หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"The Weeping Man" ศิลปะที่เกิดขึ้นจากความสูญเสียจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่ปอมเปอี

เนื้อหาโดย dukedicknarak

ถ้าพูดถึงปอมเปอี หลายคนมักนึกถึงเมืองโบราณที่เหมือนถูกหยุดเวลาไว้ในเสี้ยววินาที เมืองโรมันแห่งนี้ในอิตาลีเคยมีชีวิตชีวา ผู้คนใช้ชีวิตกันตามปกติ มีตลาด มีบ้าน มีโรงอาบน้ำ มีโรงละคร ทุกอย่างดำเนินไปเหมือนเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในยุคนั้น จนกระทั่งวันหนึ่งในปี ค.ศ. 79 ภูเขาไฟวิซูเวียสก็ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เถ้าถ่านร้อนจัด ก๊าซพิษ และเศษหินภูเขาไฟพุ่งถล่มลงมาปกคลุมเมืองทั้งเมืองในเวลาอันสั้น ผู้คนแทบไม่มีโอกาสหนี และปอมเปอีก็กลายเป็นสุสานขนาดยักษ์ในพริบตา

เวลาผ่านไปนับร้อยนับพันปี ซากศพของผู้คนสลายตัวไปตามธรรมชาติ เหลือไว้เพียง “ช่องว่าง” ในชั้นเถ้าถ่านที่แข็งตัวเหมือนปูน นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของวิธีการทางโบราณคดีที่น่าทึ่ง นักโบราณคดีค้นพบว่าถ้าเทปูนปลาสเตอร์ลงไปในช่องว่างเหล่านี้ แล้วปล่อยให้แข็งตัว พวกเขาจะได้รูปทรงของร่างมนุษย์กลับมาอีกครั้ง ทั้งท่าทาง เสื้อผ้า ริ้วรอยของร่างกาย และอากัปกิริยาก่อนตาย ราวกับภาพถ่ายจากอดีตที่ถูกหล่อไว้ในปูน

 

หนึ่งในร่างปูนปลาสเตอร์ที่ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมากที่สุด คือร่างที่ถูกเรียกว่า “The Weeping Man” หรือ “ชายผู้กำลังร้องไห้” แค่ชื่อก็กินใจแล้ว และพอมองดูท่าทางจริง ๆ ก็ยิ่งสะเทือนกว่าเดิม ร่างนี้อยู่ในท่าคล้ายกับการนั่งคุกเข่า งอตัวเล็กน้อย มือยกขึ้นมาใกล้ใบหน้า เหมือนคนที่กำลังเอามือปิดหน้า หรือกำลังร้องไห้อย่างสิ้นหวังในวินาทีสุดท้ายของชีวิต

ภาพนี้มันไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนการตายแบบฉับพลันเพียงอย่างเดียว แต่มันเต็มไปด้วยอารมณ์ ความกลัว ความเศร้า ความสับสน และความหมดหวัง เหมือนเรากำลังมองเห็นมนุษย์คนหนึ่งที่รู้ตัวว่ากำลังจะตาย และไม่รู้จะทำอะไรได้นอกจากยอมรับชะตากรรมตรงหน้า มันไม่ใช่แค่โบราณวัตถุ แต่เป็นหลักฐานของความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์เมื่อสองพันปีก่อน

สิ่งที่ทำให้ The Weeping Man แตกต่างจากร่างอื่น ๆ คือ “อารมณ์” ที่มันสื่อออกมาได้ชัดเจนมาก ร่างหลายร่างในปอมเปอีอยู่ในท่าหนี บางคนเอามือปิดหน้า บางคนกอดลูก บางคนล้มลงกับพื้น แต่ร่างนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการยอมแพ้ต่อโชคชะตา เหมือนวินาทีที่รู้แล้วว่าหนีไม่ทัน และความหวังสุดท้ายก็พังทลายลง

พอลองคิดดี ๆ มันทำให้เราใกล้ชิดกับคนในอดีตมากขึ้นทันที ปกติเวลาเราพูดถึงชาวโรมันโบราณ เรามักจะนึกถึงในฐานะตัวละครในหนังหรือในตำราเรียน แต่ The Weeping Man ทำให้เรารู้ว่า พวกเขาก็เป็นคนธรรมดาเหมือนเรา มีความกลัว มีความรัก มีความอ่อนแอ และมีช่วงเวลาที่ไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตตัวเอง

ยิ่งรู้ที่มาของการทำปูนปลาสเตอร์ยิ่งรู้สึกทึ่ง เพราะมันไม่ใช่แค่เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ แต่มันคือการคืนรูปร่างให้กับความทรงจำของมนุษย์ การทำให้คนที่หายไปกลับมามีตัวตนอีกครั้งในประวัติศาสตร์ ถึงจะไม่ใช่ตัวตนที่มีชีวิต แต่ก็เป็นตัวตนที่เล่าเรื่องราวได้ทรงพลังมาก

