น

        เจาะตำนาน "ช็อกโกแลต": จากอาหารแห่งเทพเจ้าสู่มนตราแห่งความรัก
        ช็อกโกแลตที่หลายคนชื่นชอบมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดา ตั้งแต่ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า การใช้เป็นเงินตรา ไปจนถึงการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่เปลี่ยนโลกของขนมหวานไปตลอดกาล โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้

1. จุดกำเนิดจากสวรรค์และเครื่องดื่มของนักรบ
        ชาวมายาและชาวแอสเท็กในอเมริกากลางเชื่อว่าต้นโกโก้คือพืชศักดิ์สิทธิ์ที่เทพเจ้าขโมยมาจากสวรรค์เพื่อมอบให้มนุษย์ ในยุคแรกช็อกโกแลตถูกดื่มในรูปแบบของ "น้ำรสขม" ผสมพริกและเครื่องเทศ เป็นเครื่องดื่มที่มอบพลังงานและสติปัญญา สงวนไว้สำหรับชนชั้นสูงและนักรบเท่านั้น นอกจากนี้เมล็ดโกโก้ยังมีค่ามากจนใช้แทนเงินตราในการแลกเปลี่ยนสินค้าได้จริง

2. การเดินทางสู่ยุโรปและความลับที่ถูกปิดตาย
        เมื่อนักสำรวจชาวสเปนนำเมล็ดโกโก้กลับไปยังยุโรป รสชาติถูกปรับปรุงใหม่โดยการตัดพริกออกและเติมน้ำตาล น้ำผึ้ง และวานิลลาลงไปแทน สเปนเก็บรักษาความลับในการปรุงช็อกโกแลตไว้นานเกือบ 100 ปี ก่อนจะแพร่หลายไปทั่วราชสำนักยุโรปในฐานะเครื่องดื่มหรูหราของอภิสิทธิ์ชน

3. นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลก: จากของเหลวสู่แท่งขนม
        จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 เมื่อมีการคิดค้นเครื่องอัดไฮดรอลิกเพื่อแยกไขมันโกโก้ออก ทำให้เกิด "ผงโกโก้" ที่ละลายน้ำได้ง่ายขึ้น ต่อมาตระกูล Fry ในอังกฤษได้นำผงโกโก้มาผสมกลับกับเนยโกโก้และน้ำตาล จนเกิดเป็น "ช็อกโกแลตแท่ง" สำหรับเคี้ยวเป็นครั้งแรกของโลก ตามมาด้วยการคิดค้นช็อกโกแลตนมในสวิตเซอร์แลนด์ที่ทำให้รสชาตินุ่มนวลขึ้น

4. สัญลักษณ์แห่งวาเลนไทน์และวิทยาศาสตร์แห่งความหลงใหล
        ริชาร์ด แคดเบอรี เป็นผู้ริเริ่มการออกแบบกล่องช็อกโกแลตรูปหัวใจในวันวาเลนไทน์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ในทางวิทยาศาสตร์ ช็อกโกแลตมีสารประกอบที่ช่วยกระตุ้นสารแห่งความสุขในสมอง รวมถึงมีจุดหลอมเหลวที่ใกล้เคียงกับอุณหภูมิร่างกายมนุษย์ ทำให้สัมผัสการละลายในปากนั้นเย้ายวนและสร้างความพึงพอใจได้มากกว่าขนมชนิดอื่น

5. รสขมที่ซ่อนอยู่และความท้าทายในอนาคต
        ภายใต้ความหวานหอม อุตสาหกรรมช็อกโกแลตยังเผชิญกับปัญหาการใช้แรงงานเด็กในแอฟริกาตะวันตกและความเสี่ยงจากภาวะโลกร้อนที่อาจทำให้ต้นโกโก้ลดจำนวนลง ปัจจุบันจึงมีการส่งเสริมการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade) เพื่อคืนความเป็นธรรมให้เกษตรกรและรักษาความยั่งยืนของพืชแห่งเทพเจ้าชนิดนี้ไว้

        ประวัติศาสตร์ของช็อกโกแลตสะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ที่พยายามดึงศักยภาพของธรรมชาติมาสร้างสรรค์ความสุข แม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงจากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มาสู่ขนมหวานยอดนิยม แต่ช็อกโกแลตยังคงทำหน้าที่เดิมได้อย่างสมบูรณ์ นั่นคือการเป็นสื่อกลางส่งมอบความรักและความปรารถนาดีให้แก่กันในทุกยุคสมัย

#ช็อกโกแลต #ช็อกโกแลต #วันวาเลนไทน์ #ความรู้รอบตัว #ChocolateHistory

เนื้อหาโดย: kyogisa
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kyogisa's profile


โพสท์โดย: kyogisa
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: projor007, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, goldfish13, Freya Rune, famai, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin, kyogisa
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประเทศที่นิยมปลาร้าไทย นำเข้าปลาร้าจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งอาวุธที่มีระยะยิงไกลที่สุดซึ่งกองทัพไทยมีใช้งานจริงในปัจจุบันการใส่ยาสีฟันลงในเครื่องซักผ้ามีประโยชน์อย่างไร?มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักศึกษามากที่สุดน้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค มาเเล้วจ้ากับงวดที่ 16/2/69ส่องข้อกฎหมายปม "ปู - เด๋อ" เมื่อรัก 29 ปีต้องพ่ายให้กับทะเบียนสมรสปลาทะเลที่คนไทยชอบที่สุด ถูกจับเพื่อการบริโภคมากที่สุดจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ขึ้นต้นด้วย ภ.อำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มีป้ายทะเบียนรถเป็นของตัวเองรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/2/69เครื่องบินรบที่แพงที่สุด มีต้นทุนการผลิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก5 ประเทศที่มี กองทัพอ่อนแอที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีแรงงานชาวไทย ย้ายไปทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดน้ำมันหอมระเหย มีกลิ่นไหนบ้าง? ที่ช่วยในการนอนหลับสบาย ใช้แล้วผ่อนคลายจริงหรือมั่ว? “กินแคร์รอต” เป็นประจำจะทำให้ตัวเหลือง
เปิดตำรับความอร่อยแปลกใหม่ เมื่อ "ก๋วยเตี๋ยว" โคจรมาพบกับ "ซอสพริก" จากริมโขงสู่เมืองเพชรคอกาแฟมีเฮ! วิจัยฮาร์วาร์ดเผย ดื่มวันละ 2 แก้ว คือ "ของขวัญ" ชิ้นใหญ่ช่วยชะลอสมองเสื่อมตอนแก่ทำไมต้องชื่อ "ขนมโตเกียว" ทั้งที่ญี่ปุ่นไม่มีขาย?...ไขความลับอัจฉริยภาพของสตรีทฟู้ดเมืองไทยหรุ่ม-ล่าเตียง: คู่แฝดอลหม่านหลังม่านร่างแหไข่และตำราอาหารโบราณ
ตั้งกระทู้ใหม่