ภาวะน้ำหนักนิ่ง ‘หิดปลาทู’ เรื่องหนักใจของคนลดน้ำหนัก น้ำหนักที่นิ่งอยู่เท่าเดิมเป็นระยะเวลานานราวกับถูกแช่แข็ง
ภาวะน้ำหนักนิ่ง Hit the plateau หรือ หิดปลาทู คือ อาการของน้ำหนักที่นิ่งอยู่เท่าเดิมเป็นระยะเวลานานราวกับว่าถูกแช่แข็งไว้ แม้จะพยายามลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมอาหารมากเท่าไหร่ น้ำหนักยังคงเดิมไม่ลดลง ซึ่งอาการนี้เกิดได้กับทุกคนที่กำลังลดน้ำหนัก ทั้งจากกลุ่มคนที่ลดน้ำหนักแบบผิดวิธีน้ำหนักเลยไม่ลดลง และ กลุ่มคนที่น้ำหนักลดลงเยอะในช่วงแรก พอลดน้ำหนักมาสักระยะหนึ่ง น้ำหนักก็นิ่งคงที่เช่นเดียวกัน
เพราะในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกที่เริ่มออกกำลังกาย และ ควบคุมแคลอรี่จากอาหาร ร่างกายจะดึงไกลโคเจนซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ถูกสะสมไว้ตามกล้ามเนื้อ และ ตับ มาเผาผลาญเป็นพลังงาน โดยส่วนประกอบของไกลโคเจนนั้นคือน้ำเป็นหลัก จึงเท่ากับว่าน้ำหนักที่ลดลงไปอย่างรวดเร็วในช่วงแรกคือน้ำเป็นส่วนใหญ่
หลังจากในช่วงที่ร่างกายดึงไกลโคเจนมาใช้ น้ำหนักที่ลดลงในช่วงถัดมาจะเกิดจากการสูญเสียกล้ามเนื้อ และ ไขมันบางส่วน ซึ่งมวลกล้ามเนื้อนั้นส่งผลต่ออัตราการเผาผลาญโดยตรง เพราะเมื่อกล้ามเนื้อลดน้อยลง อัตราการเผาผลาญจะต่ำลงไปด้วย ทำให้เมื่อนานไปร่างกายสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้น้อยลงกว่าเดิม เป็นคำตอบว่าทำไมน้ำหนักถึงลดลงช้า และ เมื่อไรก็ตามที่แคลอรี่ที่ถูกเผาผลาญไปนั้นมีจำนวนเท่ากับแคลอรี่ที่ได้รับ ก็จะเข้าสู่ภาวะน้ำหนักนิ่ง (Plateau)
ภาวะน้ำหนักนิ่ง ถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ เพราะร่างกายจำเป็นต้องรักษาสมดุลให้ร่างกายมีช่วงน้ำหนักลง สลับกับน้ำหนักนิ่ง แต่สำหรับใครที่ลดหนักลงเป็นแนวเดียว นั่นถือเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะคุณอาจกำลังป่วยเป็นโรคบางอย่างดังนั้นเมื่อกำลังพบเจอปัญหานี้ ไม่ต้องกังวล เพราะไม่ได้แปลว่าน้ำหนักจะไม่สามารถลดลงได้แล้ว เพียงแค่ต้องเข้าใจสาเหตุ รู้จักปรับเปลี่ยนวิธีเพื่อให้ร่างกายได้ทำลายจุดตันและเดินหน้าเข้าสู่การมีหุ่นที่ดี
ภาวะน้ำหนักนิ่ง มีวิธีแก้ไขอย่างไร ?
1.กินอาหารให้มากขึ้นเพื่อการเผาผลาญที่ดีขึ้น เมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะน้ำหนักนิ่ง ควรเพิ่มการกินอาหารให้เยอะขึ้นสัปดาห์ละ 5-10% โดยพยายามควบคุมการกินอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเป็นการกู้ระบบเผาผลาญ (เวลาในการกู้ขึ้นอยู่ว่าระบบการเผาผลาญนั้นลดต่ำลงมากเเค่ไหน) โดยส่วนมากจะอยู่ราว ๆ 12-16 สัปดาห์ ซึ่งช่วงที่ทำนั้นน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้น และ นิ่งเป็นระยะ หากน้ำหนักตัวเริ่มนิ่งไม่ขึ้นไปกว่าเดิม แสดงว่าร่างกายปรับระบบการเผาผลาญขึ้นมาให้เท่ากับพลังงานที่ร่างกายรับแล้ว และ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการกลับสู่ภาวะลดน้ำหนักได้ตามเดิม
2.ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เมื่อเพิ่มปริมาณการกินแล้ว อย่าลืมการออกกำลังกายให้ได้เหมือนเดิม ทำตามแผนที่เคยทำ เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณสารอาหารแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับมากขึ้น และ ให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับความสมดุลในการเผาผลาญ แต่หากปล่อยปละละเลยการออกกำลังกาย ร่างกายจะมีรูปร่างที่ใหญ่ขึ้น
3.ไม่จิตตก ไม่ท้อต่อเป้าหมายที่ตั้งไว้ เมื่อผ่าน 2 ขั้นตอนแรกแล้ว ไม่ควรยึดติดกับเรื่องน้ำหนักตัว พยายามผ่อนคลายไม่เครียด กับช่วงของการกู้ระบบการเผาผลาญ เพราะน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นและหยุดนิ่งเป็นระยะ ซึ่งคุณกำลังมาถูกทาง แต่ก่อนอื่นต้องบอกว่าในช่วงนี้ร่างกายจะดูใหญ่ขึ้น แต่ห้ามเครียดเด็ดขาด เพราะเมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลหลั่งออกมามากจนเกินไป (จากความเครียด) จะมีผลกับระบบเผาผลาญ เพียงแค่ปฏิบัติตามขั้นตอนและมุ่งมั่นต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
4.เพิ่มการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยให้เพิ่มอัตราการเผาผลาญแคลอรี่ให้มากขึ้นตามไปด้วย
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
แนวทางเลขเด็ดงวด 16 พฤษภาคม 2569 เลขเด่น 7 ถูกพูดถึงอีกครั้ง
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
ย้อนดูคณะยอดฮิตเมื่อ 10 ปีก่อน ปี 2569 ยังรุ่ง หรือบางคณะเริ่มร่วงแล้ว?
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
เจาะลึกนวัตกรรม ISB: โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในไทยปี 2026
“กลอรี่ โฮล”(Glory Hole) ประตูระบายน้ำสุดพิศวงใจกลางแคลิฟอร์เนีย
ระวังสนิมกินทั้งคัน! "รูจิ๋วใต้ขอบประตูรถ" มีไว้ทำไม? เรื่องเล็กที่คนรักรถมองข้าม จนต้องเสียเงินซ่อมหลักหมื่นแบบไม่รู้ตัว!
ย้อนรอยเมนูเด็ดรุ่นปู่ย่า! 4 วิธีกิน "ข้าวสวย" คู่กับผลไม้และน้ำมันหมู เรื่องแปลกที่อร่อยจริง







