หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หัวจ่ายน้ำมันรู้ได้ยังไงว่าถังใกล้เต็ม? ทั้งที่มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารถเราถังใหญ่แค่ไหน

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เวลาเข้าปั๊ม เราแทบไม่ต้องคิดอะไรกับขั้นตอนนี้เลยครับ

เสียบหัวจ่ายเข้าปากถัง กดคันโยก น้ำมันไหลเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อระดับน้ำมันสูงขึ้นมาถึงจุดหนึ่ง...

“แกร๊ก!”

หัวจ่ายหยุดเองทันที

คำถามคือ มันรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันในรถใกล้เต็มแล้ว?

หัวจ่ายแบบอัตโนมัติทั่วไปไม่ได้จำเป็นต้องรู้ว่ารถคันนี้มีถัง 40 ลิตร 50 ลิตร หรือ 70 ลิตร และไม่ได้ต้องรอให้เซ็นเซอร์วัดระดับน้ำมันในรถส่งข้อมูลกลับมาบอกว่า “เต็มแล้ว”

ความลับกลับอยู่ใกล้ ปลายหัวจ่าย กว่าที่คิดครับ

ภาพประกอบจำลอง ตำแหน่ง รูปร่าง และจำนวนช่องต่าง ๆ ของหัวจ่ายจริงอาจแตกต่างกันตามรุ่น

จุดสำคัญคือ “รูเล็ก ๆ” บริเวณปลายหัวจ่าย

หัวจ่ายน้ำมันอัตโนมัติมีช่องตรวจจับหรือ sensing port อยู่บริเวณปลายท่อหัวจ่าย โดยช่องนี้เชื่อมต่อผ่านทางเดินเล็ก ๆ กลับเข้าไปยังกลไกภายในหัวจ่าย

ระหว่างที่กำลังเติมน้ำมันและระดับของเหลวยังไม่ขึ้นมาปิดช่องดังกล่าว อากาศยังสามารถไหลเข้าสู่ sensing port และผ่านทางเดินภายในได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน การไหลของเชื้อเพลิงภายในหัวจ่ายจะผ่านบริเวณที่เรียกว่า Venturi ซึ่งทำให้เกิดบริเวณความดันต่ำหรือสุญญากาศภายในระบบ

ระบบ Venturi นี้เชื่อมโยงทั้งกับ sensing port และห้องสุญญากาศของกลไกตัดน้ำมัน

ตราบใดที่อากาศยังไหลผ่าน sensing port เข้ามาได้ตามปกติ สุญญากาศในห้องควบคุมจะยังไม่เพิ่มขึ้นจนทำให้กลไกตัดทำงาน

พูดง่าย ๆ คือ...

ตราบใดที่รูเล็ก ๆ ตรงปลายหัวจ่ายยัง “หายใจ” ได้ หัวจ่ายก็ยังจ่ายน้ำมันต่อ

แล้วตอนน้ำมันขึ้นมาถึงปลายหัวจ่าย เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อระดับน้ำมันในคอถังสูงขึ้นจนของเหลวไปปิด sensing port อากาศจากภายนอกก็ไม่สามารถไหลผ่านทางตรวจจับได้เหมือนเดิม

เมื่อทางให้อากาศถูกปิด แต่ Venturi ยังคงสร้างสุญญากาศจากการไหลของเชื้อเพลิงอยู่ ระดับสุญญากาศในห้องควบคุมจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความต่างของความดันนี้จะไปกระตุ้น ไดอะแฟรม (diaphragm) และชุดกลไกล็อกภายในหัวจ่าย

เมื่อกลไกถูกปลด วาล์วหลักหรือ main poppet valve จะปิดลง

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ...

วาล์วปิด → น้ำมันหยุดไหล → หัวจ่ายตัดดัง “แกร๊ก”

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยกลไกของการไหล ความดัน และชิ้นส่วนเชิงกล โดยหัวจ่ายทั่วไปไม่จำเป็นต้องถามรถก่อนว่าในถังเหลือพื้นที่กี่ลิตรครับ

ภาพประกอบเชิงอธิบาย ไม่ใช่ภาพตัดขวางของหัวจ่ายรุ่นใดรุ่นหนึ่งโดยเฉพาะ ตำแหน่งและรายละเอียดกลไกจริงอาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต ทั้งนี้ตามหลักการของหัวจ่ายอัตโนมัติทั่วไป การไหลของเชื้อเพลิงผ่านส่วน Venturi เป็นตัวสร้างสุญญากาศ ส่วนช่องตรวจจับทำหน้าที่เป็นทางให้อากาศเข้าสู่ระบบจนกว่าจะถูกของเหลวปิด

แปลว่ามันไม่ได้กำลัง “วัดปริมาณน้ำมันในถัง”

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุดครับ

หัวจ่ายไม่จำเป็นต้องรู้ว่า...

