บาดาบ ซูร์ต (Badab-e Surt) ระเบียงแร่หลากสี บนไหล่เขาแห่งเปอร์เซีย
สายน้ำไม่เคยรีบร้อน
มันเพียงไหล
แล้วปล่อยให้กาลเวลาเป็นผู้ตัดสินรูปทรงของโลก
บนไหล่เขาที่เงียบงัน
น้ำแร่หายใจออกเป็นก๊าซ
ทิ้งสีส้ม แดง เหลือง
ไว้เป็นชั้น ๆ
ราวกับภูเขากำลังจดจำอดีตของตนเอง
ทุกแอ่งน้ำคือประโยคหนึ่ง
ที่โลกเขียนไว้โดยไม่ใช้ถ้อยคำ
ไม่มีเสียง
มีเพียงการตกตะกอนของความอดทน
ที่นี่
หินไม่แข็งกร้าว
มันเคยอ่อนตัว เคยไหล เคยรอ
ก่อนจะกลายเป็นระเบียง
ให้แสงอาทิตย์พักสายตา
บาดาบ ซูร์ต
มิได้งดงามเพราะสีสัน
แต่งดงามเพราะไม่เคยเร่งเวลา
ปล่อยให้โลกเป็นโลก
และมนุษย์เป็นเพียงผู้มาเยือนชั่วคราว
บาดาบ ซูร์ต (Badab Surt) เป็นแหล่งธรรมชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมาซันดารอน ทางตอนเหนือของประเทศอิหร่าน ห่างจากเมืองซารีไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 95 กิโลเมตร (59 ไมล์) และอยู่ทางทิศตะวันออกของหมู่บ้านโอรอสต์ (Orost) ราว 7 กิโลเมตร (4.3 ไมล์)
พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วยลานหินทราเวอร์ทีน (travertine) ที่เรียงตัวเป็นขั้นบันไดตามธรรมชาติ ซึ่งก่อตัวขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายพันปี จากการที่น้ำไหลออกมาจากบ่อน้ำพุร้อนแร่ธาตุสองแห่ง แล้วค่อย ๆ เย็นตัวลง พร้อมทั้งตกตะกอนแร่คาร์บอเนตบนไหล่เขา
ที่มาของชื่อ (Etymology)
คำว่า Badab เป็นคำประสมในภาษาเปอร์เซียจากคำว่า bād (ก๊าซ) และ āb (น้ำ) ซึ่งแปลรวมกันได้ว่า “น้ำที่มีก๊าซ” หรือ “น้ำอัดก๊าซ” อันหมายถึงน้ำแร่จากบ่อน้ำพุที่มีลักษณะเป็นน้ำแร่คาร์บอเนตตามธรรมชาติ
ส่วนคำว่า Soort เป็นชื่อเก่าแก่ของหมู่บ้านโอรอสต์ และยังเป็นคำในภาษาเปอร์เซียที่มีความหมายว่า “ความเข้มข้น” หรือ “ความรุนแรง”
ธรณีวิทยา (Geology)
น้ำพุของบาดาบ ซูร์ต ประกอบด้วยน้ำพุแร่ธรรมชาติสองแห่งที่มีคุณลักษณะแตกต่างกัน ตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,840 เมตร (6,040 ฟุต) จากระดับน้ำทะเล
น้ำพุแห่งแรกเป็นน้ำที่มีความเค็มสูงมาก ไหลรวมตัวกันเป็นแอ่งน้ำธรรมชาติขนาดเล็ก เชื่อกันว่าน้ำจากบ่อนี้มีคุณสมบัติทางยา โดยเฉพาะในการบรรเทาอาการโรคข้อรูมาติก และโรคหรืออาการผิดปกติของผิวหนังบางชนิด
น้ำพุแห่งที่สองมีรสเปรี้ยว และมีสีส้มเด่นชัด เนื่องจากมีตะกอนเหล็กออกไซด์สะสมอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณจุดที่น้ำผุดออกมา
ลานหินของบาดาบ ซูร์ต เกิดจากหินทราเวอร์ทีน ซึ่งเป็นหินตะกอนที่สะสมตัวจากการไหลของน้ำแร่จากน้ำพุทั้งสองแห่ง ลานหินเหล่านี้ก่อตัวขึ้นในช่วงยุคทางธรณีวิทยาไพลโอซีนและไพลสโตซีน