The Weeping Man จึงไม่ใช่แค่ “ศพจำลอง” หรือ “งานโบราณคดี” แต่มันคือภาพแทนของความเปราะบางของมนุษย์ทั้งหมดในโลกนี้ ต่อให้เป็นเมืองยิ่งใหญ่แค่ไหน ต่อให้อารยธรรมเจริญแค่ไหน ธรรมชาติก็ยังคงมีพลังเหนือกว่าเสมอ และเมื่อมันเกิดขึ้น มนุษย์ก็ทำได้เพียงเผชิญหน้าในแบบของตัวเอง บางคนวิ่ง บางคนกอดคนที่รัก และบางคน…นั่งร้องไห้อย่างหมดหนทาง

ที่น่าสะเทือนใจอีกอย่างคือ เราไม่รู้ชื่อจริงของเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร มีครอบครัวไหม เป็นพ่อ เป็นสามี หรือเป็นลูกของใครหรือเปล่า เรารู้จักเขาแค่ในชื่อ “The Weeping Man” ชื่อที่ตั้งขึ้นจากท่าทางสุดท้ายในชีวิตของเขา ชื่อที่สะท้อนอารมณ์มากกว่าตัวตน แต่ถึงอย่างนั้น มันก็เพียงพอจะทำให้เรารู้สึกเชื่อมโยงกับเขาได้อย่างลึกซึ้ง

บางทีนี่แหละคือพลังของปอมเปอี มันไม่ได้เป็นแค่เมืองโบราณให้เราเดินดูซากอาคารหรือภาพวาดบนผนัง แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้เรามองเห็น “ความเป็นมนุษย์” ของคนในอดีตอย่างชัดเจนที่สุด และ The Weeping Man ก็เป็นเหมือนตัวแทนของความรู้สึกนั้นทั้งหมดในร่างเดียว

ทุกครั้งที่มีคนมองร่างนี้ มันไม่ใช่แค่การมองวัตถุโบราณ แต่มันคือการมองเข้าไปในวินาทีสุดท้ายของชีวิตใครบางคน วินาทีที่เต็มไปด้วยความกลัว ความเศร้า และความสิ้นหวัง และในขณะเดียวกัน มันก็สะท้อนกลับมาหาเรา ว่าถ้าเป็นเราในสถานการณ์นั้น เราจะทำยังไง จะวิ่ง จะสู้ จะกอดคนที่รัก หรือจะนั่งร้องไห้เหมือนเขา

The Weeping Man เลยไม่ใช่แค่ภาพจำของความตาย แต่เป็นภาพจำของความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่พันปี ความรู้สึกของมนุษย์ก็ยังเหมือนเดิม เรากลัว เรารัก เราหวัง และเราก็อ่อนแอได้ในวันที่โลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้าเรา

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile


โพสท์โดย: dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวของประเทศไทยในปัจจุบัน ที่มีแหล่งมรดกโลกมากถึง 2 แห่ง"ผักชีไทย" "ผักชีลาว" "ผักชีฝรั่ง" "ผักชีล้อม" ผักชีทั้งสี่แบบนี้ แตกต่างกันอย่างไรบ้างนะ ?เจาะเลขเด่น 2 ตัวบน: หนุ่มบางนา vs เพชรศรีวิชัย และเลขยิ้มแฉ่ง"ค่ายเน็ตรายใหญ่" ไม่รอด! กสทช. พบใบเสร็จขายเน็ตไปปอยเปตตึกในต่างจังหวัดของประเทศไทย ที่มีความสูงมากที่สุดในปัจจุบันแนวทางตัวเลขมงคลประจำงวด: "ประธานใหญ่บอกเลข"จังหวัดและเมืองในประเทศไทย ที่มีร้านเซเว่นจำนวนมากที่สุดในปัจจุบัน"เดียร์น่า" เช็กอินทะเลบัวแดง ตามรอยเพื่อนซี้ "ลิซ่า" ทำเอาอุดรฯ แทบแตกการออมทอง…ระวังให้ดี อาจได้มาแค่ “คราบน้ำตา”เจาะลึกเลขเด็ดงวด 1 ก.พ. 69: จากทะเบียนรถนายกฯปาฏิหาริย์หรือเรื่องตลกหน้าตาย เมื่อ "คนตาย" เดินกลับเข้าบ้านจนญาติวงแตกทองคำธรรมชาติก้อนใหญ่ที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยมีการขุดค้นพบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
การออมทอง…ระวังให้ดี อาจได้มาแค่ “คราบน้ำตา”กรมอุทยานฯ ยกระดับเฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” หลังพบระบาดในอินเดียทองคำธรรมชาติก้อนใหญ่ที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยมีการขุดค้นพบนายทุนหัวหมอ ลักลอบ "ขนมันเขมร" ผ่านสปป.ลาว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การออมทอง…ระวังให้ดี อาจได้มาแค่ “คราบน้ำตา”เรียนบาลีฉบับตัวแม่: ถอดรหัส "กฎธรรมชาติ" ในธัมมนิยามสูตรแบบจึ้งๆ 🕉️✨เห็นเป็นแค่ม้าลาย อย่าประมาท...Hoshizuna Beach (หรือ Hoshizuna-no-Hama / Star Sand Beach)หาดทรายดาว แห่งประเทศญีปุ่น
ตั้งกระทู้ใหม่