บริจาคโลหิตครั้งแรกในชีวิต
การให้ทานของผมนอกจากจะบริจาคเงิน หนังสือมือสองที่ไม่อยากอ่านแล้วแต่สภาพดีอยู่ ก็คือบริจาคเลือด แม้ว่ามันจะเจ็บ จะเสี่ยงหน้ามืด ผมก็ยอม ไม่ใช่เพราะหวังว่าเลือดผมจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดพ้นจสกวิกฤติ แต่เป็นเพราะผมหวังผลในหน้าที่การงาน การเงิน และคุณภาพชีวิตอะไรหลายๆอย่างที่อยู่เหนือการควบคุมของผม
ผมเป็นคนที่ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างมากก็แค่ระดับกลางๆ เรียนหนังสือแค่พอไปรอด สอบติดมหาวิทยาลัยก็ติดแบบหวุดหวิดราวกับปาฎิหาริย์ ทั้งนี้ผมอาจจะเป็นคนที่คิดไม่เป็น นอกจากจะขาดไหวพริบแล้ว ยังทำอะไรแบบไม่รู้เป้าหมายของตัวเองอีกด้วย เพราะทำได้ไม่ดีสุดๆเลยสักอย่าง พูดง่ายๆคือขาดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั่นเอง
การบริจาคเลือดครั้งแรกของผมเกิดขึ้นช่วงฝึกงานที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ แผนกโภชนาการขณะนั้นมีงานอยู่ตลอด แต่แผนกด้านดูแลคนไข้และรับคำปรึกษายังว่างอยู่ อาจารย์พี่เลี้ยงจึงอยากให้พวกเราไปบริจาคเลือด ด้วยความเป็นบุรุษเพียงคนเดียวในกลุ่ม ผมจึงยอมไปบริจาคกับพวกเขาด้วย อีกอย่างมันเป็นการที่เราปลีกตัวออกไปอย่างถูกต้องและไม่ได้อู้งานอีกด้วย ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ผมไม่มีอาการข้างเคียงอะไรเลย แค่หน้ามืดเล็กน้อยช่วงที่ลุกขึ้นมาใหม่ๆสักพักก็หายแล้ว
ครั้งที่สอง ผมไปบริจาคเลือดที่ รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้าซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ผมบริจาคเลือดโดยได้แรงบันดาลใจจากคนรู้จักที่ผมแอดรับเขาไว้เป็นเพื่อนใน facebook นั่นทำให้ผมอยากบริจาคเลือดเหมือนคนรู้จักของผมบ้าง พวกเขาลงแคปชั่นอธิษฐานของพรหวังผลอยู่ลึกๆ อาจจะไม่ได้คาดหวังมาก แต่ก็แอบหวัง ไม่เกี่ยวว่าพวกเขาจะจบปริญญาตรีหรือปริญญาเอกก็ตาม คนเรียนจบสูงเขาก็ทำ ...ผมเองก็มีเรื่องที่หวัง จึงเริ่มต้นไปบริจาคเลือดทันที
การบริจาคเลือดเป็นไปด้วยดี แม้จะยังไม่สมหวังเรื่องการหางาน แต่ก็ไม่ล้มเหลวแผนนี้ไป การบริจาคเลือดครั้งที่สามจึงเกิดขึ้น มันเป็นการทำบุญที่ไม่ต้องใช้เงิน มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมให้ได้ เพราะผมยังไม่มีเงินมากพอ อย่างน้อยการให้เลือดก็เท่ากับให้ชีวิต แลกกับการเจ็บตัวหน่อย ผมก็ยอม ผมต้องการฝืนดวงด้วยกรรมดีบ้าง แม้จะฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยก็ตาม
ครั้งที่สาม หลังการบริจาคเลือดเสร็จ ทันทีที่แกะเข็มออก ผมมีอาการหน้ามืด ใจสั่น เหงื่อท่วมหนังศีรษะ นั่งพักแล้วไม่หายเสียที ทรมานมาก ผมอยากตายให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น ผมต้องรับน้ำหวานแล้วนั่งพักอยู่ 15 นาทีกว่าอาการใจสั่นจะกลับมาเป็นปกติ ช่วงเวลานั้นผมไม่ได้นึกถึงอะไรเลย ในใจผมว่างเปล่ามาก หากผมต้องตายจริงๆผมก็คงตายไปอย่างจิตที่ว่างเปล่า
นี่คือครั้งล่าสุดที่ได้ไปบริจาคเลือดมา และจะรออีก 3 เดือนให้หลัง เพื่อจะได้ไปบริจาคเลือดใหม่ การหวังบุญครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะได้ผลดีแค่ไหน แต่ที่แน่ๆเลือดกรุ๊ปโอของผมที่ได้บริจาคไปคงได้ช่วยชีวิตใครสักคนหรือกำลังเอาไปทดสอบในงานวิจัยทางการแพทย์สักอย่างแน่นอน
และไม่ว่าคนไข้ที่รับเลือดจะเป็นคนชั่วหรือคนมีอำนาจ เป็นคนอภิสิทธิ์สูง ผมก็ไม่แคร์ สังคมไทยเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เราไปกระจายความเสมอภาคตรงนี้ไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับสภาวะของคนไข้ด้วยว่าเคสไหนรุนแรงกว่า เคสไหนที่มีข้อห้ามรับเลือดของผมไม่ได้
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ถ้าเอาขยะทั้งโลกไปทิ้งบนดวงอาทิตย์ จะเกิดอะไรขึ้น?
ทำไมเพลงวัยเด็กยังร้องได้ทุกคำ แต่เมนูเมื่อวานกลับนึกไม่ออก? ไขความลับของสมองและความทรงจำ
"ขนมปังและเกลือ สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและธรรมเนียมการต้อนรับอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวสลาฟ"
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
"ปลาปิรันย่า" ดุเหมือนในหนังไหม? ความจริงที่อาจถูกเล่าให้น่ากลัวเกินไป
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
ทำไมเราถึงเชื่อว่าเราจะถูกหวย ทั้งที่โอกาสจริงมีน้อยมาก
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ไทยครองแชมป์เอเชีย เมืองน่าอยู่หลังเกษียณ 2026
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
ทฤษฎี “หน้าต่างที่แตกบานเดียว” (Broken Windows Theory) บทเรียนเตือนสติการปล่อยปละละเลยชีวิต
ภาพคือตำนาน ที่ไม่มีวันได้ร้บการเกิดใหม่อีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ศิลปินแห่งครูเพลงกู่เจิงในต่างแดน
เครื่องบินรบเกิดขึ้นได้อย่างไร จากสงครามโลกครั้งที่ 1 ถึงยุคไร้คนขับ
ร่างของ "รองเท้าบู๊ตสีเขียว" อันโด่งดัง ซึ่งถูกฝังอยู่บนยอดเขาเอเวอเรสต์มาเกือบ 30 ปี กำลังจะกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมแล้ว