เมื่อน้ำที่อิ่มตัวไปด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต และเหล็กคาร์บอเนตไหลขึ้นสู่ผิวดิน ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะค่อย ๆ ระเหยออกจากน้ำ ส่งผลให้แร่คาร์บอเนตตกตะกอน การตกตะกอนนี้จะดำเนินต่อไปจนกระทั่งปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำสมดุลกับคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
ในระยะแรก แคลเซียมคาร์บอเนตและเหล็กคาร์บอเนตจะตกตะกอนในลักษณะคล้ายเจลอ่อน ๆ ก่อนจะค่อย ๆ แข็งตัวและกลายเป็นหินทราเวอร์ทีนในที่สุด
ผลจากกระบวนการดังกล่าว ตลอดระยะเวลาหลายพันปี ทำให้น้ำจากน้ำพุทั้งสองที่ผุดออกมาจากแนวภูเขา รวมกันก่อรูปเป็นแอ่งน้ำสีส้ม สีแดง และสีเหลือง เรียงตัวซ้อนลดหลั่นกันราวกับบันไดธรรมชาติ
พืชพรรณโดยรอบแตกต่างกันไปตามทิศทาง ได้แก่ ทางทิศเหนือเป็นป่าสน ทางทิศตะวันออกส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่มและต้นไม้เตี้ย ๆ ส่วนทางทิศตะวันตกสามารถมองเห็นเหมืองหินตั้งอยู่ในภูมิประเทศโดยรอบ
อ้างอิงจาก:
https://shorturl.asia/9H2FN
https://shorturl.asia/XhOJD
บทกวีโดย ประเสริฐ ยอดสง่า
เมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสิน
รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหม
“แมวหูบิน” ภาษากายน่ารักที่กำลังบอกความรู้สึกของเจ้านาย ที่มีต่อทาสมนุษย์
ทําไมยางเครื่องบินไม่ระเบิดตอนลงจอด
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ถังขยะควรวางตรงไหน? 3 จุดในบ้านที่สายฮวงจุ้ยแนะนำให้เลี่ยง
ทำไมประตูรถต้องปิดแรงกว่าตู้เย็น?
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 1 สิงหาคม 69..ซื้อหวย รวยไม่ไหวแล้ว!!
ของสะสมที่เป็นกระแสในอดีต
รูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?
คุณเห็นอะไรเป็นอย่างแรก? แบบทดสอบเล็ก ๆ ที่จะบอกถึง "พลังที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ"
ความลับรั่ว! ทำไมยิ่งแก่ 'เวลา' ยิ่งวิ่งไวเหมือนติดสปีด
ของมันไม่ใช่-ทำไมคนอิตาลีถึงไม่ชอบพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน
เมื่อเด็กและเยาวชนเป็นผู้ก่อเหตุ 8 ข้อที่ต้องรู้ก่อนตัดสิน
ทําไมยางเครื่องบินไม่ระเบิดตอนลงจอด
ความลับรั่ว! ทำไมยิ่งแก่ 'เวลา' ยิ่งวิ่งไวเหมือนติดสปีด
“เงาะลิ้นจี่” หรือปูลาซัน ผลไม้หายากที่รวมเสน่ห์ของเงาะและลิ้นจี่ไว้ในผลเดียว
"พ่อค้าชาไทย" หล่อมาก! สาวๆ สงสัยทำไมหน้าตาคุ้นๆ..ก่อนออกมาเฉลย!!