รถรุ่นอะไร

ถังจุกี่ลิตร

ก่อนเติมเหลือน้ำมันอยู่เท่าไร

หรือเติมเข้าไปแล้วกี่ลิตรถึงจะเต็ม

สิ่งที่ระบบกำลังตรวจจริง ๆ คือ สภาพบริเวณปลายหัวจ่าย

ตราบใดที่ sensing port ยังเปิดรับอากาศ ระบบก็ยังอยู่ในสภาพจ่ายเชื้อเพลิงได้ แต่เมื่อของเหลวขึ้นมาปิดช่องตรวจจับ การไหลของอากาศหยุดลง สุญญากาศในกลไกเพิ่มขึ้น และระบบก็ปล่อยวาล์วให้ปิด

จึงเป็นวิธีที่ใช้ ฟิสิกส์ของการไหลและความดัน แก้ปัญหาโดยไม่ต้องวัดปริมาตรน้ำมันทั้งถังโดยตรง

แล้วทำไมบางครั้งหัวจ่ายตัด ทั้งที่ถังยังไม่เต็ม?

ใครเติมน้ำมันบ่อยน่าจะเคยเจอครับ

เพิ่งเติมไปได้ไม่นานก็...

“แกร๊ก!”

แต่พอลองเติมใหม่กลับยังเติมได้อีก

เหตุผลก็คือ ระบบไม่ได้มีเซ็นเซอร์อ่านระดับน้ำมันทั่วทั้งถัง แต่ตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณ sensing port

ถ้าการไหลของน้ำมันในคอถังเกิดการกระเซ็นหรือไหลย้อนขึ้นมาปิดช่องตรวจจับชั่วขณะ กลไกก็สามารถตัดได้ แม้ว่าปริมาตรทั้งหมดของถังจะยังไม่เต็มก็ตาม

ตำแหน่งและมุมของหัวจ่ายก็มีผลได้เช่นกัน คู่มือรถบางรุ่นถึงกับระบุว่า การถือหัวจ่ายในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมสามารถกระทบต่อการไหลและทำให้หัวจ่ายตัดก่อนที่ถังจะเต็มได้

ดังนั้นอาการตัดเร็วจึงไม่ได้แปลว่าหัวจ่ายเสียเสมอไป และก็ไม่ได้หมายความว่าระบบกำลังคำนวณปริมาณน้ำมันผิดครับ

แล้วหลังหัวจ่ายตัด ควรกดเติมต่อให้ยอดกลมหรือไม่?

ตรงนี้ควรแยกออกจากคำถามเรื่องกลไก แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานโดยตรงครับ

ผู้ผลิตรถบางรายระบุชัดเจนว่า ควรหยุดเติมเมื่อหัวจ่ายตัดอัตโนมัติครั้งแรก

เหตุผลหนึ่งคือ ถังเชื้อเพลิงไม่ได้ถูกออกแบบให้เราอัดน้ำมันเหลวจนเต็มพื้นที่ทุกส่วน แต่ต้องมีพื้นที่เผื่อสำหรับการขยายตัวและระบบจัดการไอเชื้อเพลิงด้วย

การฝืนเติมต่อมากเกินไปหลังหัวจ่ายตัดอาจเพิ่มโอกาสที่น้ำมันจะล้น และในรถบางระบบ การเติมเชื้อเพลิงมากเกินไปยังอาจทำให้น้ำมันเหลวเข้าไปสร้างปัญหากับส่วนของระบบควบคุมไอระเหยหรือ EVAP ได้

ดังนั้นประโยคที่จำง่ายที่สุดคือ...

หัวจ่ายตัดแล้ว ไม่จำเป็นต้องพยายามยัดน้ำมันต่อจนเต็มคอถัง

ของธรรมดาที่ซ่อนกลไกฉลาดกว่าที่คิด

สิ่งที่น่าสนใจของหัวจ่ายน้ำมันคือ มันสามารถทำงานนี้ได้โดยไม่ต้องรู้เลยว่ารถตรงหน้าคือรถอะไร หรือถังมีความจุเท่าไร

ระบบเพียงอาศัยการไหลของเชื้อเพลิงสร้างสุญญากาศ ใช้ช่องเล็ก ๆ ที่ปลายหัวจ่ายเป็นทางตรวจสอบว่ายังมีอากาศไหลผ่านได้หรือไม่ แล้วใช้การเปลี่ยนแปลงของความดันไปกระตุ้นไดอะแฟรมและกลไกปิดวาล์ว

ครั้งหน้าที่ไปเติมน้ำมัน แล้วได้ยินเสียง...

“แกร๊ก!”

ลองนึกถึงรูเล็ก ๆ ตรงปลายหัวจ่ายดูครับ

เพราะหัวจ่ายไม่ได้กำลังนับว่าคุณเติมไปแล้วกี่ลิตร และไม่ได้จำเป็นต้องรู้ว่ารถคุณถังใหญ่แค่ไหน

แต่ ช่องเล็ก ๆ กับความเปลี่ยนแปลงของสุญญากาศภายใน กำลังทำงานร่วมกันเพื่อบอกกลไกว่า...

“น้ำมันขึ้นมาถึงตรงนี้แล้ว ปิดวาล์วได้”

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
แหล่งอ้างอิง:

1. Husky Corporation — Technical Bulletin: The Mechanics of Husky Automatic Nozzles
https://www.husky.com/wp-content/uploads/2020/07/pressure-act-int-nozzle.pdf

2. OPW — 11A & 11B Automatic Nozzles
https://www.opwglobal.com/docs/libraries/opw-emea-retail-fueling/product-catalogs/opw-11-series-nozzle-brochure.pdf

3. United States Patent Application US20160096720A1 — Fuel dispensing nozzle having attitude sensing arrangement
https://patents.google.com/patent/US20160096720A1/en

4. Ford Owner's Manual — Refueling / Automatic Fuel Nozzle Shut-Off and Overfilling Warning
Ford Owner's Manual — Refueling
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนสาระรอบตัว • ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อป • วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว | เล่าเรื่องที่คนคุ้นเคยให้เห็นมุมใหม่ อ่านง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันอิทธิบาท 4 ไม่ใช่แค่สูตรความสำเร็จ แต่คือวิธีทำให้ใจสว่างทั้งกลางวันและกลางคืนงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากชายฝั่งอังกฤษกำลังหายไปทีละน้อย เมื่อหน้าผาไม่ใช่เส้นแบ่งที่มั่นคงอีกต่อไป7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศวิธีสังเกตอินทรีย์ ๕ ในใจตัวเอง ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญาทำงานอย่างไรเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญสงสัยไหม? "ตาราง 9 ช่องหวยไทยรัฐ" ที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก แท้จริงแล้วคืออะไร ทำไมคนไทยถึงฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมืองจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านปล่องโอซิริส ห้องใต้ดินลึกลับใต้กิซาที่เคยจมอยู่ในน้ำใต้ดิน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อิทธิบาท 4 ไม่ใช่แค่สูตรความสำเร็จ แต่คือวิธีทำให้ใจสว่างทั้งกลางวันและกลางคืนธงชาติที่ไม่ใช่ทรงสี่เหลี่ยม เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีในโลกวิธีสังเกตอินทรีย์ ๕ ในใจตัวเอง ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญาทำงานอย่างไรชายฝั่งอังกฤษกำลังหายไปทีละน้อย เมื่อหน้าผาไม่ใช่เส้นแบ่งที่มั่นคงอีกต่อไปปล่องโอซิริส ห้องใต้ดินลึกลับใต้กิซาที่เคยจมอยู่ในน้ำใต้ดิน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อิทธิบาท 4 ไม่ใช่แค่สูตรความสำเร็จ แต่คือวิธีทำให้ใจสว่างทั้งกลางวันและกลางคืนวิธีสังเกตอินทรีย์ ๕ ในใจตัวเอง ศรัทธา ความเพียร สติ สมาธิ และปัญญาทำงานอย่างไรชายฝั่งอังกฤษกำลังหายไปทีละน้อย เมื่อหน้าผาไม่ใช่เส้นแบ่งที่มั่นคงอีกต่อไปปล่องโอซิริส ห้องใต้ดินลึกลับใต้กิซาที่เคยจมอยู่ในน้ำใต้ดิน
ตั้งกระทู้ใหม่