หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิธีป้องกัน “กรดไหลย้อน” ดูแลตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดความเสี่ยงโรคกรดไหลย้อน

เขียนโดย sompeansomped

 

1.รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ พยายามอย่าให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอาการ กรดไหลย้อนตอนนอนมากขึ้นได้ รู้จักควบคุมน้ำหนัก อย่าให้อ้วนมากเกินไป เพราะคนที่น้ำหนักมากจะทำให้ความดันในช่องท้องมากไปด้วย

 

2.ดูแลตัวเองอย่าให้มีความเครียด เพราะทำให้กระเพาะหลั่งกรดมากขึ้น

 

3.ควรหลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นกรดไหลย้อน ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม กาแฟ ชา อาหารรสจัด อย่างเช่น เปปเปอร์มิ้นต์ กระเทียม หัวหอม นม อาหารไขมันสูง อาหารเผ็ด อาหารที่มีรสชาติเลี่ยน หรืออาหารทอด และ อาหารที่มีกรด เช่น ผลิตภัณฑ์จากส้ม มะเขือเทศ

 

4.ปรับเปลี่ยนท่าทางในการนอน ควรนอนตะแคงซ้าย เพื่อยกร่างกายส่วนบนให้สูงขึ้นในระหว่างนอนหลับ การนอนหลับโดยไม่หนุนหมอน หรือหนุนหมอนเตี้ยทำให้อาการกรดไหลย้อนแย่ลง เนื่องจากหลอดอาหารและกระเพาะอาหารอยู่ในระดับเดียวกัน ส่งผลให้กรดในกระเพาะไหลย้อนกลับไปยังหลอดอาหารได้

 

 

5.ไม่ควรกินอาหารในช่วงก่อนนอน 3 ชั่วโมง ไม่เช่นนั้นอาหารที่ยังย่อยไม่หมด เมื่อนอนราบ กรดในกระเพาะสามารถไหลย้อนขึ้นมาได้ อย่านอน หรือ ยืนกินอาหาร ควรนั่งในท่วงท่าที่สบายในระหว่างรับประทานอาหาร เพื่อให้กระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงการสร้างแรงดันในขณะกลืนอาหาร

 

6.พยายามหลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ การกินอาหารมื้อใหญ่ เป็นการสร้างแรงดันภายในกระเพาะอาหาร ควรกินอาหารมื้อเล็ก ๆ ในระหว่างวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเย็น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอาการกรดไหลย้อนในเวลากลางคืน

 

7.อย่าปล่อยให้ท้องผูก เพราะจะทำให้มีลมในท้องมากผิดปกติ ลมที่มากจะก่อให้เกิดแรงดันในท้องมากและดันให้กรดไหลย้อนขึ้นมา

 

8.หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่คับ โดยเฉพาะบริเวณเอว การสวมใส่เสื้อผ้าคับ ๆ เป็นการเพิ่มแรงดันให้กับกระเพาะอาหาร นำไปสู่การเกิดกรดไหลย้อน การสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมหรือมีขนาดพอดี ช่วยลดการสร้างแรงดันในกระเพาะอาหาร ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น

 

 

9.เคี้ยวหมากฝรั่ง การเคี้ยวหมากฝรั่งกระตุ้นให้เกิดการสร้างน้ำลาย ซึ่งช่วยลดการระคายเคืองในหลอดอาหาร และ ชะล้างกรดลงสู่กระเพาะอาหาร

 

10.พยายามอยู่เฉย ๆ หลังจากกินอาหาร หลีกเลี่ยงการก้ม หรือ ยกของหนักในขณะที่กระเพาะอาหารกำลังทำงาน

 

11.อย่าออกกำลังกายทันทีหลังกินอาหาร ควรรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนเริ่มออกกำลังกาย ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดแรงดันในกระเพาะอาหาร ทำให้การทำงานของกระเพาะอาหารผิดเพี้ยนไป ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดกรดไหลย้อน

 

12.เลิกสูบบุหรี่ ควันบุหรี่ไม่เพียงสร้างความระคายเคืองให้กับทางเดินอาหาร แต่ยังทำให้กล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารคลายตัว ก่อให้เกิดการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหาร

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,734 ครั้ง
เขียนโดย sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: pakpranang, momon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทยสะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?รายได้คนขับรถไฟเปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักทีแนวทางเลขแต๋วจ๋าพารวย งวด 1 มิถุนายน 2569 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว10 มหาวิทยาลัยน่าเรียนในไทย เทียบจุดเด่น คณะดัง และชีวิตรอบรั้วอาชีพไหนเงินเดือนสูง แต่คนลาออกเยอะ?ส่องแนวทางเลขดัง 3 สำนัก งวด 1 มิถุนายน 2569 เลขเด่นชุดไหนถูกพูดถึงข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทยรถเมล์เก่าแก่ที่ยังให้บริการอยู่ขณะนี้5 อันดับประเทศที่มี "ชั่วโมงเรียนต่อวัน" น้อยที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชวนเข้ามาดูภาพถ่ายที่จังหวะลงตัวที่สุดที่จะทำให้คุณงงงวยจนสงสัยว่าสมองกับสายตาของคุณทำงานประสานกันหรือเปล่า ?โรงเรียนชายล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทยมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยเลขเด็ด "ทักษามหาโชค" งวด 1 มิถุนายน 2569 รวมเลขเด่น เลขท้าย 2 ตัว 3 ตัวใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?5 อันดับประเทศที่มี "ชั่วโมงเรียนต่อวัน" น้อยที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
อาถรรพ์รัก 7 ปี มีจริงหรือ?!ไอเดียจากต่างประเทศ : 3 วิธีที่เมืองใหญ่ทั่วโลกใช้รับมือเหตุรถไฟชนรถยนต์เมื่อโซเชียลมีเดียชวนเซ็ง "แอคเคาท์เรา แต่ฟีดนี้ของใคร? ใครมายัดเยียดให้เราดู?"สาวแอฟริกาใต้วัย 17 ไอเดียเจ๋ง! รับจ้างบูรณะ "สุสานร้าง" หาเงินเรียนต่อพยาบาล คิวจองแน่นจนต้องจ้างแฟนช่วย
ตั้งกระทู้ใหม่