ย้อนรอยเหตุการณ์และกลโกงในคดีประวัติศาสตร์ : เมื่อ "บุพเพสันนิวาส 99 ภพชาติ" นำพาซึ่งการชดใช้กรรมด้วยทรัพย์สิน
เมื่อความศรัทธาถูกบิดเบือนเป็นเครื่องมือในการฉ้อฉล และความเชื่อเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" กลับกลายเป็นกับดักมูลค่ามหาศาล คดีของ "เปมิกา และ หมอเผ่า" จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่คดีอาชญากรรมทั่วไป แต่คือบทเรียนราคาแพงที่สั่นสะเทือนสังคมไทยในแง่ของจิตวิทยาหมู่และการใช้ความอ่อนแอทางจิตใจของมนุษย์มาเป็นช่องทางในการแสวงหาผลประโยชน์อย่างแยบยล
ย้อนรอยเหตุการณ์และกลโกงในคดีประวัติศาสตร์นี้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
จุดเริ่มต้นของบ่วงกรรมและการล่อลวง เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2549 เมื่อ "เปมิกา วีรชัชรักษิต" นักศึกษาปริญญาโท ได้ก้าวเข้ามาสร้างความสนิทสนมกับ "นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์" หรือหมอเผ่า เจ้าของสถาบันกวดวิชาชื่อดัง โดยใช้กลอุบายเรื่องการนั่งสมาธิและการระลึกชาติมาเป็นจุดเชื่อมโยง เธอชักจูงให้หมอเผ่าเชื่ออย่างสนิทใจว่าทั้งคู่เคยเป็นคู่ครองกันมาถึง 99 ภพชาติ และในชาตินี้ฝ่ายชายมีวิบากกรรมหนักที่ต้องชดใช้ด้วยทรัพย์สินเพื่อเป็นการแก้เคล็ด
การสูญเสียทรัพย์สินและสภาวะจิตฟั้นเฟือน ด้วยวาทศิลป์และการสร้างสถานการณ์กดดันทางจิตวิทยา ประกอบกับสภาวะจิตใจที่อ่อนแอของหมอเผ่าในขณะนั้น ทำให้เขาหลงเชื่อจนยอมมอบทรัพย์สินหลายรายการให้แก่เปมิกาและพวก รวมมูลค่ากว่า 9.6 ล้านบาท ประกอบด้วย
รถยนต์โตโยต้า คัมรี่ และทะเบียนเลขสวย ส-9999
เงินสด นาฬิกาโรเล็กซ์ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ อีกหลายรายการ นอกจากนี้ เปมิกายังใช้จิตวิทยาหมู่สร้างความหวาดระแวงให้หมอเผ่าผิดใจกับครอบครัวและภรรยาตนเอง โดยอ้างว่ากำลังถูกปองร้ายเพื่อหวังสมบัติ ทำให้หมอเผ่าตัดขาดจากโลกภายนอกและหันไปพึ่งพิงเปมิกาเพียงคนเดียว
ความจริงปรากฏและการต่อสู้ทางกฎหมาย ความผิดปกติเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อครอบครัวตัดสินใจส่งหมอเผ่าเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าเขาป่วยด้วย "โรคอารมณ์สองขั้ว" (Bipolar Disorder) ที่ถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก เมื่อหมอเผ่าได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้นและได้สติ จึงเริ่มรับรู้ถึงกลโกงทั้งหมดและตัดสินใจดำเนินคดีกับกลุ่มของเปมิกาในข้อหาฉ้อโกง
บทสรุปของคดีและการหลบหนี คดีนี้ใช้เวลาพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลยาวนานถึง 10 ปี จนกระทั่งในปี 2559 ศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกเปมิกาเป็นเวลา 54 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตของผู้อื่น ส่วนกลุ่มเพื่อนได้รับโทษจำคุกคนละ 3 ปี และต้องร่วมกันชดใช้เงินคืนกว่า 8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในวันอ่านคำพิพากษาเปมิกาได้หลบหนีไปต่างประเทศ ทิ้งไว้เพียงคำสั่งศาลและบทเรียนที่จารึกไว้ในสังคม
บทสรุปของคดีนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเชื่อและความศรัทธาหากขาดซึ่งสติและการยั้งคิด อาจกลายเป็นกรงขังล่องหนที่ทำลายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในคดีนี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่คือ "ใจคน" ที่รู้จักใช้ความเปราะบางในจิตใจของเพื่อนมนุษย์มาเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างเพื่อความโลภของตนเอง
#เปมิกา #หมอเผ่า #จิตวิทยาหมู่ #ฉ้อโกง #บทเรียนชีวิต #99ภพชาติ #คดีดังในอดีต
เขียนโดย kyogisa
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
つづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
ผักผลไม้ดองยังมีประโยชน์ไหม รู้ให้ชัดก่อนกินเพลิน
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
กะเพราหมูสับ ทำไมถึงเป็นเมนูสิ้นคิดที่คนไทยสั่งซ้ำไม่เบื่อ
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย







