หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำอย่างไรเมื่อผู้กู้เคยมีประวัติเครดิตสะดุด แต่ยังอยากขอสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน2569

กระทู้รอขึ้นแสดง
ทำให้ธุรกิจของคุณค้นหาเจอบน Google
เหมาะสำหรับกระทู้ธุรกิจ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ SEO
สนับสนุนค่าเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ 300 บาท เพื่อขึ้นแสดงกระทู้นี้
(กรณีที่มี link อยู่ในกระทู้ จะเปลี่ยนเป็น Do Follow หลังจากชำระเงิน)
ระยะเวลาแสดงกระทู้ขั้นต่ำ 1 ปี โดยสามารถแก้ไขกระทู้ได้
(หลังครบ 1 ปีแล้ว ทางเว็บจะไม่ลบกระทู้ออก นอกจากเหตุสุดวิสัย)
300 บาทDoFollow 1 Link ในกระทู้นี้999 บาท NEWDoFollow 5 Link ในกระทู้นี้
สแกน QR Code เพื่อชำระเงิน
(ผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารต่างๆ)
หลังชำระค่าโฆษณาแล้วทางเว็บจะขึ้นกระทู้ให้ภายใน 24 ชั่วโมง
ทางเว็บไม่สามารถรับโฆษณาที่ผิดกฏหมาย, การพนัน, ขายตรง, ฯ
โพสท์โดย cashflows

การยื่น สินเชื่อSMEไม่ใช้หลักประกัน สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในปี 2569 ไม่ได้ยากเพราะ “เอกสารไม่ครบ” อย่างเดียว แต่อุปสรรคสำคัญคือ “ความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะกรณีที่ผู้กู้เคยมีประวัติชำระหนี้สะดุด หรือเคยปรับโครงสร้างหนี้มาก่อน ซึ่งทำให้ธนาคารต้องเข้มงวดขึ้นในทางปฏิบัติ เพราะภาพรวมความเสี่ยงของวงเงินสินเชื่อsmeโดยเฉพาะกลุ่ม SME ยังถูกจับตาใกล้ชิด และธนาคารมีต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (credit cost) สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ดังนั้น หากคุณกำลังจะ กู้sme หรือมองหา แหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์ (รวมถึงผู้ที่ต้องการ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก หรือวงเงินแบบ สินเชื่อเงินด่วน เพื่อประคองสภาพคล่อง) คำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนยื่นคือ:

“ธนาคารจะดูอะไรเป็นอันดับแรก เมื่อเห็นประวัติเครดิตสะดุดของเรา?”

คำตอบสั้นที่สุดคือ: ธนาคารจะดู “ความสามารถในการชำระหนี้ในปัจจุบัน” ก่อนอดีต และต้อง “พิสูจน์ได้ด้วยหลักฐาน” ไม่ใช่คำอธิบายลอย ๆ

ด้านล่างนี้คือการขยายความแบบลงมือทำได้จริง—ภายใต้หัวข้อเดียว: ธนาคารดูอะไรเป็นอันดับแรก เมื่อผู้กู้เคยมีประวัติเครดิตสะดุด


1) อันดับแรก: “วันนี้จ่ายไหวไหม” (กระแสเงินสดและความสามารถผ่อนหนี้)

เมื่อธนาคารเห็นสัญญาณเครดิตสะดุด สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่สินเชื่อมัก “กดดู” ไม่ใช่คำว่าเคยค้างกี่วัน แต่คือ ตัวเลขที่ตอบว่า “ถ้าอนุมัติแล้ว ธุรกิจจะผ่อนได้จริงหรือไม่” ซึ่งมักสะท้อนผ่านแนวคิดแบบ DSCR/DSR (ความสามารถชำระหนี้เทียบกับรายได้/กระแสเงินสด)

สิ่งที่ช่วยมากที่สุดจึงไม่ใช่การพูดว่า “ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว” แต่คือการทำให้เห็นว่า

  • รายได้เข้าบัญชี “เป็นแพตเทิร์นธุรกิจ”

  • ค่าใช้จ่ายคงที่/ผันแปรถูกควบคุม

  • หลังหักค่าใช้จ่ายและภาระหนี้ ยังเหลือ “เฮดรูม” เพียงพอสำหรับค่างวดใหม่

ในมุมธนาคาร ปีที่สินเชื่อไม่ใช้หลักประกันหดตัวต่อเนื่องและความเสี่ยงสูงขึ้น ธนาคารยิ่งให้ความสำคัญกับ “ความแน่น” ของตัวเลขมากเป็นพิเศษ

แนวปฏิบัติที่ทำให้ภาพการผ่อนชัดขึ้น (แนะนำทำก่อนยื่น 4–8 สัปดาห์):

  • สรุปรายได้เข้า “บัญชีธุรกิจ” รายสัปดาห์/รายเดือนให้เห็นแนวโน้ม

  • ทำตาราง “เงินเข้า–เงินออก” ที่อธิบายได้ว่าเดือนที่ยอดตกเกิดจากอะไร และฟื้นอย่างไร

  • รวบยอดภาระหนี้เดิมทั้งหมด (เพื่อไม่ให้ธนาคารเจอ “หนี้แฝง” ตอนตรวจ)


2) อันดับแรก (ที่มาคู่กัน): “ความสะดุดนั้นรุนแรงแค่ไหน และล่าสุดเมื่อไร” (อ่านรายงานเครดิตให้เป็น)

คำว่า “ติดบูโร” มักถูกพูดแบบเหมารวม แต่ธนาคารไม่ได้มองเป็นป้ายประณาม—ธนาคารมองเป็น “ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ” ซึ่งดึงจาก รายงานข้อมูลเครดิต ของผู้กู้

ทางบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติอธิบายว่ารายงานข้อมูลเครดิตคือข้อมูลประวัติการชำระหนี้ สถานะสินเชื่อ และข้อมูลบัญชีสินเชื่อจากสมาชิกที่นำส่งเป็นรายเดือน
ดังนั้น สิ่งที่ธนาคารมัก “อ่าน” จะไม่ใช่แค่มี/ไม่มีประวัติค้าง แต่รวมถึง

  • สะดุดเพราะอะไร: ค้างชำระ, ประนอมหนี้, ปรับโครงสร้าง ฯลฯ

  • สะดุด “นาน” แค่ไหน และเกิด “เมื่อไม่นานมานี้” หรือเป็นเรื่องเก่า

  • หลังสะดุดแล้ว “กลับมาจ่ายสม่ำเสมอ” หรือยังมีความถี่การค้างซ้ำ

ข้อคิดสำคัญ:
ถ้าประวัติสะดุดเป็นเรื่องเก่า แต่ “พฤติกรรมปัจจุบัน” ดีและมีหลักฐานกระแสเงินสดชัด โอกาสยังเปิดอยู่—โดยเฉพาะกับ สินเชื่อธุรกิจ sme ที่เป็นวงเงินเพื่อหมุนเวียนและสร้างรายได้


3) อันดับแรก (ที่ธนาคารใช้ตัดสินใจเร็ว): “เห็นเงินเข้าออกจริงหรือยัง” (ความน่าเชื่อถือของหลักฐาน)

ผู้ประกอบการจำนวนมาก “ขายดี” แต่ไม่ชนะการพิจารณา เพราะธนาคาร “มองไม่เห็นรายได้จริง” ในเอกสาร—โดยเฉพาะธุรกิจที่เงินสดเยอะ โอนเข้าหลายบัญชี หรือยอดจากแพลตฟอร์ม/หน้าร้านไม่สัมพันธ์กับ statement

ในกรณีที่เครดิตเคยสะดุด ธนาคารจะยิ่งเน้น หลักฐานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ (verifiable evidence) เช่น

  • statement 6–12 เดือน

  • รายงานยอดขายจาก POS/ช่องทางรับเงินที่สอดคล้องกับเงินเข้าบัญชี

  • ภาษี/งบ (ถ้ามี) ที่ไม่ขัดแย้งกัน

เพราะในช่วงที่ธนาคารระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ SME มากขึ้น ธนาคารมัก “เลือกให้ลูกค้าเดิมที่ประวัติชำระดีและมีหลักประกันเพียงพอ” ทำให้ลูกค้าใหม่ยิ่งต้องชนะด้วย “ความชัดของตัวเลข”


4) อันดับแรก (ที่คนมักพลาด): “วงเงินที่ขอ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่”

เมื่อมีประวัติเครดิตสะดุด ธนาคารจะอ่อนไหวกับคำถามว่า

“ขอเงินไปทำอะไร และเงินก้อนนี้จะกลับมาเป็นกระแสเงินสดเพื่อจ่ายหนี้ได้อย่างไร”

ถ้าขอวงเงินแบบก้อนเดียวแล้วบอกใช้ “ทั้งลงทุน ทั้งหมุนเวียน” ธนาคารจะมองว่าแผนการใช้เงินไม่ชัดและเสี่ยง บทความหลักของ Easycashflows ชี้ให้เห็นแนวคิดสำคัญว่า ธนาคารมอง “ใช้เงินถูกงาน” เป็นตัวแปรที่ทำให้ DSCR ดีขึ้นเร็ว และช่วยเพิ่มโอกาสผ่านได้จริง

ในทางปฏิบัติ วิธีทำให้ธนาคารอ่านแล้ว “เชื่อ” คือ

  • ระบุหมวดค่าใช้จ่ายให้ชัด (เช่น เงินทุนหมุนเวียน/วัตถุดิบ/ค่าแรง/ค่าเช่า vs ลงทุนอุปกรณ์)

  • ทำ timeline การใช้เงิน + timeline เงินกลับเข้า

  • สรุปเป็น Executive Summary 1 หน้า (ยิ่งเคยสะดุด ยิ่งต้องสั้นและชัด)


5) อันดับแรก (ในปี 2569 ที่ธนาคารระวัง): “มีมาตรการลดความเสี่ยงให้ธนาคารหรือไม่” แม้ไม่มีหลักทรัพย์

ถ้าคุณตั้งใจยื่น สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ธนาคารจะยิ่งมอง “วิธีแชร์ความเสี่ยง” มากขึ้น เพราะสินเชื่อ SME ยังเป็นพื้นที่ที่ธนาคารระมัดระวัง

ตัวอย่างแนวทางเชิงนโยบายที่สะท้อนภาพนี้ คือการเดินหน้าโครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” ที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้ว่าเกิดขึ้นท่ามกลางสินเชื่อ SME ที่ติดลบต่อเนื่องและต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตสูงขึ้น

สาระที่ผู้กู้ควรตีความ (ในมุมการเตรียมตัว) คือ:

  • ธนาคารไม่ได้ปิดประตู แต่ต้องการ “โครงสร้างความเสี่ยง” ที่รับได้

  • ผู้กู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ จึงต้องทำให้ 3 เรื่อง “แน่น” เป็นพิเศษ: กระแสเงินสด / ความโปร่งใสของหลักฐาน / วัตถุประสงค์การใช้เงิน


สรุป: ถ้าเคยเครดิตสะดุด ธนาคาร “ดูอันดับแรก” อะไรแน่?

ถ้ารวบให้เหลือประโยคเดียว:
ธนาคารดูอันดับแรกว่า “ปัจจุบันคุณจ่ายไหวจริงไหม” และต้องพิสูจน์ด้วยกระแสเงินสดที่ตรวจสอบได้—จากนั้นจึงค่อยพิจารณาว่าอดีตสะดุดหนักแค่ไหนและคุณแก้อย่างไร

ถ้าคุณกำลังหาทาง กู้sme และอยากเลือก แหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์ ให้เหมาะกับสถานการณ์ (รวมถึงผู้ที่สนใจ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก หรือวงเงิน สินเชื่อเงินด่วน แบบถูกต้องตามระบบ) แนะนำให้อ่านบทความหลักที่สรุปแนวทาง “กรณีติดเครดิตบูโร” แบบเป็นขั้นตอน พร้อมตัวอย่างเอกสารและแนวคิด DSCR ที่ธนาคารใช้จริง ได้ที่นี่:
สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กรณีติดเครดิตบูโร

 

เนื้อหาโดย: cashflows
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
cashflows's profile


โพสท์โดย: cashflows
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สื่อใหญ่ประกาศปลดพนักงานกว่า 1 ใน 3 และลดขนาดการรายงานข่าวจังหวัดไหน ที่ครองแชมป์จํานวนควายมากที่สุดในไทยประเทศที่ชอบทุเรียนไทยที่สุด นำเข้าทุเรียนจากไทยมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดที่ เลี้ยงหมูมากที่สุดในไทย อันดับต้น ๆ7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้2 ประเทศในโลก ที่ไม่มีเครื่องดื่ม Coke วางขายอย่างถูกกฎหมายส่องเลขมงคล "ม้าวิ่ง" แนวทางเลขเด่นงวด 16 ก.พ. 694 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AIประเทศที่ค่าน้ำดื่มแพงที่สุดในโลกวิเคราะห์หวยด้วย AI งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69..เลขไหนมีสิทธิ์ออกมากที่สุด!มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุดมือถือกำลัง "แอบฟัง" เราจริงหรือ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"หนูนา" โกรธจัดกับ 4 จุดพิรุธในการย้ายช้าง ทำไม "หูพับ" ถึงไม่รอด⚠️ 3 สัญญาณต้องระวัง! สถานการณ์ตะวันออกกลางน่าจับตามอง คนไทยเตรียมพร้อมรับมือกันเฮง หัว ฟ่าง” โมโหกระชากป้าย มูลนิธิ กัน จอมพลัง หลังทหารนำตู้คอนเทนเนอร์กว่า 50 ใบ กั้นถนน–ปิดหน้าโรงแรมร้านค้าชาวบ้านตื่นเต้น หลังพบงูหลามยักษ์หนักกว่า 100 กิโลกรัม5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด โฆษณา ประชาสัมพันธ์
ตาสองชั้น คืออะไร? เทคนิคศัลยกรรมตาสองชั้น พร้อมข้อควรรู้ก่อนทำดึงหน้า (Facelift) คืออะไร? รวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจผ่าตัด!Liquid Cooling คืออะไร ระบบระบายความร้อนคอมพิวเตอร์ที่ควรรู้เลือกใช้ผนังเบาอย่างมืออาชีพ เพื่อการกั้นห้องที่ลงตัว
ตั้งกระทู้ใหม่