ชีวิตต้องไม่หยุดเรียนรู้
ผมเคยพบชายคนหนึ่งที่ตอนเด็กๆ ยากจนมาก ชนิดแทบไม่มีจะกินและไม่มีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือดังที่ตั้งใจไว้ เขาต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่อายุ 14 ปี และทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ศุลกากรมาตลอดชีวิต เขาสู้อุตส่าห์มานะบากบั่นไต่เต้าขึ้นมาจนถึงตำแหน่งผู้จัดการระดับกลางๆ ตอนที่เขาอายุครบ 65ปี และเกษียณอายุแล้ว
เขาคิดได้ว่าอย่างน้อยๆ วันนี้เขาก็มีเงินมากพอจะส่งเสียตัวเองให้ได้เรียนวิชาที่อยากเรียนมาตลอด เขาจึงไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรี สาขาวิชากฎหมาย (นิติศาสตร์บัณฑิต) และเข้าฝึกอบรมเพิ่มพูนคุณสมบัติจนได้เป็นทนายความสมใจเมื่ออายุ 70 ปี จะมีสักกี่คนที่มุ่งมั่นรักเรียนได้ถึงขนาดนี้ (งานนี้สังขารไม่เกี่ยวนะครับ)
ดูเด็กๆ เรียนหนังสือสิครับ เห็นเด็กเรียนแล้วจะรู้สึกว่าน่าสนุกตามไปด้วย เราพบว่าเด็กจะมีความสุขมาก ถ้ามีแรงบันดาลใจและแรงจูงใจในชั้นเรียนแต่เด็กจะไม่สนุกเลย ถ้าเจอครูน่าเบื่อที่สอนให้ท่องจำลูกเดียว จะว่าไปแล้วตอนที่ยังเป็นเด็ก คุณกับผมมันสมองก็ไม่น่าจะต่างกันสักกี่มากน้อยหรอกครับ
ถึงตอนนี้เซลล์สมองอาจจะเสื่อมไปบ้างเล็กน้อยตามอายุ แต่เซลล์ความสนุกในการเรียนก็น่าจะยังคงอยู่ครบเหมือนตอนเด็กๆ นะครับ ผมว่าถ้าเราหยุดเรียนรู้เมื่อไร สมองของเราก็จะเฉื่อยชาซึมเซา กลายเป็นคนแก่หัวโบราณประเภทไดโนเสาร์เต่าล้านปีไปได้เหมือนกัน ถ้าเราไม่เรียนรู้ เราก็จะไม่ปรับปรุงตัว และถ้าเราไม่ยอมปรับปรุงตัวแล้ว จะมาอ่านบทความนี้ทำไม
ดังนั้น ผมเลยอยากให้คุณบรรจุเรื่องการเรียนการศึกษาไว้เป็นวาระเร่งด่วนของชีวิตเลย ผมรู้จักคุณครูคนหนึ่งซึ่งอยู่ในสกอตแลนด์ ตอนเป็นเด็ก
เขาฝันอยากจะเป็นมนุษย์อวกาศ เช่นเดียวกับเด็กคนอื่นทั้งโรงเรียนนั่นแหละครับ แต่ต่างกันที่ว่า เขาพยายามทำฝันนั้นให้เป็นจริง แทนที่จะปล่อยให้แต่ละวันผันผ่านความฝันของเขาไปอย่างไร้ความหมาย เขาตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสือ ขยันเอาดีอย่างตั้งอกตั้งใจ
ผลก็คือ เขาชนะเลิศการสอบชิงทุนการศึกษา และได้เข้าฝึกอบรมหลักสูตรเร่งรัดการบินในอวกาศ ที่ศูนย์ US Space and Rocket Center ในแอละแบมา ซึ่งฝึกการท่องอวกาศในสภาวะไร้แรงดึงดูด และการปล่อยกระสวยอวกาศขึ้นจากพื้นโลก เจ๋งไหมล่ะครับคุณผู้อ่าน จากครั้งกระนั้น ชายคนนี้คว้าความฝันในการเรียนรู้มาอยู่ในมือได้สำเร็จ พร้อมหยิบยื่นต่อไปยังลูกศิษย์ตัวน้อยในชั้นเรียนของเขา
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ก็เป็นเพราะชีวิตของเขาไม่เคยหยุดการเรียนรู้ได้ดูเขาเป็นอุทาหรณ์สอนใจแล้ว เห็นเลยว่าใครๆ ก็เรียนได้ (เมื่อใดที่เราใฝ่รู้เล่าเรียน ก็เท่ากับว่าได้ปฏิบัติตามกฎข้อนี้แล้ว) สมัยยังเด็ก มีวิชาไหนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณได้บ้างครับ หรือ ณ วันนี้มีความรู้อะไรใหม่ๆ ที่จับใจคุณไว้ได้บ้างไหม ทักษะความรู้ที่เรียนแล้วเอาไปใช้ในงานได้ก็คุ้มค่าน่าเรียนดีนะครับ ไม่ว่าจะเป็นภาษาต่างประเทศ หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ก็ดีทั้งนั้น
แต่ถ้าไปเจอวิชาอะไรที่คุณรู้สึกว่าเรียนแล้วโลกทัศน์เปิดกว้าง รู้สึกมีอิสระ และได้บริหารสมอง มีประโยชน์ต่อการทำงานและต่อนายจ้างของคุณ จะว่าไป อะไรก็ได้ที่คุณเรียนแล้วรู้สึกสนุก เรียนไปเลยครับ ขอแค่ตั้งเป้าหมายไว้หน่อยว่าจะเรียนเพื่อให้รู้มากขึ้น
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
สะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?
"Caño Cristales" มหัศจรรย์แม่น้ำ 5 สีที่สวยที่สุดในโลก
วิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”
ส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก
เกาะผีสิงเกาะที่ผีดุที่สุดในไทย
ทำไมต้องดื่มกาแฟ
วิชาอะไรที่ทำให้นักเรียนหลายคนเริ่มนอนดึกเป็นครั้งแรก”
มารู้จัก "ฟิก" ผลไม้โบราณ ที่กลายมาเป็น "ผลไม้หรู"

